The story of weeping camel ความอ่อนน้อมของโลกนี้
posted on 16 Aug 2005 08:24 by filmsick in humanism
หากว่ากันตามลักษณะทางกายภาพ ดินแดนนั้นอาจถูกจัดจำแนกเป็น ดินแดนทุรกันดาร พื้นที่ห่างไกลลึกเข้าไปในทะเลทรายที่ทอดยาวไปจรดภูเขาสีขาวที่ดูราวกับสถิตย์อยู่ณ.เส้นขอบฟ้า พวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่นกลางทะเลทรายโกบี ใน มองโกเลีย ครอบครัวเล็กๆที่ประกอบด้วยคนถึงสี่รุ่น พวกเขา กางกระโจมทำปศุสัตว์เลี้ยงแกะ และอูฐ อยู่กินกันอย่างเรียบง่าย มีชีวิตราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก
อูฐของพวกเขากำลังถึงฤดูตกลูก หลายตัวคลอดง่ายตามวิถีที่มันเป็น เว้นแม่อูฐตัวสุดท้าย นางเจ็บท้องอยู่หลายวัน และคลอดลูกอย่างยากลำบาก ท่ามกลางการจับตามอง ของ สมาชิกในครอบครัว ซึ่งในที่สุดก็ต้องช่วยกันทำคลอดแม่อูฐออกมา ลูกของนางเป็นอูฐขาวรูปร่างสวยงาม หากแต่ปัญหาใหม่ก็ตามมาด้วยความที่การคลอดนั้นยากลำบาก แม่อูฐปฏิเสธลูกของตน ไม่ยอมให้ลูกอูฐกินนม ยามเข้าใกล้ก็ผละออก หลังจากพยายามช่วยจนหมดปัญญา คุณปู่ก็ออกคำสั่งให้ สองพี่น้องคนเล็กสุดของบ้านเดินทางเข้าเมืองไปตามอาจารย์นักดนตรี มาบรรเลงเพลงกล่อมแม่อูฐ ตามวิถีความเชื่อดั้งเดิม
เพลงพื้นบ้าน โหยให้หวนอาลัย กระทั่งอูฐยังถึงกับหลั่งน้ำตา
นี่คือเรื่องราวของสารคดี ฝีมือการร่วมทุนของเยอรมันและ มองโกเลีย ซึ่งถ่ายทำแบบnarrative documentary อันเป็นส่วนผสมของงานภาพยนตร์ ซึ่งมีเรื่องเล่า มีเทคนิค และการตัดต่อ ผสมเข้ากับวิธีการถ่ายทำแบบสารคดี นักแสดงจะเล่นตามที่พวกเขาเป็นจริงๆ ไม่มีการซ้อม และงานด้านภาพที่เห็นล้วนแต่เกิดจากสภาพทางกายภาพของแผ่นดินนั้นจริงๆโดยไม่มีการปรุงแต่ง กระทั่งฉากคลอดลูกอูฐ ทีมงานยังตองอดทนเฝ้ารอนานนับเดือน และเนื่องจากนี่เป็นหนังสารคดี ภาพบนจอจึงเต็มไปด้วยความเรื่อยเฉื่อย ถ่ายทอดสภาพไปตามจริง และปราศจากการปรุงแต่ง แน่นอนภาพและเรื่องราวแทบไม่ปลุกเร้าอารมณ์โลดโผนตื่นเต้น หากแต่กล้องที่ดูราวจะรักสิ่งที่ตนถ่ายทำ (ซึ่งนั่นคือโลกใบนี้) บ่อยครั้งเราจึงเห็นการปรากฏของภาพ แสงตะวันซ่อนตัวในหมู่เมฆ ลมพัดแถบผ้าสีฟ้าที่ชาวบ้านนำมาสักการะเทพเจ้า หรือภาพของอูฐและลูกๆของมันขณะเยื้องย่างประสาอูฐไปตามทะเลทรายทุรกันดาร
หนังกล่าวถึงความเปลี่ยแปลงไปสู่สังคมใหม่สอดแทรกไว้ในฉากเล็กๆเมื่อเด็กรุ่นล่าสุดของบ้านถูกส่งเข้าเมืองเพื่อไปตามนักดนตรี ภาพความรื่นเริงในเมืองใหญ่ และการ์ตูนแสนสนุกบนจอทีวี ถูกเล่าอย่างผ่านทิ้งรอยคำถามไว้ในใจอุกนา สมาชิกคนเล็กของบ้าน เด็กรุ่นต่อไป- ที่อย่างไรเสียก็ไม่อาจหลบพ้นควาเปลียนแปลงนั้นได้ และในฉากสุดท้ายของเรื่อง เป็นการบอกนัยยะถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเดินทางมาถึง ยังนับเป็นโชค ที่ยังพอเชื่อได้ว่ามันป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยังมีความหวังมากกว่านำปสู่ความเสื่อม
และดูเหมือนว่าสาระสำคัญของหนัง ไม่ใช่เพียงแค่ การติดตาม วิธีการที่จะทำให้แม่อูฐยอมรับลูกของตน หรือ การฉายภาพชีวิตประหลาดจากดินแดนโพ้นไกล ที่ยังอยู่อาศัยกันอย่างดั้งเดิม หากแต่มันซ่อนอยู่ในทุกอณูของภาพที่เราได้เห็น ความงดงามในความเหี้ยมโหดขอธรรมชาติ ในบทเพลงเก่าแก่ไร้เนื้อร้อง หากสะเทือนถึงทั้งจิตวิญญาณอูฐ และมนุษย์ (สารภาพว่าผมน้ำตาไหลก่อนแม่อูฐเสียด้วยซ้ำ) และภาพฉายชีวิตอันอ่อนน้อมต่อโลก บนแผ่นดินที่โอบรัดพวกเขาไว้ ภาพชีวิตเล็กๆในเวลา 80 นาที ที่เราอาจพลัดหลงเข้าไปพบเห็น ยังคงทำให้เราเชื่อในความอุดมของโลก ความสวยสดงดงามที่ยังคงอยู่ ที่เราผู้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในสังคมที่ท้องฟ้าปิดและสองเท้าไม่สัมผัสแผ่นดิน ผู้ซึ่งพากันจงเกลียดจงชังโลก อาจไม่เคยได้รับรู้มาก่อนเลย
FOOTNOTE
หนังเรื่องนี้เข้าฉายที่เฮาส์เมื่อหลายเดือนล่วงมาแล้ว และตอนนี้ออกเป็นแผ่นให้รับชมกันอย่างสะดวกดายหาภายใต้ชื่อไทยว่า อูฐจ๋า อย่าร้องให้ ในลิขสิทธิ์ของอี วี เอส ครับ
#1 By Mrs. Holmes on 2005-08-16 09:03