The taste of tea ความผิดเพี้ยนอันแสนสุข
posted on 04 Aug 2005 13:10 by filmsick in alienation
มันเป็นบ้านหลังเล็กๆน่ารัก ในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง
ตั้งอยู่ท่ามกลาง ทุ่งนาเขียวขจี ซากุระเบ่งบาน ดอกไม้ป่าข้างทาง แม่น้ำสงบนิ่ง ทางรถไฟทอดยาว
หากแต่ครอบครัวเล็กๆเจ้าของบ้านนั้นกลับปะกอบด้วย
คุณพ่อที่เป็นจิตแพทย์ วันดีคืนดี ก็ประชุมพลสมาชิกครอบครัวเพื่อสะกดจิตหมู่
คุณแม่น่ารักที่แท้เป็นอะนิเมเตอร์มือดี ยามว่าง ใช้โต๊ะกินข้าวต่างโต๊ะเขียนงานอะนิเมชั่นสุดระทึก
โดยมีคุณปู่ ผู้ชอบร้องเพลงและเริงระบำไม่เลือกเวล่ำเวลาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ
ลูกชายคนโตกำลังจะเป็นโรคกลัวผู้หญิง จนกระทั่งพบกับเด็กสาวหน้าใหม่ในเมือง ที่แสนจะน่ารักและชอบเล่น โกะ แข่นเดียวกับเขา
ส่วนลูกสาวคนเล็กชั้นประถมนั้นกำลังเครียดหนัก เพราะเธอมองเห็นตัวเอเองในเวอร์ชั่นใหญ่ยักษ์ติดตามเธอไปในทุกที
ขณะที่สมาชิกขาจร อย่างคุณน้าสุดเซอร์ (เล่นโดยทาดาโนบุ อาซาโน่ ) วันๆก็เอาแต่เดินไปเดินมาและพาคนแปลกๆอย่างเช่นไอ้หนุ่มนักรำ(อะไรสักอย่างที่คล้ายๆนกกะเรียน)มาบ้าน
ยังไม่นับ คุณอานักเขียนการ์ตูนนิสัยชั่ว ที่อยากมีเทปเพลง-ภูเขา-เป็นของตัวเอง
................................................
ฉากหลังกับพลอตของหนังฟังดูขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง
หากแต่ตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงเศษของหนัง ความผิดเพี้ยนประหลาดโลกของครอบครัวนี้
กลับสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติสงบงดงามโดยรอบ
ความประหลาดใช่จะต้องเป็นความวิปริต
หากเราเรียนรู้จะอยู่ร่วมกับมัน
หนังให้ความผิดเพี้ยนหมกมุ่นของตัวละครแปรผันไปตามวัย
ซาจิโกะหมกมุ่นอยู่กับจินตนาการของตัวเอง (ที่มีขานดใหญ่โตกว่าตัวเธฮ)
ในขณะที่ฮาจิเมะ(รวมถึงคุณน้าฮารุโนะ) หมกมุ่นอยู่กับความรัก (โดยส่วนตัวผม อิน กับตัวละคร ฮาจิเมะมากๆ เพราะ การถีบจักรยานทางไกลกลับบ้าน เพียงแค่ได้ยินถ้อยคำที่ทำให้เราชิดใกล้กับคนที่เราหลงไหล นั้นเป็นพลัง (ทั้งๆที่เความเป็นจริงก็ไม่ได้ทำให้เข้าใกล้กันขึ้นแม้แต่น้อย)
ส่วนคุณพ่อ กับคุณแม่ หมกมุ่นอยู่กับงานของตน จนเผลอเอามาประสมกับเรื่องภายในครอบครัว ถึงขั้นกระทำการสะกดจิตหมู่
ในขณะที่คุณปู่ อยู่ในช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต หมกมุ่นอยู่กับการมุ่งมั่นทำสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝันมาชั่วชิวตก่อนจะต้องอำลา
หนังให้ทุกคน มีปัญหาของตัวเอง และคลี่คลายมันได้ด้วยตัวเอง
คลี่คลายในที่นี้ไม่ได้หมายความถึง การกลับมาเป็นปกติ หากแต่หมายถึงกาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน
เพราะว่า เราเพี้ยนได้ โดยไม่ต้องมีความผิด
เราอาจประหลาดโลก แต่เราก็มี-ความงาม-ในชีวิตของเราเอง
การตีลังกาหลัง การเล่นโกะ การเต้นระบำเพลงประหลาด และกระทั่งการได้รับโทรศัพท์จากนางฟ้า ก็เป็นการคลี่คลายอันสวยสดงดงามในวิธีการของมัน
และหนังถ่ายทอดความงามของชีวิต ได้แช่มช้อย งดงาม ทั้งจากฉากหลังอันเป็นดินแดนชนบท
หรือภาวะนิ่งสงบของบรรดาตัวละครใคนความสงบนิ่งนั้นมีความผิดเพี้ยนแฝงฝังอยู่
หากกลมกลืนกันจนเป็นหนึ่งเดียว

ก่อนหน้าหนังเรื่องนี้ คัตซึฮิโร่ อิชิอิเคยทำหนังมันๆแรงๆที่สร้างจากากร์ตูนมาสองเรื่อง ตั้งแต่ shark skin man and the peach hip girl และ party 7 ซึ่งความผิดเพี้ยน หลุดโลกจากหนังทั้งสอง ยังตามส่งกลิ่นอบอวลอยู่นหนังเรื่องนี้
โดยเฉพาะในฉากเด็ดๆ อย่างเช่น การตื้บคุณอานักเขียนการ์ตูนจอมแส่ โดยหญิงสาวลูกน้องของเขาเอง (มันมากๆๆๆๆ) หรือฉาก เพลงภูเขา- ที่ทั้งตัวเพลง และท่าเต้น แสนจะหลุดโลก ราวกับมาจากดาวอื่นก็มิปาน หรืองานอนิเมชั่นของคุณแม่ ที่แสนจะหวือหวาและบ้าพลัง รวมไปถึงตัวละครนักระบำ ที่ย้อมผมสีทอง สวมชุดสีเหลืองอ๋อย (ราวกับพวกพังค์บ้าๆบอ) แต่กลับร่ายรำอย่างอ่อนช้อย และ สุภาพอย่างเหลือเชื่อ
หากแต่ที่แตกต่างออกไปคือในหนังเรื่องนี้ จังหวะที่เนิบช้า และ ความสงบนิ่งสลับฉาก กลับทำให้เรารู้สึกว่า ความผิดเพี้ยนนั้น ไม่ใช่เรื่องประหลาด เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ง่ายๆ ขำๆ และเป็นสุข
ฉากไคลแมกซ์ของหนังมีการสร้างดอกทานตะวันใหญ่เท่าโลก ขึ้นมา ในแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ในความงดงามยามอาทิตย์อัสดง ประสมกับความหลุดโลกของทานตะวันยักษ์เป็นคำอธิบายถึงหนังทั้งเรื่อง
ความผิดเพี้ยนอันแสนสุข
หนังปิดตัวด้วยสมุดบันทึกของคุณปู่ ฉายภาพบรรดาผู้คนที่เขารักในอิริยาบถอันแตกต่าง วิธีการอาจแปลกประหลาด แต่กลับอิ่มเอมไปด้วยความปรารถนาดี
ซึ่งก็คงเป็นเช่นเดียวกับชื่อเรื่องหนังให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับ รสชาติของน้ำชา- อาจขมปร่าตรงปลายลิ้น หากนำมาซึ่งความสงบงดงาม ในโมงยามอันผ่อนคลาย
F O O T N O T E
ข้อมูลหนัง หาดูได้ที่นี่ครับ

"เราอาจประหลาดโลก แต่เราก็มี-ความงาม-ในชีวิตของเราเอง"
เขียนได้น่าไปหามาดูอีกเช่นเคย ขอบคุณนะคะ
#1 By Mrs. Holmes on 2005-08-04 15:07