Cecil B. demille เป็นนามของผู้กำกับภาพยนตร์ระดับปรมาจารย์แต่ Cecil B. Demented ( เซซิล บี สมองเสื่อม) เป็นชื่อของไอ้หนุ่มหัวทองคนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานในโรงหนัง เขาและเพื่อนพนักงานโรงหนัง(ที่บ้าพอๆกัน)ตั้งใจจะทำหนังสักเรื่อง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของภาพยนตร์ ส่งพวกหนังเลวไปลงนรกเสียให้หมด (ขอพลังจงอยู่คู่กับผู้ลงโทษหนังเลว คนหนึ่งในทีมว่าอย่างนั้น) แม้ยังไม่มีหนังออกมาเป็นตัวเป็นตน พวกเขาก็มีเรื่องและทีมงานพร้อมซึ่งทุกคนให้คำสัตย์สาบานงดเว้นการร่วมรักขณะทำหนัง (ใช่แล้ว เราหงี่ แต่หนังของเราต้องมาก่อน! กรี๊ด!)

ทุกคนถวายตัวให้ เซซิล และลงรอยสักประจำตน เซซิล สัก otto preminger เชริสนางเอกของเขา(ซึ่งเป็นนางเอกผู้โชกโชนในวงการหนังโป๊)สัก Samuel fuller (ตอนเจอฮันนีย์ เธอบอก ฉันเล่นบทคุณมาแล้วทุกเรื่องกระทั่งเรื่องล่าสุด รู้มั้ยมันชื่อ somekind of horniness(กรี๊ด!)) แรเวนช่างแต่งหน้าสาวสาวกซาตาน(เล่นโดยแมกกี้ จิลเลนฮาล!) สัก Kenneth anger (ตอนเจอฮันนีย์ครั้งแรก เธอมองหล่อน แล้วตบเปรี้ยง! ซาตานบอกว่าใบหน้าคุณควรมีสีสัน เธอพูดอ้อนๆ(กรี๊ด!)) แพม ตากล้องเลสเบี้ยนสาวจอมโฉดสัก Sam peckinpah (อยู่ในตำแหน่งนะอีน้อง ไม่งั้นเจ็บ!) ชาร์ดอนเนย์ช่างเสียงสาวผิวสี (และเพลงแรปหยาบคายมันโคดๆของเธอ)สัก spike lee พีทตี้คนขับรถหนุ่มชาวเกย์สัก fassbinder(กรี๊ด!)(บอกผมหน่อยสิ ไ อ้นั่นของเมล ก๊บสันมันใหญ๋รึเปล่า(กรี๊ด!)) รอดนีย์ช่างแต่งหน้า ผู้ซึ่งเกลียดที่ตัวเองไม่เป็นเกย์ สัก Almodovar (ฉันรับรักเขาไม่ได้ เพราะฉันเป็นชายแท้ และฉันเกลียดที่ฉันเป็นชายแท้ (กรี๊ด!) ) เป็นต้น! (กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด!)

.......................................................

แล้วหนังพวกเขาก็จะได้เริ่มเปิดกล้องเสียที

โดยจะมีดารานำ เป็นนางเอกใหญ่ผู้มีชื่อเสียงอย่าง นัง ฮันนีย์ วิทธลอค ที่จะเดินทางมาเปิดรอบปฐมทัศน์หนังใหม่ของเจ้าหล่อนซึ่งชื่อ somekind of happiness (ซึ่งระหว่างทางหล่อนให้สัมภาษณ์ว่า โลกนี้มันแย่มากพอแล้ว ดิฉันเลยคิดว่าเราควรจะทำหนังที่ให้ทุกคนมองโลกในแง่ดีค่ะ (กรี๊ด) )

ส่วนวิธีการที่จะได้ดาราใหญ่(แต่นิสัยเสีย)อย่างเธอมาเล่นน่ะหรือ ง่ายมาก ก็ลักพาตัวกันสดๆกลางงานเปิดตัวเลยน่ะซี้

หลังจากวางแผนอย่างรอบคอบ (พร้อมทั้งภาษการติดต่อระหว่างกันสุดเก๋ เช่น Hey, hey MPAA, how many movies have you censored today? )การลักพาตัวสุดแสนระเบิดเถิดเทิงก็เริ่มขึ้น พร้อมกับจบลงด้วยความตายของยายแก่ ประธานสมาคมโรคหัวใจ (มิงค์ สโตล ขาประจำสุดจี๊ด ของป๋าจอห์น ออกมาขโมยซีนเพียงฉากเดียว ด้วยการพยายามฆ่าเด็ก (กรี๊ด!) แต่ต้องมาจบชีวิตโดยมีเด็กหัวเราะกรี๊ดๆอยู่ข้างๆ)

พวกเขาจับฮันนีย์ไปขังไว้ในโรงหนังเก่า แปลงโฉมเธอให้เป็นเจ้าแม่ ผู้เป็นเจ้าของโรงหนังอาร์ต เฮาส์ที่กำลังจะปิดตัวลง เธอและลูกสาวลูกเขย จึงกระทำการขบถ เพื่อยึดพื้นที่เอาหนังดีคืนมา และส่งหนังห่วยไปลงนรก

นี่คือพลอต (ที่ฟังดูประหลาดๆ)ในหัวของเซซิล แต่ที่ประหลาดยิ่งกว่าคือวิธีการถ่ายทำ ที่จะถ่ายกันแบบสดๆ ชนิด เรียลลิตี้โชว์ซิดซ้าย (ยกตัวอย่างเช่น ฮันนีย์จะวิ่งเข้าไปในโรงหนังที่ฉาย patch adams แล้วพ่นสีใส่ช่องขายตั๋วพร้อมตะโกน หนังเรื่องนี้ไม่ต้องมี directors cut เพราะแค่นี้มันก็ยาวเกินไปแล้ว(กรี๊ด) ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปทำลายบรรยากาศการดูหนัง โดยมีกล้องตามติดชิดใกล้)

การกระทำอุกอาจ การถ่ายทำบ้าระห่ำ ทำให้ทีมงานถูกตามล่าจากตำรวจทั้งเมือง แต่คนอย่างเซซิล บี ดีเมนเทด หรือจะกลัว เขาบุกตะลุยไปทุกที จะเป็นโรงหนัง ริมถนน หรือ งานเลี้ยงของสมาพันธ์ภาพยนตร์ พวกเขาก็บุกไปถ่ายมาจนได้(ภายใต้การต่อต้านของแฟนหนังครอบครัว และ การสนับสนุนของแฟนหนังบู๊เกรดบี และแฟนหนังโป๊) และทันทีที่หนังปิดกล้อง สิ่งที่ทีมงานทุกคนทำ คือ อึ๊บกันบนหลังคาโรงหนังไดรฟ์อิน !

.

-ห-า-ย-ไ-ป-ใ-น-ห-นั-ง-

และนี่คือตำราทำหนังอินดี้ฉบับทำเองก็ได้ง่ายจัง! ของจอห์น วอเตอรส์ คน(อยาก)ทำหนังอินดี้ ต้องดู คนชอบดูหนังคงกรี๊ดใส่ คนที่เกลียดระบบสตูดิโอ คงร้องกรี๊ดๆ และอยากให้มี่ตัวละครเหล่านี้ไปไล่ฆ่าคนทำหนังห่วยจริงๆ แฟนหนังเกรดบี และหนังโป๊คงดีใจที่ได้เป็นผู้ช่วยพระเอก และที่สำคัญ สาวกป๋าจอห์น (เช่นผม) คงร้องกรี๊ดๆขณะดูด้วยมันส์ในอารมณ์

เลยมาจากเรื่องของชีวิตอเมริกันดรีม คราวนี้ป๋าจอห์นขยับมาเสียดสี จิกตี (ถึงขั้นจิกหัวตบ)วงการหนัง และระบบสตูดิโอฮอลลีวู้ด ว่ากันว่าชื่อหนังนั้นได้ไอเดียมาจากชื่อบทความชินหนึ่งที่ลงสัมภาษณ์ป๋าจอห์น และขนานนามป๋าว่า เซซิล บี.สมองเสื่อม ป๋าจี๊ดชื่อนี้มากเลยเอามาทำหนังมันซะเลย

หนังว่าด้วยการปฏิวัติของนักทำหนังผู้บ้านหนังเข้าเส้น และฉุดกระชากหนังจากความสูงส่งเลิศเลอที่ปรนเปรอโดยนายทุนกระเป๋าหนา ลงมาสู่งานต่ำต้อยติดดินที่เน้นความสมจริงของเหตุการณ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราว สถานะภาพขั้นต้นสามัญ(อันแสนเมามัน)ของภาพยนตร์ การถ่ายทำหนังในแบบถึงลูกถึงคนชนิดที่หนังด๊อกม่า ยังต้องอาย และการถวายตัวแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ของบรรดาทีมงาน (ถึงขั้นตีตรา demented forever) กลายเป็นคำถามที่ย้อนมาทิ่มแทงบรรดาผู้สร้างผู้เสพภาพยนตร์ทั้งหลาย วันนี้ท่าน(ทำ )ดูหนังดีแล้วหรือยัง-

จริงอยู่ที่หนังของพวกเขาอาจให้ผลลัพธ์ชวนอดสู วิธีการอาจเถื่อนถ่อยเกินอ้าแขนรับ แต่เราไม่สามารถปฏิเสธความคลั่งไคล้ไหลหลงที่พวกเขามีต่อ ความจริง(หรือที่ฮาเนเก้บอกว่าความลวง)ความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาทีไปได้

และเพื่อความแสบสันต์สะท้านทรวงยิ่งขึ้น หนังมีชอตเด็ด ด้วยการให้ คณะทำงานของเซซิลต่องพบพานกับ มหันตภัยหนังครอบครัว เมื่อพวกเขาปะทะกับแฟนหนังหวานใส ผู้ศีลธรรมสูงท่วมเทียมฟ้ารวกลุ่มต่อต้าน หนังมีมลพิษ ของพวกเขา (แม้ลับหลังจะทำแบบนั้นก็ตาม) กลุ่มของเซซิล วิ่งหนีเข้าไปในโรงหนังที่กำลังฉายหนังบรูซลี อันสดแสนจะรุนแรง ราคาถูกและไร้ศิลปะ หากแต่เป็นบรรดาสาวกหนังกังฟูราคาต่ำเตี้ยเหล่านั้นนั่นเอง ที่ออกโรงปกป้องศิลปะภาพยนตร์อันแสนซื่อ ที่ถูกเส้นศีลธรรมจอมปลอมมาครอบงำ ให้เป็นสัตว์เชื่องรับใช้ค่านิยมหน้าไหว้หลังหลอก

และที่เจ็บไปกว่านั้นคือในช่วงท้ายเมื่อชาวคณะโดนตามล่า (และบางคนถึงกับต้องสละชีพเพื่อศิลปะไปแล้ว) ทีมงานหนีเข้าไปในโรงหนังที่กำลังฉายหนังควบสามเรื่อง ในชื่อเทศกาล -ทวาร หรรษา ซึ่งคือหนังโป๊สามเรื่องควบของเชอริสนั่นเอง (และแน่นอนหนังมีจุดร่วมอยู่ที่...เอ่อ...ประตูหลัง!)และอีกครั้งที่บรรดาแฟนหนังหื่นกาม ลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีของภาพยนตร์ (โดยเชอริสแหกปากตะโกนสั่ง แฟนหนังโป๊ที่รัก ช่วยฉันด้วย!)

หนังบู๊ หนังโป๊ อันแสนจะกระจอกงอกง่อย หาญกล้าลุกขึ้นท้าทายหนังสตูดิโอไฮโซ อันแสนจะจอมปลอม เพื่อนเอ๋ยใครกันแน่ทำหนังห่วย!

และแม้สองสามย่อหน้าด้านบนจะเป็นอาการเพ้อคลั่งของผู้เขียนซึ่งในที่สุดยอมถูกตีตรา เป็นสาวก demented forever (หรือที่แท้ water forever) แต่ความจริงระหว่างบรรทัดยังคงมีอยู่อย่างพร้อมเพรียง รอให้หยิบจับ เพียงแต่หวังว่าจะให้หายหกตกหล่นไปกับเอฟเฟคต์ตื่นตาหรือศีลธรรมอัดกระป๋องหรอกหนอ

........................................................

-ก-ลั-บ-ม-า-ยั-งโ-ล-ก-

แม้ขาประจำจะร่วงโรยและตกตายไปตามกรรมของแต่ละคน แต่หนังของจอห์น วอเตอรส์ยังคงได้รับบริการแบบพลังเหลือล้นจากดาราเช่นเคย และคราวนี้ สตีเฟ่น ดอร์ฟ พิสูจน์ความบ้าให้เราประจักษ์ในบทของเซซิล (อันที่จริงชื่อ ซินแคลร์) เมลานี กริฟฟิธ มาเล่นบทที่ดูบ้าบอแต่เป็นมนุษย์มากกว่าบางบทของเธอ แต่คนที่โดดเด้งมากที่สุด คือ อลิเซีย วิทท์ (จำได้ไหมเธอคือนางเอก urban legend) ในบท เชอริส ที่เอเล่นได้ แร่ดสะใจ (ฉากที่เธอเล่าเรื่องการข่มขืนใต้ต้นคริสมาสต์ ประกอบเพลงjingleball เป็นฉากที่ทั้งขำ ทั้งคัน ทั้งขมขื่น ได้เพราะการแสดงของเธอ)

และตัวหนังเป็นเสมือนจดหมายรักที่จอห์น วอเตอรส์ มีต่อ บัลติมอร์ บ้านเกิดและสถานที่ถ่ายทำหนังทุกเรื่องของเขา โดยเฉพาะบรรดาโรงหนังมากมายในเมืองหนัง หลายโรงยังเปิดฉายอยู่ (โรงหนังในต้นเรื่องที่มีการลักพาตัวกลายเป็นโรงหนังแรกที่ป๋าจัดฉายหนังเรื่องนี้รอบปฐมทัศน์) หลายโรงคือความหลังครั้งเยาว์วัยของป๋า และบางโรงยังคงยืนหยัดฉายอีกเป็นสิบปีทั้งที่ถูกสั่งปิด

Cecil B demented อาจไม่ใช่หนังดีเลิศเลอ ไม่ใช่กระทั่งหนังที่ควรดู (อย่างที่รู้กัน หนังของจอห์น วอเตอรส์ถูกจัดในทำเนียบหนังแปลกมากกว่าหนังดี) แต่โดยส่วนตัว นี่เป็นหนังที่คลั่งที่สุด มันที่สุด เรื่องหนึ่งที่เคยดูมา ยิ่งในฐานะของ คนรักหนัง(แม้จะยังไม่เข้าเส้น) นี่คืหนังที่เหมาะสมกับการกราบจอเป็นที่สุด

จอห์น วอเตอรส์ จงเจริญ และอะไรจะดีไปกว่าการปิดท้ายด้วยวรรคทองของ เซซิล

- Death to mainstream cinema!

.

FOOTNOTE

หาข้อมูลหนังได้ที่นี่ครับ

http://www.imdb.com/title/tt0173716/


edit @ 2005/09/22 15:58:20

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บ้าดี จะหาดูได้ไงหล่ะเนี่ย

#1 By Demigod on 2005-07-22 06:02

ขอบคุณค่ะ

#2 By Mrs. Holmes on 2005-07-22 18:09

ร้าน เฟรม ท่าพระจันทร์น่าจะมีให้เช่านะคะ

#3 By พู่ไหม on 2005-07-22 19:25

มันสุด ๆ หลังจากดูอาการเสพติดของคนยุคโพสโมเดิร์นใน Pecker แล้วก็มาฮาแตกในหนังเรื่องนี้

#4 By nakklam (124.120.154.44) on 2007-02-13 23:12