My life as Mcdull การรู้จักที่จะรักชีวิต
posted on 01 Jul 2005 08:09 by filmsick in humanismตอนที่หมักเต๊าเกิดมาบนโลกนี้
คุณนายหมักปิงเห็นนิมิตหม้อวิเศษใบหนึ่งที่ลอยวนรอบเกาะฮ่องกงมาหยุดเหนือเตียงเธอ
ขณะเธอเฝ้าอธิษฐาน ขอให้ลูกที่เกิดมา
หน้าตาดีเหมือนโจวเหวินฟะ หรือ เหลียงเฉาเหว่ย เอหรือว่าจะให้เป็นร่ำรวย เอหรือว่า จะให้เป็นคนดวงดี ดีหนอ
และไม่รู้ว่าหม้อวิเศษจะเลือกพรข้อไหน แต่อย่างไรเสียหมักเต๊าก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้
หมักเต๊าเรียนในโรงเรียนอนุบาลวัยดรุณ ที่มีครูใหญ่เป็นคนแต้จิ๋ว และครูประจำชั้นเอ๋อๆ
และอยู่กับแม่อาศัยในแฟลตแคบๆ กลางเมืองแออัด
หมักเต๊ามีความหวังและผิดหวัง ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่หมักเต๊าก็มีคุณนายหมักปิง คุณแม่ผู้พิชิตของเขา ที่ไม่ว่าอย่างไรก็รักลูกชายของเธอเสมอ รักจนแอบขโมยทอล์คกิ้งดิก ของลูกชายไปเขียนจดหมายหาคณะกรรมการโอลิมปิก

ภายใต้รูปโฉมของงานอนิเมชั่น สวยใส ภาพตัวละครน่ารัก หลายคนอาจมองเป็นเพียงการ์ตูนสำหรับเด็ก หรือแค่การ์ตูนตลกติ๊งติ๊องยิงมุกกระหน่ำไปจนจบเรื่อง หากแต่ภายใต้อารมณ์ขันและความหวานใสนั้น หนังสอดแทรกประเด็นมุมมองหม่นเศร้า อันเป็นสัจธรรมว่า ที่แท้ ชีวิต อาจคือความไม่สมประสงค์ใดๆเลย
หนังใช้เจ้าลูกหมูน้อยหมักเต๊า เป็นเสมือนผู้นำสาส์น จดหมายรักที่ตัวผู้กำกับมีต่อฮ่องกง ในนัยยะหนึ่ง ชีวิตของหมักเต๊าถูกนำมาเสียดสีความจริงที่ว่าฮ่องกงนั้นช่างแออัด และเต็มไปด้วยมลพิษ (ฉากหนึ่งที่ ทำได้อย่าเจ็บมากๆ คือ ขณะที่เหมักเต๊าบรรยายถึง มัลดีฟส์ ภาพที่เราเห็นกลับเป็นรถนักเรียน วิ่งไปบนถนนแออัด) หรือความวุ่นวายในชีวิตสังคมเมือง(ในฉากแนะนำตัวคุณแม่ผ่านรูปแบบวีดีโอเกม ที่นอกจากจะเป็นการเล่าผ่านมุมของหมักเต๊าแล้ว ยังเป็นการอธิบาย ชีวิตแข่งขัน- ของคนเมืองได้อย่างเต็มรูปแบบ) ในขณะเดียวกัน หนังก็บอกรักฮ่องกงด้วยการมองชีวิตเล็กที่ดิ้นรนอยู่ในเมืองนั้นด้วยคามเมตตาอย่างยิ่ง

ชีวิตเล็กๆของหมักเต๊า และคุณนายหมักปิงผู้แม่ ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่สมหวัง เมื่อหมักเต๊าอยากไปมัลดีฟส์ ที่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ไปไม่ถึง หรือความใฝ่ฝันที่คุณนายหมักปิงอยากเห็นลูกชายกลายเป็นนักกีฬาโอลิมปิค กระทั่ง เรื่องที่เริ่มต้นด้วยโมงยามที่ดีอย่างเรื่องของไก่งวงในคืนคริสมาสต์ ก็ล้วนจบลงอย่าง เจียมตัว ผิดหวัง และขมขื่น
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจเบือนหน้าหนี ด้วยความเชื่อที่ว่าหนังการ์ตูนควรจะเล่าแต่เรื่องแสนสนุก การผจญภัยเร้าใจตื่นเต้น แม้จะมีเค้ารางของความเศร้าอย่างไรเสียก็ต้องจบลงอย่างสวยสดงดงาม เพื่อให้เด็กๆมองดูโลกอย่างดีงาม
แต่ใช่หรือไม่ที่ชีวิตเราไม่ได้ดีงามขนาดนั้น ในความเป็นจริง เราไม่ได้เติบโตขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงเจ้าชาย อาศัยอยู่ในดินแดนอันเป็นสุขชั่วนิรันดร์ เราล้วนเติบโตขึ้น บางคนอ้วน บางคนโง่ บางคนมีชีวิตยากลำบาก บางคนชั่วร้าย หากแต่เมื่อเรามองย้อนกลับไป หลายครั้งเราก็พบว่า ในความโง่เขลา ความผิดหวัง ความโศกเศร้า ล้วนทำให้เรารักชีวิตมากขึ้นทุกวัน
.........และหนังเรื่องนี้ก็เล่าเรื่องราวเหล่านั้น.........
มัลดีฟส์เช้าไปเย็นกลับ ทำให้หมักเต๊าหลับฝันดี การฝึกชิงซาลาเปาทำให้หมักเต๊าได้น่องที่ดีมาคู่หนึ่ง และกลิ่นไก่งวงทำให้เขาระลึกลึกถึงโมงยามที่ดีงามที่สุดในชีวิต และที่สำคัญหมักเต๊าและคุณนายหมักปิงต่างได้ค้นพบสิ่งที่สำคัญกว่า ...การท่องเที่ยว การเป็นนักกีฬาโอลิมปิค การกินไก่งวง และมันอยู่ในปลาตัวหนึ่ง จดหมายฉบับหนึ่ง และ ไก่งวงตัวหนึ่ง และบางทีเป็นความโง่เขลาผิดพลาดนี้เองที่สอนให้เรารู้ว่า คนที่รักเรานั้นมีค่ากับเราเพียงใด ซึ่งนั่นทำให้เรา รักชีวิต
และมันคงจะเป็นการดีไม่น้อย ที่หากหนังการ์ตูนสักเรื่องจะบอกกับเด็กๆของเรา และบอกเราถึง การรู้จักที่จะรักชีวิต (ที่อาจจะไม่เข้าท่า) ของเรา

F o o t n o t e
ตัวหนังการ์ตูนเรื่องนี้คว้ารางวัลมากมายจากบ้านเกิด ตั้งแต่รางวัลม้าทองคำการ์ตูนยอดเยี่ยมไปจนถึงรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยมนอกจากนี้ยังเป็นหนังดการ์ตูนทำเงินถล่มทลาย และกลายเป็นตัวการ์ตูนที่อยู่ในใจชาวฮ่องกงอีกต่างหาก
หนังเรื่องนี้เข้าฉายบ้านเราอย่างเยบๆที่โรงหนังเฮาส์ เมื่อหลายเดือนก่อน และตอนนี้ลงแผ่นเป็นแผ่นวีซีดีให้ชมกันในชื่อไทยว่า ผมชื่อ แมคดัลล์ ลิขสิทธิ์ของ อีวีเอส
และจะเป็นการดีหากมีโอกาสรับชมหนังเรื่องนี้แบบเสียงต้นฉบับ เพราะเสียงพากย์ของตัวหมักเต๊านั้นน่ารักมากๆ
edit @ 2005/07/14 22:11:51
)
น่ารัก น่าดู

#1 By Mrs. Holmes on 2005-07-01 09:30