Head-on รัก เปลี่ยน โลก / FS
posted on 29 Jun 2005 23:26 by filmsick in alienation, love-is-all-around
คาฮิต และ ซิเบล พบกันในคลินิคจิตบำบัดคนฆ่าตัวตาย
ในค่ำคืนหนึ่ง
คาฮิตผู้เมามายหน่ายเหนื่อยต่อการมีชีวิตเต็มกลืน
อยู่ดีๆเขาก็ขับรถพุ่งชนกำแพงเสียเฉยๆโดยไม่มีเหตุผล
ถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมๆกับซิเบลที่กรีดข้อมือตัวเอง
ต่อมาเธอพบเขาในลู่วิ่งและประโยคแรกที่ซิเบลเอื้อนเอ่ยคือ เธอขอ คาฮิตแต่งงาน ซึ่งแน่นอนคาฮิตปฏิเสธ เธอชวนเขาไปดื่มเบียร์ หลบออกจาคลินิกในตอนค่ำ ทั้งที่คาฮิตยังดามคอ และซิเบลยังพันแผลที่ข้อมือ คาฮิตบอกว่าเวลากรีดให้กรีดตามยาว มันจะเฉือนเส้นเลือดใหญ่และตายแน่ๆ กรีดตามขวางมันเป็นเรื่องเด็กๆ ซิเบลขอคาฮิตแต่งงานอีก แต่คาฮิตปฏิเสธ ทันใดนั้นเธอคว้าขวดเบียร์ของคาฮิตมาฟาด แล้วกรีดข้อมือตามที่คาฮิตสอน ระหว่างนั่งรถเมล์กลับ ในสภาพเลือดอาบ ทั้งคู่ตะโกนใส่กัน จนคนขับรถไล่ลงจากรถ อย่างเหยียดหยาม ทั้งในฐานะคนขี้เมา และคนพลัดถิ่น (ทั้งคู่เป็นชาวตุรกี ในเยอรมัน)
คาฮิตไม่มีอะไรจะเสีย เขาแค่พยายามจะเผาชีวิตตัวเองเล่นจนกว่ามันจะจบลง ปราศจากความยี่หระต่อทั้งรูปลักษณ์ ความก้าวหน้า อนาคต อดีต กระทั่งการใช้ชีวิต ขณะที่ซิเบลจะใช้การแต่งงานเป็นการปลดแอกชีวิตตัวเองจากครอบครัวตุรกีหัวโบราณ เธอต้องการเพริดไปในโลกราตรี มีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ลิ้มรสหวานล้ำของวัยสาว ก่อนวันคืนจะล่วงพ้น และหลังออกจากคลินิค คนเถื่อนพลัดถิ่น ผู้ไม่อาจเข้ากันได้ทั้งกับดินแดนแปลกหน้า แผ่นดินมาตุภูมิ หรือกระทั่งกับตนเอง สองคน ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แม้แทบมองไม่เห็นอนาคต (ซึ่งที่แท้พวกเขาไม่ได้ปรารถนาจะนึกถึง) ก็ตาม
......................................................................................

-มีเพียงความรัก และความตายเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงสรรพสิ่ง- *
คาลิล ยิบราน เคยกล่าวไว้เช่นนั้น
ในหนังเรื่องนี้ ความรักได้เปลี่ยนแปลง คนสองคน จาก เด็กหลงทางชั่วนิรันดร์ให้ได้ค้นพบรุ่งอรุณ ของชีวิตใหม่ และเป็นความรักนี่เองที่บิดผันชะตากรรม ของ ทั้งคู่ ดับความหวังทั้งหมด ลงอีกครั้ง แต่เมื่อรักผ่านมาในดวงใจ ผู้คนก็พร้อมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนังเล่าเรื่องความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความบ้าคลั่งของการใช้ชีวิตของทั้งคาฮิต และ ซิเบล หากแต่สิ่งที่หนังต้องการวิพากษ์ถึงคือ วัฒนธรรมเก่าของตุรกี (ตัว faith akin ผู้กำกับนั้นแม้จะเกิดในเยอรมัน แต่เขาก็มีพ่อแม่เป็นตุรกี ดังนั้น ในหนังเรื่องนี้มันจึงเหมือนการระบายความอึดอัดขัดข้องต่อกรอบวัฒนธรรมลงไป)
ซิเบล จำเป็นต้องแต่งงานกับ - ใครสักคน - เพราะสำหรับครอบครัวเธอคือ แกะดำ พี่ชายตบตีเธอเพียงเพราะเห็นเธอจับมือกับผู้ชาย และพ่อแทบจะตัดขาดเมื่อเธอฆ่าตัวตาย ซิเบลต้องหาใครสักคนที่จะแต่งด้วยเพื่อหลุดพ้นจากกรอบกรงเก่าแก่นั้น เพื่อที่เธอจะได้ใช้ชีวิตเสรีนิยม เริงไปในโลกราตรี นอนกับผู้ชายทุกคนที่อยากนอน และบังเอิญคาฮิต ผ่านเข้ามาในชีวิต
คาฮิตไม่มีอะไรที่จะเสีย เขามีเพียงความหลังบาดเจ็บเป็นเพื่อน บางวันเขาไปโหยหาไออุ่นจากสาวช่างเสริมสวย แต่มันก็ไม่อาจบรรเทาเบาบางลง เขาเพียงคิดว่าต้องการช่วยเหลือซิเบล เขาจึงยอมแต่งงานกับเธอก้าวล่วงสู่สังคมที่เขาหนีมา และทำเป็นลืมว่าเคยมีอยู่ ฉากหนึ่งที่อธิบายความมืดดำของวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจคือในฉากที่เขาเล่นไพ่กับบรรดาพี่เขยและ เพื่อนๆของพี่เขย ทุกคนพูดถึงผู้หญิงคนที่คิดจะไปนอนด้วย หัวเราะเฮฮา จู่ๆคาฮิตถามขึ้น -เล้วทำไมไม่ไปอึ๊บเมียตัวเองเล่า - และนำมาซึ่งเรื่องวิววาท เมื่อชายคนหนึ่งพยายามปกป้องเกียรติยศของภรรยา -แกจะมาใช้คำนั้นกับเมียไม่ได้- คาฮิตไม่ตอบโต้อะไร อาจเพราะเขาเหนื่อยหน่ายต่อการตอบโต้ อาจเพราะที่แท้เขากำลังขบขัน คนที่ทำท่าเชิดชูเมียตน (พอบรรดาเมียๆ เข้ามาพวกเขาก็เงียบเสียง) แต่ลับหลัง กลับ หาทาง-อึ๊บ - หญิงอื่น ยิ่งหนังตัดสลับกับบทสนทนาของบรรดาเมียๆเกี่ยวกับความไม่เอาไหนของสามี ยิ่งสะท้อนภาพบรรดาผู้คนที่-ติดกับวัฒนธรรม - และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนประพฤตินั้นดีงามถูกต้องโดยไม่เคยสงสัยหรือทำความเข้าใจใดๆเลย

แต่หนังก็ไม่ได้เอาแต่กล่าวโทษวัฒนธรรมเก่าแต่อย่างเดียว ในเมื่อสุดขอบของเสรีนิยม ก็ทำลายได้ไม่แพ้กัน ในขณะเดียวกับที่ซิเบลเริงไปในโลกราตรี คาฮิต เริ่มหลงรักเธอมากขึ้นทุกที สำหรับคนอื่นเธอเป็นหญิงร่านสวาท แต่สำหรับคาฮิต เธอคือนางฟ้าที่ฉายแสงส่องมาในชีวิตเขา สวยงามแต่ไม่อาจคว้าจับ ราวผลไม้ต้องห้ามที่เขาไม่อาจเอื้อม
หากคาฮิตเป็นตัวแทนของ คนผู้ซึ่งไม่ได้เป็นของวัฒนธรรมใดๆ ซิเบลก็เป็นตัวแทนของเสรีนิยมสุดขั้ว เธอยินดีจะไปกับใครก็ตามที่เธอพอใจ มีความสุขกับความสัมพันธ์นแบบนั้น บางครั้งเธอก็ใส่ใจ คาฮิต ตัดผมให้ ทำอาหารให้ เป็นภรรยาที่ดี เป็นแสงสว่างในห้องรกร้างของคาฮิต แต่ก็เป็นเธอนั่นเอง ที่ทำลายมันลง ความเสรีสุดขอบของเธอ ทำให้คาฮิตต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องซิเบล นำมาซึ่งเรื่องเหนือความคาดหมายที่แสนเจ็บปวด ขณะที่ซิเบล เองก็ได้เรียนรู้ว่าที่สุดปลายเสรีนิยมที่เธอยึดถือนั้น ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า (ฉากที่เธอโดนข่มขืนบนพื้นบาร์ โดนซ้อม โดนแทง เป็นฉากที่ทรมานใจคนดูมาก และหนังกำหนดให้ฉากดังกล่าวเกิดขึ้นในอิสตันบูล ดินแดนตุรกี แห่งวัฒนธรรมเก่าที่ซิเบล ต่อต้าน )
หนังเล่าเรื่องด้วยอารมณ์กราดเกรี้ยวรุนแรง ตัวละครของคาฮิต แทบจะเป็นตัวละครแบบเดียวกับ อเลกซ์คนหนุ่มผู้รักอย่างบ้าคลั่งใน les amants du pont neuf ของ leos carax ในขณะที่ซิเบลเป็นเหมือนนางฟ้าหัวดื้อ ช่วงแรกของหนัง เต็มไปด้วยเพลงร๊อค ยาเสพย์ติด ชีวิตสุดเหวี่ยง ก่อนที่ช่วงที่สองหนังจะอัดคนดูภาพชะตากรรมของทั้งคู่ และจบช่วงที่สามอย่างสบนิ่ง ความรักส่องฉายในใจครั้งหนึ่ง พลิกคว่ำคะมำหงายชีวิตผู้คน สองคนที่รักกันอย่างที่สุดในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดที่จะรักกัน ครั้งหนึ่ง จิตแพทย์บอกกับคาฮิตว่า -ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไม่ได้ ก็จงเปลี่ยนแปลงโลกของคุณเสีย - และความรักได้เปลี่ยนโลกของคาฮิต หลังจากเขาได้รักซิเบล เขาพบว่า จะอย่างไรเสียเขาก็ต้องมีชีวิตอยู่ และซิเบลก็เช่นกัน แม้ทั้งคู่จะเป็นสามีภรรยากัน แต่ทั้งคู่ได้ร่วมรักกันเลยจนท้ายเรื่อง (ซึ่งก็เป็นการร่วมรักในเวลาที่ไม่สมควรจะได้ร่วมรักกันอย่างที่สุด) หนังถ่ายฉากเหล่านั้นออกมาอย่างนุ่มนวล งดงาม ราวกับกล่าวคำอำลาต่อความรัก ของทั้งคู่
หนังได้การแสดงระดับวิเศษจาก Birol Unell ในบท คาฮิต และ Sibel Kelkili ในบทซิเบล ทั้งเสน่ห์เฉพาะตัว ความดิบเถื่อน บ้าคลั่ง อ่อนหวาน งดงาม และ เคมีของทั้งคู่ทำให้หนังทั้งขมทั้งหวาน ทั้งฝันทั้งจริง
ความรักผ่านมาเพียงครั้งเพียงเพื่อผ่านไป แต่มันอาจเปลี่ยนแปลงผู้คนชั่วนิรันดร์
เฉกเช่นดวงตา ของคาฮิต และชีวิตของซิเบล
......................................................................................................
f o o t n o t e
ข้อมูลหนังดูได้ที่นี่ครับ
โดยส่วนตัวนี่เป็นหนังที่ผมชอบเอามากๆเรื่องหนึ่งจากงานเทศกาลหนังยุโรปปีนี้ (เป็นรองแค่ the son )ตอนที่ดูนั้นไม่เท่าไหร่
แต่พอดูจบไปประมาณ วันสองวัน ระหว่างทางกลับดินแดนโพ้นทะเลของผม จู่ๆ ผมก็คิดถึงคาฮิตขึ้นมาเฉยๆและรู้สึกถึงชีวิตของเขาก่อนซิเบลเข้ามาในชีวิต มันคงเป็นชีวิตที่เหลือทนจริงๆ จากนั้นผมก็พบว่าผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆๆๆ
หากจะบรรยายง่ายๆหนังเรื่องนี้เหมือนกับความรักบริสุทธิ์บ้าคลั่ง ของ อเล็กซ์ใน le amants de pont neuf ปะทะกับจิ้งจกเดียวดายผู้ที่รักฉายส่องจนเปลี่ยนไปชั่วนินรันดร์ใน เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล ของเป็นเอก รัตนเรือง ครับ
edit @ 2005/09/20 00:41:00

ความรักผ่านมาเพียงครั้งเพียงเพื่อผ่านไป แต่มันอาจเปลี่ยนแปลงผู้คนชั่วนิรันดร์ เฉกเช่นดวงตา ของคาฮิต และชีวิตของซิเบล
อ่านแล้วอ่อนหวานระคนเจ็บปวดนะ
ว่าแต่ ดิฉันจะไปหาหนังเรื่องนี้มาดูได้อย่างไรละเนี่ย จริง ๆ คุณเขียนได้ดีจนดิฉันรู้สึกว่า ตัวเองได้ดูแก่นแท้ของหนัง อย่างแท้จริงแล้วละค่ะ แต่ก็อยากมองผ่านตาของตัวเองอยู่ดี
#1 By Mrs. Holmes on 2005-06-30 00:50