the son ลูกชายในรอยแค้น /FS
posted on 28 Jun 2005 15:55 by filmsick in humanism
ความรู้สึกในการรับชมหนังเรื่องนี้คงคล้ายคลึงกับความพยายามแยกแะยว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นอะไรกันแน่ระหว่าง นาฬิกาปลุกกับระเบิดเวลา โดยกระทำในห้องปิดตาย !
ตัวหนังนั้นเล่าเรื่อง ที่สามารถเล่าได้ภายในไม่กี่บรรทัด มันเป็นเรื่องของช่างไม้คนหนึ่งที่ทำงานในศูนย์ฝึกอาชีพให้เด็กๆที่หลุดออกมาจากเรือนจำ เขาอาศัยอยู่ลำพัง ภรรยาเก่ากำลังจะแต่งงานใหม่ ดูท่าทางจะเป็นคนเจ้าระเบียบ ละเอียดลออ และเก็บตัว วันหนึ่งมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาสมัครเรียนวิชาชีพช่างไม้ เขายืนอ่านแบบฟอร์มสมัคร แล้วปฏิเสธไป หากแต่กลับลอบสะกดรอยตามเด็กหนุ่มคนนั้น แรงดึงดูดระหว่างชายช่างไม้กับเด็กหนุ่มขี้คุก ซ่อนเบื้องหลังซับซ้อนที่ไม่อาจเปิดเผยได้
หากท่านใดยังไม่ได้ดูหนัง เลิกอ่านเสียตั้งแต่บรรทัดนึ้ แล้วไปหาหนังเรื่องนี้มาดู เพื่อเรียนรู้ที่จะทำบททดสอบทางศีลธรรม
ไม่ใช่ของตัวละคร แต่เป็นของคนดูทุกคน
******************************************************************************************
นับตั้งแต่บรรทัดนี้ไป จะมีการเปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ดูหนังเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ
******************************************************************************************
หนังเดินหน้าอย่างเชื่องช้า และใช้ความสามารถของกล้องในการสร้างความอึดอัดขัดข้อง คลุมเครือ ไม่มีการย้อนความหลัง ไม่มีการบอกเล่า มีเพียงภาพฉายชีวิตประจำวันของนายช่างไม้ ด้วยกล้องแบบตามติดตัว โคลสภาพใกล้ชิดจนอึดอัด และตัดต่อน้อยมาก หลายฉากเป็นฉากลองเทคยาวๆ ที่อาศัยฝีมือของนักแสดงล้วนๆ เพราะแม้ในฉากดังกล่าว จะไม่ต้องแสดงอารมณ์ หากที่นักแสดงต้องทำคือทำให้คนดูเชื่อว่าพวกเขา ทำงานที่นั่น อาศัยในบ้านหลังนั้นจริงๆ การหยิบจับข้าวของ การทำงาน กระทั่งการเดินไปเดินมาระหว่างห้อง ซึ่ง Olivier Gourmet ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลนำชายจากคานส์ ไปครอง
หนังเฉลยความจริงในตอนกลางเรื่อง ถึงสาเหตุที่โอลิวิเยร์ นายช่างไม้ ติดตาม เด็กหนุ่ม ฟรานซิส ทันที่ที่หนังเปิดเผยความจริงในส่วนนี้ ความสัมพันธ์ของโอลิวิเยร์ กับ ฟรานซิส ก็กลายเป็นความคลุมเครืออันตึงเครียดไป ความสัมพันธ์ที่แกว่งไปมาระหว่าง การเป็นแค่ นาฬิกาปลุก กับการเป็นระเบิดเวลา!
และที่สำคัญ ท่ามกลางความคลุมครือ สถานการณ์ที่เป็นได้ทั้งอันตรายไม่น่าไว้วางใจ และ อบุอุ่นนุ่มนวล สิ่งที่หนังทำ ไม่ใช่การทดสอบศีลธรรม ของตัวละคร หากแต่เป็นการทดสอบศีลธรรมในใจคนดู ในฉากนั่งรถ โอลิวิเยร์ตั้งคำถามถึงอดีตของฟรานซิส
และคำตอบของฟรานซิส หมิ่นเหม่พร้อมจะผลักโอลิวิเยร์ให้มีเหตุผลรองรับเหลือเฟือในการกระทำ ที่คนดูคาดว่าโอลิวิเยร์จะกระทำ (หนังไม่ได้ทดสอบโอลิวิเยร์ เพราะในฉากที่เขาทุ่มเถียงกับอดีตภรรยา มันดูราวกับว่าเขาตัดสินใจไปแล้ว)
หนังถามเราตรงๆเลยว่า เราคาดหวังจุดจบแบบใด ระหว่างการชำระแค้น (และความสะใจของคนดู) กับการให้อภัย (ที่อาจส่งผลให้หนังเป็นเพียงเรื่องจืดชืด) อำนาจของเรื่องเล่าผลักดันให้คนดูกว่าครึ่งปรารถนาลึกๆในใจที่จะเห็นฉากวินาศสันตะโรของความแค้น หากแต่นั่นใช่หรือไม่ว่ามันเป็นการตอบสนองจิตใจใคร่แค้นเคือง ที่ซ่อนลึกในตัวเรา ฉากไล่จับในโรงไม้ คล้ายเป็นฉากที่เข็มนาฬิกาเดินครบรอบ พร้อมจะจุดชนวนระเบิดได้ทันที (และในใจคนดูหลายคน มันได้ระเบิดเส้นศีลธรรมออกเป็นเสี่ยงๆ)
ขอบเขตของเรื่องเล่า อาจเป็นข้อโต้แย้งว่า -ในเป็นแค่เพียงหนังเรื่องหนึ่ง - ชวนให้คิดไปถึงความคิดหลักใน funny games หนังโรคจิต ของ มิคาเอล ฮาเนเก้ ใช่หรือไม่ที่ที่แท้ เราซื้อตั๋วมาดูความหายนะของผู้คน เพื่อที่จะสะใจกับมัน เราปรารถนา ระเบิดเวลามากกว่านาฬิกาปลุก เพียงแต่เราต้องเป็นคนดู ไม่ใช่คนที่ผูกติดกับระเบิด ใน funny games มันระเบิดใส่หน้าเราเละเทะ หากแต่ใน the son การณ์กลับตรงกันข้าม เป็นการเหนือความคาดหมาย ที่อาจทำร้ายคนดูหลายคน หากแต่กับคนดูหลายคน มันคือการถูกปลุกให้ตื่น (ไม่ใช่การตบหน้าให้ตื่นเหมือนของ ฮาเนเก้) และค้นหา ศีลธรรมภายใน ซึ่งก็ไม่ได้ต้องการให้เราสำนึกผิดที่คิดชั่ว แต่เป็นการบอกเราว่าถึงความน่ากลัวของสัญชาตญาณดิบภายใน

และในฉากจบของหนัง ที่สุดแสนจะเรียบง่าย ทำให้เราต้องย้อนคิดไปถึงโปสเตอร์ของหนัง อันเป็นฉากการสอน -ขนไม้ - ซึ่งเป็นฉากสำคัญฉากหนึ่งในหนัง ไม้กระดานหนึ่งแผ่น มีวิธีขนมากมาย แต่การขนไม้ให้สมดุลกลับทำไม่ง่ายนัก ถ้าไม้กระดานคือ ชีวิต ฟรานซิส ครั้งหนึ่งเคยขนไม้พลาด จนล้มมาแล้ว หากแต่กับ โอลิวิเยร์ ชายผู้ปวดหลังจากการขนไม้มายาวนาน จนต้องสวมสายหนังรัดเอวเพื่อช่วยถ่ายน้ำหนัก เขาเป็นคนรับฟรานซิสในตอนนั้น ช่วยให้ฟรานซิสลุกขึ้นอีกครั้ง (หนังอธิบายอดีตของฟรานซิสในฉากนี้ฉากเดียวได้สมบูรณ์โดยไม่ต้องเท้าความ เพราะเราเห็นเขายกมือปัดป้อง พลางร้องให้ แทนที่จะลุกขึ้นกล่าวขอโทษ)
หากเราปวดหลังจากการแบกความพยาบาท ความทุกข์เศร้าไว้บนบ่ามายาวนาน วิธีคลายทุกข์ไม่อาจทำได้ด้วยการตัดทำลายไม้กระดาน มันกลับคือการสอนใครสักคนให้ช่วยเราขนไม้กระดานนั้นไปพร้อมๆกันต่างหาก
...........................................................................................
f o o t n o t e
ข้อมูลหนังหาดูได้ที่นี่ครับ
http://www.imdb.com/title/tt0291172/