The saddest music in the world เพลงระทม ประโลมโลก / FS
posted on 28 Jun 2005 16:41 by filmsick in humanism
-และนี่คือสุ้มเสียงแห่ง วินนิเพก
เมืองอันจ่อมจมในห้วงทุกข์
บทเพลงใด จากแห่งหนไหน จงขับขาน ประชันขันแข่ง
เพื่อเฟ้นหา....
บทเพลงที่เศร้าที่สุดบนโลกใบนี้ -
และนั่นคือคำประกาศจาก เลดี้ พอร์ท ฮันท์ลีย์ หญิงผู้เป็นเจ้าของโรงเบียร์ muskeg แห่งเมืองวินนิเพก หญิงสาวขาพิการทั้งสองข้างอันเกิดจากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เป็นเรื่องเศร้าที่สุดในโลกนี้ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ
และยังมี เชสเตอร์ เคนท์ ชายหนุ่มกรุ้มกริ่ม กับ นาร์ซีซัสคนรักของเขา คนที่หลังจากหมอดูทำนายทายทักถึงอดีต และอนาคต
เพื่อจะให้เขาหัวเราะเยาะใส่ เขาก็ได้ยินคำประกาศของเลดี้ พอร์ท ฮันต์ลีย์ เข้าแข่งขันด้วยความกระหายเงินและชัยชนะ ในนามของตัวแทนประเทศ ...อเมริกา(ทั้งที่เป็นแคนาดา) ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้แข่งขัน ยังเป็นเหมือนเส้นเชือกเปื่อยยุ่ยที่ผูกโยงความสัมพันธ์ภิณฑ์พังของผู้คนทั้งหมดในเรื่อง
และยังมีหญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำนาม นาร์ซีซัส นักเชลโล ผู้พ่ายแพ้ต่อทุกรสสัมผัสจนต้องซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมร่างกาย นาม กราวิลโล ผู้เข้าแข่งขันในนาม ของเซอร์เบีย ประเทศที่ไม่ได้มีอยู่อีกต่อไป มีฟิโอดอร์ ทหารแก่จากแคนาดาผู้พร่ำเพลงสงครามโศกระทม และหลงใหลในขาเทียมจนไม่อาจถอนตัวขึ้น ทั้งหมดล้วนเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง ไม่ใช่แค่ในฐานะของผู้แข่งขัน หากแต่ในมีความสัมพันธ์ซ้อนทับกันอยู่ เฉกเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ซับซ้นอของประเทศต่อประเทศที่แต่ละคนเป็นตัวแทน
...........................................................

ภายใต้เรื่องราวฉูดฉาดของสัมพันธ์สามสี่เส้า การชิงรักหักสวาท เล่ห์เหลี่ยมกลโกง เรื่องรักหวานเศร้า และการสับประยุทธ์ทางดนตรี (ที่ยังผลให้เราได้รับฟังดนตรี จากนานาชาติย่างเต็มอิ่ม) และภายใต้เทคนิคเด็ดขาดบาดใจ อย่างเช่น การทำราวกับว่าหนังถูกสร้างขึ้นในยุคสมัย 20 -30 ตั้งแต่ ฉาก เสื้อผ้า หน้าตา ทรงผม ไล่ไปจนถึง การทำฟิล์มเป็นสีขาวดำ ภาพเกรนแตก ยุบย่อภาพเป็นวงกลมเมื่อต้องการขับเน้น ถ่ายซอฟท์เลนส์ ปรับสีเป็นสีฟ้าในบางฉาก ใช้เลนส์บางชนิดที่ทำให้รูปทรงบิดเบี้ยว ยังผลสร้างโลกประหลาดหลอกหลอน หากงดงามจับตาต้องใจ หนังกลับซ่อนเรื่องสำคัญไว้ได้อย่างน่าสนใจ และเรื่องที่ว่าคือ นี่เป็นหนัง เสียดสีการเมืองระหว่างประเทศ!
หนังให้ ทุกตัวละคร ล้วนแทนที่ประเทศประเทศหนึ่ง (ในฐานะตัวแทนผู้เข้าแข่งขันจากประเทศนั้นๆ) ร่วมกันขับขาน บทเพลงแสนเศร้า ซึ่งแต่ละประเทศก็มีความเศร้าที่แตกต่างกัน จนทำให้คิดได้ว่า ที่แท้แล้ว งานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี เนื้อแท้ล้วนงอกเงยมาจากกองทุกข์ ความทุกข์ตรม ขมขื่น แปรสภาพเป็นลำนำเพลงเศร้า เมกซิโก ขับกีตาร์บรรเลง บทเพลงระทม เกี่ยวกับการคลอดลูกของหญิงสาวผู้หนึ่ง ประเทศ สยาม(ที่แต่งตัวเหมือนมาจากเมืองจีน มากกว่า ประเทศไทย) ขับเพลงขลุ่ยเศร้าเกี่ยวกับความแร้นแค้นจากภัยธรรมชาติ ชาวแอฟริกัน ทรมานตนเองไปพร้อมกับบทเพลง คนแคนาดาโศกเศร้ากับสงครามเก่าแก่ไม่รู้จบ ชาวสเปนเต้นระบำสังเวยความอยุติธรรมในสังคม และชาวเซอร์เบีย เจ้าของดินแดนอันเคยเป็นยูโกสลาเวีย ประเทศที่ไม่ได้มีอยู่อีกต่อไป ร่ายเพลงเชลโล แห่งสงครามกลางเมือง แม้ทั้งหมดจะแข่งขันกันเพื่อเงิน สองหมื่นห้าพันเหรียญของเลดี้ พอร์ต ฮันท์ลีย์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกบทเพลงที่ได้ยินในหนังล้วนมีที่มาจากทุกข์ทนของผู้คนบนโลก ความอดอยาก หิวโหย ความอยุติธรรม สงคราม และภัยธรรมชาติ ศิลปะล้วนมีเชื้อพันธุ์เช่นนี้ แปรรูปจากความทุกข์สู่ความงดงาม ไม่เว้นกระทั่งเพลงพื้นบ้านของชาติเรา ที่ล้วนแต่ขับลำนำ งามโศกอยู่ทั้งสิ้น

และตลอดการแข่งขันนั้น มีเพียงเชสเตอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของอเมริกาเท่านั้นที่ไม่ได้ขับบทเพลงเศร้ามาด้วยตัวเอง เขาจ้างทีมงานใหญ่โต ซื้อนักกีตาร์อดอยากจากเมกซิโกมาร่วมทีม ซื้อผู้คนจากแอฟริกา สร้างฉากงดงามตระการตา ให้นาร์ซิซัสร้องเพลงโล้ชิงช้า กลายเป็นโชว์ตระการตาที่ข่มทุกความทุกข์ยากในบทเพลงอื่นๆ (ทั้งๆที่เขาไม่มีกระทั่งความทุกข์ยากของตน หรือไม่ก็ซ่อนมันไว้มิดชิดจนไม่สามารถนำมาทำเป็นบทเพลงได้) นาร์ซิซัสเองดูราวกับจะเป็นตัวแทนของผู้คน ผู้สูญเสียความทรงจำ ลืมไปว่าที่แท้ตัวเองเคยผ่านสถานการณ์ใดๆมา
ทำเพียงว่าตามเชสเตอร์ผู้กลอกกลิ้งในทุกๆเรื่อง ไม่ต่างจากบางประเทศที่ตามก้นอเมริกา (และบางประเทศ อย่างเช่นทีมนักกีตาร์จากเมกซิโก ที่ถูก-ซื้อ เพราะความอดอยากภายใน) อเมริกาชนะในทุกรอบ แต่เชสเตอร์ยังแอบไปเล่นแง่กับ เลดี้ พอร์ต ฮันท์ลีย์ คนที่กุมชะตากรรมของผู้เข้าแข่งขัน คนที่ที่แท้เป็นหญิงขาขาด ที่ส่วนหนึ่งมาจากการกระทำของเชสเตอร์ แต่ก็ยังรักเชสเตอร์หมดหัวใจ ช่างไม่ต่างอะไรกับองค์กรอย่าง สหประชาชาติ องค์กรขาขาดที่แม้จะต่อต้านตรงหน้าแต่ก็จูบปากลับหลังกับอเมริกา จนไม่อาจขัดแย้งความโหดร้ายที่อเมริกาทำกับประเทศอื่นๆ ฟิโอดอร์ ตัวแทนของแคนาดาซึ่งที่แท้ เป็น พ่อของเชสเตอร์ และ กราวิลโลเป็นเสมือนตัวแทนของประชาชนที่ทำ-ขาเทียม- ให้เลดี้ พอร์ต ฮันท์ลีย์ (เนื่องจากเขาเป็นคนทำให้เธอขาขาด) ซึ่งเป็นคนแคนาดาเช่นกัน ขาเทียมบรรจุเบียร์เต็มปรี่ สวยงาม หากขาเทียม เป็นตัวแทนสิ่งที่ประชาชนถวายให้ผู้นำประเทศขาขาด แต่ผู้นำกลับนำไปให้ประเทศอื่นชื่นชมจนเกินงาม กลายเป็นบทเสียดสีที่แสนเศร้า
หนังเป็นฝีมือของ guy maddin นักทำหนังชาวแคนาดา ที่นิยมสร้างหนังราวกับอยู่ในยุค 20-30 มาเสมอ และกับเรื่องนี้ก็เช่นกัน ยิ่งหนังได้การแสดงระดับ พระกาฬจากเจ้าแม่อย่าง issabella rossellini ในบทเลดี้ พอร์ต ฮันท์ลีย์ เธอทำให้หนังยกระดับตัวเองขึ้นไปบ้าคลั่งจนแทบจะอยู่ในระดับขั้นเดียวกับหนังของ emir kusturica เอะอะมะเทิ่ง และเต็มไปด้วยพลังงาน
และนี่คือ-บทเพลงที่เศร้าที่สุดในโลก ไม่ใช่เพลง เชลโล ระทม ของ กราวิลโล หรือเพลงแจซซ เท่ๆ จาก เชสเตอร์ เป็นบทเพลง ไร้เชื้อชาติ และปราศจากท่วงทำนอง ไม่ได้ขับขานเพื่อความทรมานใด
มากไปกว่า ความโศกเศร้าเมื่อเราได้เข้าใจว่า เรา ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ได้ทำร้ายเพื่อนมนุษย์คนอื่นลงไปได้มากขนาดไหน และทั้งหมดย้อกลับมาทำร้ายตัวเราเอง ภายในดวงตาว่างเปล่า และไฟแค้นที่เผาไหม้จนโลกเป็นธุลีนั้นเอง บทเพลงนั้น.........
edit @ 2005/09/26 22:26:45

#1 By Mrs. Holmes on 2005-06-28 16:44