bright future กระพรุนไฟในความฝัน
posted on 23 Jun 2005 11:46 by filmsick in alienation, sickfilm![]()
นิมูระมักหลับฝันเห็นอนาคต
และมักเป็นอนาคตที่สดใส
เขาจังชอบที่จะหลับฝัน
มาโมรุไม่ได้ฝัน
เขามักถามถึงความฝันของนิมุระเสมอ
มาโมรุเลี้ยงแมงกระพรุนไฟไว้
และพยายามเปลี่ยนให้แมงกระพรุนไฟอาศัยในน้ำจืดได้
มาโมรุกับนิมุระทำงานที่เดียวกัน
เป็นเพื่อนสนิทกัน
และมีนายจ้างจอมเอาปรียบคนเดียวกัน
คนที่สั่งให้ขนโต๊ะให้ลูกสาว
คนที่จู่ๆก็มาที่ห้องของมาโมรุแล้วยึดครอทีวีไว้แต่เพียงผู้เดียว
คนที่ยืมซีดีสุดรักของนิมุระไป
ในค่ำคืนที่เหลืออดนิมุระคว้ากระบองเหล็กจากข้างถนนติดตัวไปทวงซีดีคืน
แต่พอไปถึงก็พบว่าหัวหน้าและครอบครัวโดนฆาตกรรมล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว
มาโมรุส่งต่อแมงกระพรุนไฟให้นิมุระ
สอนวิธีดูแลให้มันปรับตัว
แล้วจากไป
นิมุระพบพ่อของมาโมรุ
และเข้าแทนที่มาโมรุในทุกสถานะขณะที่ยังคงหลับฝัน และสับสน
...........................................
เนื้อเรื่องของหนังมีเพียงเท่านี้
และคิโยชิ คุโรซาว่า ผู้กกำกับเจ้าของหนังผีอภิปรัชญาอย่างpulse (kairo)
และหนังสยองขวัญคลาสสิคอย่างcure และ charisma
เล่าเรื่องของหนังอย่างเรียบ เงียบ นิ่ง
ไม่เร้าอารมณ์ ไม่ปะติดปะต่อ
แต่ล้นทะลักไปด้วยมวลความคิดไม่แพ้ pulse แต่อย่างใด
........................................

และในเมื่อชื่อหนังคือ bright future
จึงแน่นอนว่าหนังพูดถึงเรื่องอนาคต
นิมุระ หลับฝันเห็อนาคต(อันสวยสดงดงาม)
เราไม่ค่อยเห็นักว่าเขาฝันถึงสิ่งได
(หรือไม่รู้แน่ชัดด้วยซ้ำวาตอนไหนในหนังที่เป็นความฝัน)
บางทีอนาคตกับความฝันอาจเป็นสิ่งเดียวกัน
และถ้าแทนค่าต่อไป
เราก็จะเห็นว่า แมงกระพรุนไฟ(ที่ทั้งสีสันและรูปร่างจัดได้ว่าหมดจดงดงาม)
ก็คือตัวแทนของ อนาคตสดใส หรือ-ความฝัน-นั่นเอง
แมงกระพรุนไฟสวยงามแต่มีพิษร้าย
ใยมิคล้ายกับความฝัน
สวยงามแต่เต็มไปด้วยพิษสง
และคุโรซาว่าเคยให้สัมภาษณ์ว่าหนังเรื่องนี้พูดถึงอนาคตของหนุ่มสาว
พูดถึงการก้าวข้ามความเจ็บปวดและการจัดการกับชีวิต
แม้จะผิดพลาดเจ็บปวด ฏ้ยังคงมีความหวัง
ว่าจะมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า
มาโมรุกับนิมูระเป็นตัวแทนของคนหนุ่ม
ที่พยายามจะจัดการกับชีวิต
มาโมรุออกจะล้ำหน้านิมูระอยู่เล็กน้อย
เขารู้ว่าจะต้องไปทางไหน
จัดการกับมันอย่างไร
และดูเหมือนจะเป็นแบบให้นิมูระ(ที่แทนตัวของคนหนุ่มสาวแห่งยุคสมัย)คอยก้าวตาม
ด้วยการให้สัญญาณ รอก่อน ไปต่อ
มาโมรุคอยบอกทาง
สร้างทาเลอืกให้นิมูระ(นิมูระเชื่อว่ามาโมรุจัดการกับหัวหน้าเพราะจะป้องกันนิมูระจากเรื่องแบบนี้)
จนดูคล้ายฮีโร่ที่นิมูระเทิดทูนบูชา
และภาพยิ่งเด่นชัดขึ้นหลังจากมาโมรุ
(แต่ยังออกเพ่นพ่านในหลายฉาก)
ในที่สุดมาโมรุก็กลายเป็นตำนาน สำหรับนิมูระ
เป็นฮีโร่พอๆกับที่เป็นปีศาจ( ทาดาโนบุ อาซาโน่ถ่ายทอดคั้งสองด้านออกมาได้สุดยอดมาก)
คล้ายๆกับฮีโร่ผู้ล่วงลับบนโลกนี้
ขบถหัวอ่อนไหว นักฝันนิรันดร
คนที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็เหนือกว่าเราอยู่ขั้นหนึ่ง
และเรายึดเป็นแบบอย่าง
วัยรุ่นทุกคนน่าจะมีคนแบบนั้นในใจ
เหมือนกับคนอย่าง เอลวิส เจมส์ ดีน จอห์น เลนนอน
มาโมรุ สำหรับนิมูระ
และเหมือนเคริ์ท โคเบน เหมือนริชชี่ย์เจมส์(มือกีตาร์ผู้โศกเศร้าตลอดกาลแห่งmanic street preachers)
เหมือนริเวอร์ ฟีนิกซ์สำหรับผม
คนที่จากไปก่อนวัยอันควร ทิ้งไว้เพียงภาพร่างชีวิตงดงามตรึงตรา
จนเผลอพร่ำวลีทอง -all my heroes dies-
และการที่มาโมรุส่งต่อแมงกระพรุนไฟให้กับนิมูระ
ก็สามารถแทนค่าด้วยการส่งต่อความฝัน
ความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงให้สังคมดีขึ้น ความฝันหวานเคลิ้มแสนบริสุทธิ์
แมงกระพรุนไฟอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม
แต่มาโมรุย้ำนักย้ำหนาให้นิมูระค่อยๆถ่ายน้ำเค็มออกวันละถ้วย
แทนที่ด้วยน้ำบริสุทธิ์
และให้อาหารสม่ำเสมอ
หากเปรียบทะเลเป็นสังคมอุดมคติ
น้ำจืดเป็นสังคม
แมงกระพรุนไฟก็ไม่ต่างจากเด็กช่างฝันที่พยายามจะอยุ่กับความเป็นจริง
และพร้อมกับการปรับตัวของแมงกระพรุนไฟ
นิมุระก็ย้ายมาอยู่กับพ่อของมาโมรุ
พยายามจะปรับตัวระหว่าง การหลับฝันถึงอนาคต
กับการทำงานซ่อของที่แตกหักเสียหาย(งานที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งมองว่าไร้อนาคต)
(แทนค่าได้กับการทำานหนักเพื่อซ่อมแซมสังคมชำรุด)
และแม้นิมูระจะทำแมงกระพรุนตกลงแม่น้ำ (ทำความฝันหล่นหาย)
แมงกระพรุนไฟก็ยังคงเติบโตได้ในน้ำจืด
เหมือนความสมุดุลของความฝันกับความจริง
จนเมื่อเขาเผลอทำอาหารของแมงกระพรุนเสีย
พ่อของมาโมรุจึงถามว่า ทนรับความจริงไม่ได้หรือ
ความจริงมันมีสีซีด โลกสกปรก(เหมือนร้านรกเรื้อของพ่อของมาโมรุ) แต่จะทนอยู่ไม่ได้หรือ
...........................................................
แต่ไม่ว่าจะในน้ำจืดหรือน้ำเค็ม
แมงกระพรุนไฟก็ยังคงมีพิษร้ายพอจะต่อยคนตาย
ความฝันก็มีค่าเช่นเดียวกัน
นิมูระพาเด้กวัยรุ่นที่มีวอล์คกี้ทอล์คกี้คุยกันเองกลุ่มใหญ่(เสียดสีโลกบริโภคได้เจ็บแสบนัก)
ไปงัดแงะบริษัทของน้องสาว
นักฝันบางทีก็มีชีวตอยู่อย่างยากลำบาก
เหมือนแมงกระพรุนในท้ายเรื่องที่พากัมุ่งหน้ากลับลงสู่ทะเล
แต่นิมูระ (แมงกระพรุนที่อยู่ในน้ำจืดได้)เชื่อว่าท้ายที่สุดแมงกระพรุนจะกลับมา
...............................................................
และในฉากจบ
เด็กๆกลุ่มนั้นในชุดนักเรียนที่เสื้อยืดข้างในพิมพ์ภาพ เช กูวาร่า (นักปฏิวัติแห่งคิวบา นักฝัน แฮีโร่ผู้ล่วงลับ)
ไถถามเรื่องนิมูระ (ที่กลายเป็นตำนานไปในท้ายที่สุด)
เดินไปตามถนน เตะลังเปล่าหยอกล้อกัน
ภาพเหมือนของวัยรุ่นทุกยุคสมัย
แต่ถ้าคนอย่งนิมูระ(ที่เรียนรู้จะรักษาสมดุลระหว่างความจริงกับความฝัน)กลายเป็นฮีโร่
ใยมิใช่จะคาดหวังได้ว่า
อนาคตเบื้องหน้าจะเป็น-อนาคตอันสดใส-
..................................................................
โดยรวมหนังอาจเชื่องช้า สับสน หม่นเศร้า(ราวกับอารมณ์ร่วมของหนุ่มสาวในยุคสมัยของเรา)
แต่ถ้าเทียบกับทุกเรืองที่ผ่านมา
คราวนี้เป็นครั้งแรกที่คุโรซาว่าเผยให้เห็นด้านสว่างงามของการมีชีวิต
ความพยายามอย่างยากลำบากที่จะฝัน
ในโลกอันแห้งผากร้างไร้ใบนี้
และเหล่าแมงกระพรุนไฟทั้งหลายเอ๋ย
ความฝันมีพิษสง
เทียมกับที่มันมีมนต์วิเศษ
รอสัญญาณสักนิดว่าจะต้องหยุดรอหรือก้าวต่อไป
แล้วเราจะมีชีวตอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและในทะเล
มองเห็นในหลายประเด็นมาก
ส่วนเราชอบภาพของเรื่องนี้นะ
#1 By กาญ (117.47.76.185) on 2008-08-10 14:26