แมกซ์เป็นชายหนุ่มธรรมดาหน้าตาจุ๋มจิ๋ม
เขาอาศัยอยู่กับแม่ ในบ้านเก่าที่พ่อทิ้งไว้ให้ก่อนตาย
แม่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเขา
ที่แม้จะอยากเป็นตำรวจหรืออะไรทำนองนั้น
แต่ก้กลับทำตัวเรื่อยเฉื่อยไปวันๆ
ลักลเกขโมยน้อยกับจูเลียนเพื่อนหัวขโมยอายุน้อยของเขา
ค่ำวันหนึ่งเขาไปขโมยวีดีโอจากห้างสรรพสินค้า
พลันพบเห็นศพชายหญิงคู่หนึ่งนอนกองบนโต๊ะในสภาพตายคาอก
เขารีบแจ้นออกมา หมายจะหาคนช่วย
จนถูกจูดลียนทิ้งไว้ลำพัง ต้องเดินไปขึ้นรถเมลืกลับ
ที่ป้ายรถเมลืเขาพบชายชราท่าทางใจดีคนหนึ่ง
ชายชราที่ดูปกติเหมือนชายชราทั่วไปแต่กลับดึงดูดแมกซ์จนต้องสะกดรอยตามไปทั้งคืน
แมกซ์นั่งรอจนเช้าเมื่อเห็นชายชราออกไปเขาจึงบุกเข้าไปในห้อง
ชายชรากลับมาพบ ยิงเขาไปนัดหนึ่งแต่ไม่โดน
จนไปลงเอยกันที่โรงพักแต่ก็ไม่โดนเอาเรื่องอะไร
เย้นนั้นแมกซ์เปิดวีดีโอดูเห็นภาพการสังหารโหดโดยฝีมือชายชราที่เขาเพิ่งจากมา
คนเดียวกับที่เข้ามาเคาะประตูบ้านเขาตอนนี้ พูดคุยอยู่กินมื้อเย็นและดื่มกับแม่(ที่มีทีท่าจะชอบชายชรา)
คืนนั้นแมกซ์ออกมาส่งชายชรา(ที่เรารู้แล้วว่าชื่อ แวกเนอร์)และถูกดึงดูดเข้าสู่โลกของการกลายเป็นนักฆ่าจนกู่ไม่กลับ

หนังเล่าเรื่องของการกลายเป็นนักฆ่าได้อย่างน่าสนใจ
หนังเลือกให้ทั้งแมกซ์และแวกเนอร์ดึงดูดเข้าหากันอย่างไร้เหตุผล
การฆ่า(ซึ่งจริงๆแล้วปรากฏเป็นฉากเปิดของหนัง) เริ่มต้นขึ้นอย่างไร้เหตุผล
เหยื่อรายแรกเป็นชายแก่ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย
แวกเนอรืเดินเข้าไปในบ้านจัดการสั่งสอนให้แมกซ์รู้จักการฆ่า
เพราะเมื่อผ่าน-รายแรก- ไปแล้ว มันจะง่ายขึ้น
หลังจากผ่านรายแรก แมกซ์ย้ายมาอยู่กับแวกเนอรื
และหนังใช้เวลาในองก์สองหมดไปกับการทุ่มเถียงถึง
อาวุธ และวิธีการจัดการกับเหยื่อ
หนังให้ทั้งสองพูดคุย ทุ่มเถียงราวกับการฆ่าเป็นการซื้อของอะไรสักอย่าง
แต่ยังไม่มีฉากคนตายจนกระทั่งการฆ่าฉายเดี่ยวครั้งแรกมาถึง
และจูเลียน ถูกดึงเข้าไปเกี่ยว ทำให้เรื่องราวเลยเถิดจนกู่ไม่กลับ

หนังพุ่งเป้าไปที่ ความรุนแรงของสื่อ ที่หล่อหลอมให้คนเย็นชาต่อความตาย
หนังมักให้ตัวละครนั่งดูทีวีที่ฉายรายการไร้สาระ
เหยื่อนั่งดูรายการเกมโชว์
แมกซ์นั่งดูหนังงี่เง่า
แวกเนอร์ปรากฏตัวครั้งแรกโดยซ้อนภาพกับภาพลูกน้ำในทีวี (และต่อมาฉากหลังในทีวีเป็นสารคดีของจระเข้ฆ่ากวาง)
รายของจูเลียนยิ่งแล้วใหญ่
หนังให้จูเลียนเล่นหมฆ่าคน
ดูทีวีตลอดเวลา
และในฉากสำคัญที่หลังจากจัดการเหยื่อ จูเลียนนั่งดูเคเบิ้ลทีวีบนเตียงเดียวกับเหยื่อ
ทีวีฉายภาพหนังรุนแรง หนังโป๊ ภาพข่าวโหดร้าย ซ้อนไปซ้อนมา
จากนั้นจูเลียนลุกกลับไปยิงเหยื่อซ้ำโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆเลย

แต่ใช่ว่าหนังจะโทษแต่ทีวีอย่างเดียว
ดูเหมือนหนังยังพุ่งเป้าไปที่ระบบการศึกษา
และผู้ปกครองอีกด้วย
จูเลียนอยู่มาวันหนึ่งกลับไปเรียนแต่โดนครูไล่เหมือนหมูเหมือนหมา
แถมบอกว่ากลับไปเป็นกุ๊ยข้างถนนน่ะดีแล้ว
ครูแบบนั้น โรงเรียนแบบนั้น ไม่ได้มีเฉพาะในหนัง
ในโลกแห่งการแข่งขัน โรงเรียนกลายเป็นโรงงานผลิตผู้คนป้อนตลาดในโลกทุน
โรงเรียนต้องการเพียงเด็กที่ดีที่สุด เก่งที่สุด ฉลาดที่สุด
และพร้อมที่จะ-คัดทิ้ง- เด็กๆที่ชำรุดอย่าไม่ใยดี
เด็กๆมากมายถูกผลักไสออกจาระบบโรงเรียนเพราะเขาทำผิดระเบียบ
เกกมะเหรกเกเร และถ้าโรงเรียนไม่สามารถดูแลได้
ก็ผลักออกมาให้สังคม
ทั้งๆที่โรงเรียนควรจะถูกสร้างมาเพื่อขัดเกลาเด็กๆเหล่านี้มิใช่หรือ

นอกจากนี้ หนังให้จูเลียนดูเหมือนไม่มีพ่อแม่
และแมกซ์มีแม่ที่เอาแต่จ้ำจี้จ้ำใช
ในขณะที่แวกเนอร์เป็นคนเดียว ที่คอยดูแลพวกเขา(นอกจากทีวี)
และการวางตัวแวกเนอร์ให้คลุมเครือว่าเขาเป็น มือปืนแก่ใกล้ตาย(จนต้องฉีดเฮโรอีน)
หรือเป็นปีศาจ(ฉากหนึ่งเราเห็นชัดๆว่าเขามีหางโผล่ออกมา และรวมไปถึงการหายตัวจากจอได้)กันแน่
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งเดียวที่ดูแลเด็กๆของเราอาจเป็นปีศาจก็ได้

น่าเสียดายที่ทั้งสองประเด็นไม่ได้ถูกขับเน้นเท่าความรุนแรงในทีวี
ทำให้ประเด็นร้อนแรงในหนังลดลงไปกลายเป็นเรื่องพื้นๆที่เป็นสูตรสำเร็จแทน

ฉากจบของหนังเพิ่มดีกรีความรุนแรงเมื่อเราได้เห็นว่าเด็กคนหนึ่งในที่สุดถูกหล่อหลอมจากสิ่งรอบข้างให้กลายเป็นนักฆ่าได้อย่างไร
ยที่สำคัยหนังฉายก่อนเหตุการณ์ในโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์อันลือลั่น
มันจึงกลายเป็นเรื่องที่รุนแรงมากและเหมือนจะเป็นคำทำนายถึงบั้นปลายของโลกที่ เสริ์ฟความรุนแรงสะใจถึงบ้านคุณ ใบนี้


และนี่เป็นหนังยาวเรื่องที่สามของMathieu Kassovitz ผู้กำกับและนักแสดง ชาวฝรั่งเศส
ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดจากการรับบท พ่อหนุ่ม นีโน่ นักสะสม
พระเอกของแม่หนู อเมลีใน Amelieหนังน่ารัก(มากกก)เรื่องดังจากผีมือ jean -Pierre jeunet
ซึ่งในฐานะผู้กำกับนั้นเขาเคยทำ la haineหนังแกงค์แรงๆที่สร้างชื่อให้เขาเป็นที่รู้จัก
ก่อนจะมาทำหนังเรื่องนี้แล้วตามด้วย crimson rivers หนังสืบสวนสอบสวนดูสนุก(มาก)
และหนังฮอลลีวู้ดเรื่องล่าอย่าง gothika ( ที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นฝีมือของเขา )
โดยรวมหนังออกมาหวือหวา สนุกสนานน่าติดตามพอสมควรเลยทีเดียว
และประเด็นของหนังก็น่าคิดต่เอามากๆ
ในโลกเย็นชาใบนี้
เด็กๆของเราค่อยๆกลายเป็นนักฆ่าช้าๆ
เราเองก็อาจไม่ต่างกัน
เราไม่ได้กลายเป็นนักฆ่าเพราะสัญชาตญาณ
แต่เป็นนักฆ่า เพราะเรามองเห็นการฆ่าเป็นเรื่องสามัญ
ชืดชาต่อทุกสิ่ง
จนในที่สุดเราฆ่าได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย
ฟังแล้วชวนขนหัวลุกยิ่งนัก

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หนูเพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้ค่ะ ดูทางวิดีโอลิขสิทธิ์ ดูเหมือนหนังจะยาวแค่ 111 นาทีเท่านั้น แต่ใน IMDB บอกว่าหนังเรื่องนี้ยาว 128 นาที ก็เลยสงสัยเหมือนกันว่าเวอร์ชันที่หนูได้ดูนั้น ถูกเซ็นเซอร์อะไรไปบ้างหรือเปล่า เพราะดูเหมือนเนื้อเรื่องมันไม่ค่อยปะติดปะต่อกันแบบหนังฮอลลีวู้ด เพราะตามเนื้อเรื่องนั้น ดูเหมือนว่า WAGNER (Michel Serrault) + MAX (Mathieu Kassovitz) น่าจะเคยร่วมงานฆ่าคนกันหลายครั้ง ก่อนที่ MAX จะฉายเดี่ยว แต่หนังกลับแทบไม่ได้ให้เราเห็นทั้งสองร่วมงานกันเลย เราต้องปะติดปะต่อเนื้อเรื่องเอาจากบทสนทนาเอง

แต่ถ้าดิฉันไม่รู้ข้อมูลเรื่องความยาวฉบับเต็มของหนังเรื่องนี้ว่ามันน่าจะยาวกว่าในวิดีโอลิขสิทธิ์ ดิฉันก็อาจจะไม่สงสัยก็ได้ว่าหนังเรื่องนี้มันถูกเซ็นเซอร์หรือเปล่า เพราะสไตล์การเล่าเรื่องแบบไม่ปะติดปะต่อนั้น มันเป็นเรื่องธรรมดาของหนังฝรั่งเศสอยู่แล้ว

ลองคิดเล่นๆว่าถ้าหากเอา AU HASARD BALTHAZAR ไปให้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ดู แล้วหลอกเขาว่าหนังเรื่องนี้ถูกเซ็นเซอร์ตัดฉากต่างๆทิ้งไป 30 นาที คนดูคนนั้นอาจจะเชื่อก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆ

#1 By MdS (58.10.103.74) on 2007-07-06 16:07

กรี๊ด หนูฉบับ VCD ค่ะพี่ มันจะโดนด้วยไหมนี่

แต่เพิ่งรู้นั่นแหละ นึกว่าหนังมันโดเอง !

มาฮา เกี่ยวกับVRESSONครับ

#2 By filmsick on 2007-07-06 16:22