หลังจากลงจากเขาไป่ถัว
อาวเอี้ยงฮงมาอาศัยอยุ่กลางทะเลทราย
ทำงานรับจ้างสะสางปัญหา
ปัญหาต่างๆที่สะสางได้ง่ายเพียงปลิดชีพอีกฝ่ายหนึ่ง
หลายปีต่อมาเขาจะได้ชื่อว่า - พิษประจิม -
ซึ่งใครก้เป็นได้ ขอเพียงรู้จักอิจฉาผู้คน
แม้จะอาศัยอยู่กลางทะเลทรายเคว้งคว้าง
แต่อาวเอี้ยงฮงก็มักมีแขกมาเยี่ยมเยียนเสมอ
หนึ่งในนั้นแขกประจำของเขาคืออึ้งเอิ๊ยะซือ
ชายหนุ่มที่มักปรากฏกายทางทิศตะวันออก
เขามาเยี่ยมอาวเอี้ยงฮงทุกปี พร้อมกับข่าวสารของ -ดอกท้อ -
ปีนี้เขานำเหล้ามาด้วยใหหนึ่ง
ของฝากจากพี่สะใภ้ของอาวเอี้ยงฮง จากดินแดนดอกท้อ
เหล้ามีชื่อ -สำราญสุขสันต์- (บางชื่อเรียก-เมาตายในฝัน- ซึ่งผมชอบมากๆ)
น่าเสียดายผู้ดื่มกับไม่ใช่อาวเอี้ยงฮง
หลังจากดื่มไปครึ่งให อึ้งเอ๊ยะซือก็เมามายแล้ว
เขาลืมเลือนทุกสิ่งจนหมดสิ่งและเร่งรุดจากไปในยามเช้า
นอกจากอึ้งเอี๊ยะซือ มีผู้คนมากมายมายังทะเลทรายแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็น มู่หยงอิ๋น มู่หยงเอี้ยน สองพี่น้องผู้ต่อสู้กับเงาของตนเอง
มือกระบี่นิรนามที่หมายจะหาเงินกลับไปชม - ดอกท้อ - เป็นครั้งสุดท้ายก่อนดวงตาจะมืดบอด
หญิงสาวไร้ชื่อที่มาจ้างวานให้อาวเอี้ยงฮง ฆ่าคนแลกไข่
และอั้งชิดกง หนุ่มพเนจร ผู้มุ่งมองไปยังเบื้องหลังทะเลทราย และมาดหมายจะท่องทั่วยุทธภพ
ผู้คนมากมาย ในทะเลทรายเวิ้งว้าง กลางการเผาไหม้ตัวเองด้วยความทรงจำ
โบยตีผู้คนจนคล้ายจะกลายเป็นเถ้าธุลี ของวันเวลาอันล่วงเลยและไม่อาจย้อนกลับไปได้


2 ปีหลังจาก days of being wild หวังกาเหว่ย ย้อนกลับมาเล่าเรื่องที่เสมือนจะเป็นภาคต้นของ- มังกรหยก -
ยุทธจักรนิยายอมตะนิรันดร์กาล ของ กิมย้ง
หากแต่คาดไม่ถึงมันกลับเป็นเสมือน ภาค-ส่วนกลับ- ของ days of being wild หนังของหว่องเอง
ตัวละครนั้นถูกหยิบยกมาจากหนังสือ ส่วนหนึ่ง (อาวเอี้ยงฮง / อึ้งเอี๊ยะซือ / อั้งชิดกง/พี่สะใภ้ / อาวเอี้ยงเค๊ก )
และเขียนเพิ่มเติมในส่วนที่เหลือ
เรื่องราวในหนังไม่ได้ปรากฏอยู่ในหนังสือหากแต่เป็นการขยายความถึงที่มาที่ไปของบรรดาตัวละคร
การแปรเปลี่ยนกลับกลายจนมีบุคลิกเป็นเอกลักษณ์ดั่งในหนังสือ อันเป็นการตีความ-มังกรหยก- แบบใหม่ที่น่าสนใจมากๆ
หากแต่โดยเนื้อแท้ หนังกลับเป็นเสมือน การตีความ days of being wild จากอีกฟากฝั่งหนึ่งของเรื่อง
ซึ่งจะว่าไปแล้วสาเหตุหนึ่งที่หนังของหวังกาเหว่ยมักใช้ดาราหน้าเดิมๆ
เพราะที่แท้แล้วเขามีตัวละครอยู่เพียงชุดเดียว
(เราจึงได้เห็น ไตรภาค โซวไหล่เจิน และ ตอนสองของโจวมู่หวัน)
เพียงแต่เขาจะเลือกห้ตัวละครชุดนั้น ออกมาโลดแล่นด้วยวิธีการใด
หากลองเปรียบเทียบอย่างง่าย
นอกจาดตัวแสดงแล้ว อาวเอี้ยงฮง ใยมิใช่ ผลพวงประการหนึ่งจากหยกใจ๋(ตอนท้ายเรื่องอาวเอี้ยงฮงบอกว่าตัวเองเป็นลูกกำพร้าและต้องอยู่อย่างลำพังชั่วชีวิต)
และหากจะสืบไปข้างหน้า เหอเป่าหวัง(happy together) ใยมิใช่ คนๆเดียวกับ อาวเอี้ยงฮง และหยกใจ๋เล่า
เช่นกัน พี่สะใภ้ไร้นามอาจชื่อโซวไหล่เจินก็เป็นได้(ใน ashes of time กับ in the mood for love เหมือนกับจะเป็น บทแยกของ โซวไหล่เจินจากdays of being wild หากเธอไปจากหยกใจ่แล้วแต่งกับใครไปสักคน)
เพื่อนของหยกใจ๋ ในdaysที่รับบทโดยจางเซียะโหย่ว กลับมาโลดแล่นในวิถีของ อั้งชิดกง (แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับมีมี่)
ในขณะที่ ตัวละครอื่นๆ ก็เช่นกัน
เราเห็นหญิงสาวนิรนามที่มุ่งมาดฆ่าคนแลกไข่อีกครั้งในบทหญิงสาวที่ตามล่า-หลิงผมทอง- ใน fallen angels
และกับ มู่หยงอิ๋น /มู่หยงเอี้ยน กลับกลายขยายเป็นสาวผมทอง(ที่ทั้งคู่มีสองบทบาทซ่อนในร่างเดียวเช่นกัน)
ซึ่งด้วยวิธีการนี้ เราจึงพบเห็น หนุ่มใบ้ใน fallen angels แทบจะคล้ายเป็นด้านที่อยู่ภายในของตำรวจหนุ่ม ในchungking express)
และ มือกระบี่ตาบอด มีชะตากรรมไม่ต่างจาก นายโจวมู่หวันใน in the mood for love (ซึ่งสามารถเอาไปซ้อนกับฉากจบในdays อีกต่างหาก
ดังนั้นบทบาทของ เฟย์ หว่อง และ จางเจิ้น สองสาวหนุ่มที่เคยปรากฏมาแล้วในchunking express และ happy together ตามลำดับ จะเป็นอย่างไรใน 2046(รายหลัง อาจต้องติดตามไปถึง eros ด้วย )


นอกจากการเปรียบเทียบอย่างง่าย(จนคล้ายจะมั่ว)นี้
เปรียบเทียบกันเฉพาะ days of being wild กับ ashes of time
บทบาทของพี่สะใภ้ กับ ดอกท้อ (ซึ่งซ้อนทับกับ โชวไหล่เจิน และ มีมี่) ทำหน้าที่เสมือนเป็นเชื้อเพลิง(นอกจากนี้ทั้งคู่ยังอยู่ในฐานะของ-ดอกท้อ- ที่บ้านเกิดอีกต่างหาก)
ที่เคี่ยวกรำให้ทั้ง อาวเอี้ยงฮง อึ้งเอี๊ยะซือ และมือกระบี่ตาบอด เผาไหม้ตัวเองจนกลายเป็นธุลี
ในขณะที่ มีมี่ กับโซวไหล่เจินนั้น ล้วนต่างเคยโดน หยกใจ๋ เผาจนมอดไหม้ไปแล้ว
(ในกรณีนี้เราสามารถเอาอาวเอี้ยงฮงกับ อึ้งเอี๊ยะซือมาซ้อนทับเป็นเสมือน บุคลิกที่แตกมาจากตัวหยกใจ๋ได้)
มันจึงราวกับว่านี่เป็นการ-เอาคืน - จากหญิงสาวทั้งสองบ้าง ด้วยการเล่นบทบาท แบบเดียวกับที่หยกใจ๋เคยเล่น
(และถ้าจะว่าไปทุกข์ทรมานในใจของหยกใจ๋ก็เกิดจากการเผาไหม้ในความทรงจำของกันและกันระหว่างเขากับโซวไหล่เจิน)
นอกจากนี้ ทั้งสองเรื่องมีตัวละครชายไร้ชื่อสองตัว
คือตำรวจหนุ่ม(หลิวเต๋อหัว) ใน days และมืกระบี่ตาบอด(เหลียงเฉาเหว่ย) ในเรื่องนี้
ทั้งคู่ไม่มีชื่อเหมือนกัน และทั้งคูยังเหมือนกันที่โดนโชคชะตาเล่นงานให้กลายเป็นคนพลาดรักผู้ยอมรับชะตากรรมอย่างเงียบๆ
และนั่นทำให้หนังทั้งสองซ้อนทับกันอย่างเหลือเชื่อว่ามันจะเป็นแค่เหตุบังเอิญ

และในขณะที่days of being wild ว่าด้วยการยื้อยุดความสัมพันธ์กันไปมา(หยกใจ๋ยื้อโซวไหล่เจินด้วย-เวลา0.01 วินาที , โซวไหล่เจินยื้อเขาไว้ด้วยรองเท้า , เหยกใจ๋ยื้อมีมี่ด้วยต่างหูข้างหนึ่ง , เธอยื้อเขากลับด้วยเซ็กส์ , ตำรวจยื้อโซวไหล่เจินไว้ด้วยเงินที่ให้ยืม ,โซวไหล่เจินยื้อเขาไว้ด้วยโทรศัพท์(ที่ไมมมีคนรับ , แม่เลี้ยงยื้อหยกใจ๋ไว้ด้วยความลับ และหยกใจ๋ยื้อเธอกลับด้วยการคอยเป็นก้างขวางคอ ,หยกใจ๋ยื้อเพื่อนเขาด้วยรถยนต์ และเพื่อนเขาขารถให้เงินมีมี่ เพื่อยื้อเธอไว้เช่นกัน )
และการยื้อยุดกันไปมา จะถูกกลืนกลายเป็นความทรงจำ
และความทรงจำนี้เองมีอำนาจสูงสุดในการยื้อยุดผู้คนไว้ด้วยกับสิ่งต่างๆ
ซึ่ง-ความทรงจำ- คือหัวใจหลักของหนังเรื่องนี้(จะว่าไปก็แทบทุกเรื่องของหวังกาเหว่ย)
ความทรงจำเผาไหม้โดยมีเวลาเป็นเชื้อเพลิงจนผู้คนกลายเป็นเถ้าธุลี

อาวเอี้ยงฮงโดนความทรงจำของพี่สะใภ้เผาไหม้กลืนกินจนกลายเป็นคนชั่วร้าย(ดังในหนังสือ) การจัดวางให้เขาอยู่ในทะเลทรายแห้งแล้ง
นัยเป็นการใช้ฉากหลังบรรยายสภาพจิตวิญญาณตัวละครได้อย่างน่าทึ่ง
ขณะที่การดื่มเหล้า เมาตายในฝัน แปรสภาพ อึ้งเอี๊ยะซือ ให้กลายเป็นผู้ไม่นำพาปรารมย์ต่อสิ่งรอบข้าง (ดังกล่าวในหนังสือ)
อย่างไรก็ดี การหลงลืมใช่จะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพราะอึ้งเอี๊ยะซือยังคงถูกโบยตีด้วยความทรงจำ
ที่น่าเศร้าคือเขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่ารูปร่างที่แท้ของความทรงจำเป็นเช่นไร(ในฉากเมาเหล้า เราเห็นหญิงสาวคนหนึ่งแวบหายไปจากจอราวกับนั่นเป็นภาพรวมของบรรดาหญิงสาว ในความทรงจำของอึ้งเอี๊ยะซือ)
แม้อาวเอี้ยงฮง จะบอกว่า เหล้านั้น ล้วน-โกหกทั้งเพ -
แต่บางทีเหล้าอาจมีฤทธิ์กับเฉพาะผู้คนที่ต้องการลบลืมเท่านั้น(อึ้งเอี๊ยะซือเองก็ถูกโบยตีจากความรักที่เขามีต่อ-พี่สะใภ้- ด้วยเช่นกัน จนกระทั่งในตอนท้ายเขาย้ายไปอยุ่เกาะ-ดอกท้อ-)
มือกระบี่ตาบอดก็เช่นกัน เขาถูก-ดอกท้อ -โบยตี จนแม้ตกตายก้ไม่อาจลบลืม
มุ่หยงอิ๋นและมู่หยงเอี้ยน(ซึ่งถ้าไม่ผิด น่าจะในที่สุดกลายเป็น ตกโกวคิวไป่ ยอดจอมยุทธเจ้าของกระบี่ของเอี้ยก้วย)
ถูกความทรงจำโบยตีจนต้องต่อสู้กับตัวเอง(การให้มู่หยงอิ๋น ตัวละครฝ่ายหญิงปรากฏตัวร่วมฉากกับกรงนก หรือให้เงากรงนกสะท้อนบนใบหน้าเธอตลอดเวลา เสมือนจะบอกถึงการเป็น คนผู้ถูก-กักขัง- ไว้ด้วยความทรงจำ)
(และการต่อสู้กับตัวเองนี้อาจถูกนำมาจากส่วนของหนังสือที่ว่าช่วงท้ายของชีวิต ตกโกวคิวไป่ เก่งกาจถึงขนาดไม่มีคู่ต่อสู้จนต้องสู้กับเงาของตัวเอง)
คนที่ดูเหมือนจะไปได้ดีที่สุดในหนังกลับคืออั้งชิดกง ซึ่งในกาลต่อมากลายเป็นยาจกอุดร
หัวหน้าพรรคกระยาจกผุ้เลื่องลือ ในเรื่องของความเที่ยงธรรม
การที่ในตอนท้ายเลือกให้อั้งชิดกงจากไปพร้อมกับภรรยา เพื่ออกท่องยุทธภพนั้นเสมือนจะบอกเราว่า
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับความทรงจำไม่ใช่การจำ(อาวเอี้ยงฮง) หรือการลืม(อึ้งเอี๊ยะซือ)
หากแต่เป็น การอยู่ร่วมกันกับมันต่างหาก(ภรรยาจากบ้านเกิดเป็นตัวแทนของ ดอกท้อ ที่ไม่ถูกจำหรือลืม)
และจะว่าไปนี่เป็นตัวละครเพียงไม่กี่ตัวในหนังของหวังกาเหว่ยที่ค้นพบหนทางเป็นสุข
..................................................................................


หลังจากนี้หวังกาเหว่ยยังคงสร้างหนังอีกหลายเรื่อง
(ล่าสุด 2046 กำลังจะเข้าฉาย ในอีกไม่นานนี้)
ภายใตถ้อยคำที่ว่า-หนังหนึ่งเรื่องก็เหมือนโปสการ์ดหนึ่งใบ-
หนังแต่ละเรื่องของเขายังคงใช้ตัวละครเดิม บอกเล่าเรื่องเดิมๆ
แต่ด้วยวิธีการและ การเลือกเล่าแบบใหม่
ในที่สุดหนังของเขาก็เสมือนโปสการ์ดจากทั่วโลก เล่าเรื่องน่าสนใจจาเพื่อนเก่าคนเดิม
ที่แม้จะท่องไปในโลกใด(ยุทะภพ กัมพูชา อาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์ หรือ แฟลตเก่าในจุงกิง)
ก็ยังคงส่สารถึงการท่อง-โลกภายใน- อันเป็น -โลกเฉพาะของเขาอยู่นั่นเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry