แอลล์ ไดรเวอร์ เป็นตัวละครที่มีสีสันจัดจ้านที่สุด (ท่ามกลางตัวละครที่เต็มไปด้วยความจัดจ้าน)ในหนังkill bill ของผู้กำกับ เคสวนติน ตารันติโน่ เธอเป็นสาวตาเดียวที่มีผ้าปิดตาเข้าชุดกับชุดที่เธอใส่ ผู้หญิงที่แสดงที่คั่งแค้นชิงชังโลก (และเพิ่มเป็นสองเท่าสำหรับ the bride นางเอกของเรื่อง) ใครที่ได้ดูไม่มีทางลืมฉากที่เธอปลอมเป็นนางพยาบาลเดินผิวปากเพลงทำนองสยองโลกขณะมุ่งหน้าไปมอบความตายให้ the bride ที่นอนแน่นิ่งในโรงพยาบาล และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉากดวลของเธอกับ the bride เป็นฉากที่มันที่สุดในบรรดาฉากแอคชั่นสะเทือนโลกของหนัง(มันไม่สง่างามหรือบ้าพลังแต่มันเต็มไปด้วยอารมณ์คั่งแค้นชิงชัง)
ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณการแสดงของ daryll hannah ที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ดูแสบทรวง(จนเราสามารถนำหน้าชื่อเธอด้วยคำว่า อีหรือ นัง โดยไม่รู้สึกหยาบคาย แต่ สะปากอย่างยิ่ง)


แต่ก่อน daryll hannah จะเล่น บทนี้(อย่างถึงอารมณ์) เควนติน ตารันติโน่ ผู้กำกับkill bill(และเจ้าพ่อบ้าหนังโหด โฉด เถื่อน) ได้ให้หนังเรื่องหนึ่งแก่เธอเพื่อไปศึกษาเป็นการบ้าน หนังเรื่องที่ว่าเป็นหนังแอคชั่นเกรดบี จากกสวีเดน ที่เต็มไปด้วยฉากเลือดสาด และ ฉาก โป๊สะบัด!จนหนังถูกแบนในบ้านเกิดแแต่กลับได้รับเลือกไปฉายในคานส์ ! หนังเรื่องที่ว่าคือ they call her one eye (ซึ่งต่อมาหนังเปลี่ยนชื่อเป็น thriller: a cruel picture แต่ผมชอบชื่อเก่ามากกว่าเยอะเลย ) เรื่องนี้นี่เอง

มันเป็นหนังโป๊! ย้ำอีกทีว่ามันเป็นหนังโป๊! และไม่ใช่หนังโป๊เรทอาร์ แบบวับๆแวมๆ หากเป็นหนังโป๊ hardcore เรท เอกซ์
หนังเล่าเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่งที่หลังจากถูก ลวนลามทางเพศในวัยเด็กเธอก็กลายเป็นใบ้ (ไม่ต้องห่วงครับฉากนี้ไม่โป๊เด็ก แต่ฉากนี้มันเกิดขึ้นกลางแสงตะวันยามเย็นในฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งต้นไม้และพื้ดินปกคลุมด้วยใบไม้สีเหลืองเรืองรองสว่างไสว!) ผ่านไปสิบห้าปี เด็กสาวใบ้เติบโตมาในฟาร์มชนบทห่างไกล เย็นวันหนึ่ง เธอจะเข้าเมือง แต่มาไม่ทันรถเที่ยวสุดท้าย ระหว่างตัดสินใจว่าจะเอาไงดีเธอพบโทนี่ ไอ้หนุ่มมาดดีในรถคันหรู โทนี่ให้เธอโดยสารเข้าเมือง พาเธอไปเลี้ยงอาหารในที่หรูหรา พาเธอไปที่บ้าน จากนั้นก็มอมยาเธอจนสลบไสลไม่ได้สติ โทนี่กลายร่างเป็นไอ้ชั่ว(มาก!) ตามหมอมาฉีดเฮโรอีนเข้าเส้นให้เธอซ้ำๆ พอตื่นขึ้นมาเธอพยายามหลบหนี(ไปจนมุมที่ป่าสีเหลืองเรืองรองอีกแล้ว!) โดนลากกลับมามอมเฮโรอีนนานหลายสัปดาห์

หลังจากฟื้นขึ้นเธอกลายเป็นทาสเฮโรอีน และ ไอ้ชั่วโทนี่บอกเธอว่าเธอกลายเป็นโสเภณีในอาณัติของมัน รับแขกตามบัญชาแลกกับ ยา สองเข็มต่อวัน แต่เมื่อเธอไม่ยอมรับแขก มันก็จัดการด้วยการ แทงลูกตาเธอจนบอด(ฉากนี้สยองสุดขีด เพราะเราจะเห็นมีดทิ่มเข้าไปในลูกตา จะๆซึ่งว่ากันว่าเป็นตาคนจริงๆ ! จนน้ำในลูกตาทะลักออกมา ) เมื่อได้สติ เด็กสาวยอมทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะโดนจับแก้ผ้าถ่ายรูป โดนเซ็กส์ซาดิสต์กับสาวเลสเบี้ยนจอมตบ และโดนข่มขืนครั้งแล้วครั้งเล่า(แน่นอนครับ ทั้งหมดนี้ เห็นกันจะจะ !) เมื่อมีวันว่าง เธออกไปฝึกวิทยายุทธทุกชนิด คาราเต้ ยิงปืน ขับรถ จนกระทั่งเธอพร้อม ก็ได้เวลาชำระแค้น!



เล่าไปอัศเจรีย์ไปจนตกใจ แต่ภายใต้พลอตน้ำเน่า(แต่เต็มไปด้วยอัศเจรีย์)นี้ หนังกลับเดินเรื่องเชื่องช้าอืดเนือยสุดๆ ไม่ครับ อย่าคาดหวังจะพบฉากสะเทือนขวัญตัดต่อฉับไว หรือการชำระแค้นที่เราจะร้องกรี๊ดๆสะใจตามไปด้วย หนังจงใจจะไม่ใส่เพลงประกอบใดๆลงไปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะฉากโหด เหี้ยม เพียงไหน หรือรันทดปานใด หากแต่หนังกลับมาใช้บริการเสียงประกอบประหลาดๆสุดหลอนอย่าง เสียงไซเรนรถตำรวจ เสียงเอฟเฟคต์ซ้ำๆแสบแก้วหู แทน ( ชวนให้นึกถึงหนังร่วมรุ่น(ไม่แน่ใจว่าก่อนหรือหลังรู้แต่ผมได้ดูก่อน)อย่าง the texas chainsaw messacre ( ต้นฉบับ) ซึ่งใช้บริการของเสียงประกอบสุดหลอนมาสร้างความกดดันคนดูอย่างได้ผลเกินคาด)


ในฉาก3X (XXX)หนังใช้เสียงซาวนด์หลอนๆซ้ำๆ ร่วมกับการถ่ายภาพตรงนั้นแบบจู่ๆก็มาปรากฏตรงหน้า ทำให้อารมณ์เพศ(อันถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับหนังโป๊) หดหายกลายเป็นฉากชวนสะอิดสะเอียนแทน (และในอีกหลายปีต่อมา ความเกินเลยจนแทบจะกลายเป็นหนังโป๊ แต่กระแทกคนดูจนไม่รู้สึกปึ๋งปั๋งนี้ปรากฏในหนังเฟมินิสต์สุดโต่งเรื่อง baise moi สร้างอารมณ์คลื่นเเหยนได้ไม่แพ้กัน (เรื่องนี้ถ้าขวัญไม่กล้าแข็ง ไม่แนะนำด้วยประการทั้งปวงครับ!)) รวมไปถึงในหลายๆฉากที่ควรจะมีเสียง หนังกลับเลือกเงียบใบ้ไร้สำเนียง และการถ่ายทำโดยให้กล้องแทนสายตาของนางเอก ยังผลให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเงียบใบ้กดดันของเธอซึ่งนอกจากไร้เสียง แล้วนยังไร่ทางออกด้วยอีกต่างหาก


สีในหนังก็เช่นกัน หนังมักเดินเรื่องอยู่ในยามเย็นตลอดทั้งเรื่อง (จนอดคิดไม่ได้ว้านี่มันเป็นกิจกรรมหลังเลิกงานของทีมงานหรือเปล่าหว่า ) แสงแดดอ่อนละมุนไม่เข้าอะไรกับเรื่องเล่ามืดหมองของหนังสักนิด แต่กลับให้อารมณ์หลอกหลอนประหลาดดี นอกจากนี้หนังยังเหลือให้สีเหลืองเรืองรองสว่างอบอุ่น กลายเป็นสีของความชั่วร้ายอีกต่างหาก ในฉากแรกเด็กหญิงใส่ชุดสีเหลือง เล่นอยู่ในป่าฤดูใบไม้ร่วง ในฉากที่เธอโดนมอมยาเธอยังคงแต่งตัวสีเหลือง ตอนเธอหนีเธอไปจนมุมในป่าที่เต็มไปด้วยใบไม้ร่วงสีเหลืองเรืองรอง(จงใจหรือว่าไม่มีทุนหนอเลยใช้ฉากซ้ำๆ) ฉากภายในบ้านของไอ้ชั่วโทนี่ก็เป็นไม้สีเหลืองนวล ตู้ไปรษณีย์ที่เธอส่งจดหมายท้าดวลก็เป็นสีเหลือง ไอ้หนุ่มที่ซิ่งรถกวนบาทาเธอบนถนนก็ขับรถสีเหลืองอีกต่างหาก

สีเหลืองอมส้มอมน้ำตาล ที่เคยเป็นตัวแทนของความอบอุ่นอ่อนโยน กลายเป็นสีของความชั่วร้าย( ที่ no limits ตามที่โปรยไว้หน้าปก ) ไปซะนี่

และเนื่องจากไม่ได้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในหนัง สีดำ จึงเป็นอีกด้านหนึ่งของความชั่วร้าย ห้องทำงาน(ดังกล่าว)ของนางเอกเป็นสีดำ ประหนึ่งความชั่วร้ายที่ฉุดดึง จนในที่สุดเธอก็สวมชุดดำและขับรถสีดำ (ซึ่งฉกมาจากตำรวจอีกที) กลายเป็นความมืด ที่เกิดขึ้นเพื่อชำระล้างความชั่วที่แฝงเร้นมาในสีสันสดสว่าง ประกอบกับการที่หนังเป็นเฟมินิสต์อย่างง่ายด้วยการให้ตัวละครเพศชายเป็นไอ้ชั่วไปหมดทุกคน (ไม่เว้นแม้แต่ฉากหนึ่งที่แทนสายตาที่เธอมองพ่อตัวเองที่มองยังคนดู(ตัวเธอ)ด้วยสีหน้ากะลิ้มกะเหลี่ย)
บางที หากมองโดยมุมเฟมินิสต์ สีเหลือง ใช้แทนอำนาจของเพศชายที่ทำให้ความชั่วเป็นเรื่องชอบธรรม ก็เป็นได้

นอกจากนี้จุดเด่นสำคัญที่ทำให้หนังยังคงถูกกล่าวถึงคือการถ่ายทำฉากบู๊ของหนังที่แทนจะกระชับฉับไว ผู้กกำกับกลับเลือกจะลดสปีดภาพจนกลายเป็นฉากเตะต่อยสโลว์โมชั่นที่เท่เอามากๆ(แต่ท่าเตะต่อยนั้นที่แท้แล้วธรรมดามาก)เราจะค่อยๆเห็นสาวบอดเตะช้าๆผมยาวปลิวไสวและหลังจากโดนหลังเท้า ศัตรูของเธอกระอักเลือดออกมาเป็นสาย(ในหนังทั่วไปจะเร็วมากจนแทบไม่เห็นเลือด) รวมไปถึงฉากลูกซองสังหาร ที่หนังจัดการดีเลย์เสียงลูกปืน และเสียงร้องโอดโอย จนทำให้มันทั้งดูน่าขันและดูเท่อย่างเท่าเทียม


หนังนำแสดงโดยสาวน้อย`christina lindberg ที่นอกจากจะเล่นหนังแล้วในดีวีดียังมีgalleryรูปนู้ดของเธอแถมมาอีกต่างหาก (บ้าจริงๆ!) บทของเธอไม่ได้ใช้อารมณ์มากนัก และเธอแทบไม่ต้องพูดเลย แต่แม้จะแสดงไม่ดีเราก็จะเห็นพัฒนาการของเธอจากสาวน้อยอ่อนโลกมากลายเป็นสาวนักฆ่าที่สุมแน่นด้วยไฟแค้น(ต้องขอบคุณ เครื่องแต่งกายที่ออกแบบได้เก๋มาก)

โดยรวม นี่ไม่ใช่หนังคลาสสิคชั้นดีที่จะยกระดับวิญญาณ ไม่ใช่หนังบู๊เมามันที่เราจะลุ้นเอาใจช่วยตัวเองจนก้นไม่ติดเก้าอี้ ไม่ใช่หนังบ้าและเท่ อย่างหนังของ เควนติน ตารันติโน่ ( แม้เควนตินจะชอบหนังเรื่องนี้มากก็ตาม ) ไม่ใช่หนังโหด โฉด เถื่อน ที่เชือดเลือดสาดกันจนสะใจคอหนังซาดิสต์ รวมทั้งไม่ใช่หนังโป๊ฮาร์ดคอร์(หากใครอยากจะดูเพราะฉากดังกล่าว) ชนิดที่ดูแล้วปึ๋งปั๋ง (มันออกแนวหยึยๆมากกว่า) แต่นี่เป็นหนังที่เต็มไปด้วยการทดลองแปลกๆที่น่าสนใจไม่น้อยเรื่องหนึ่ง และที่สำคัญคือหลังจากนี้ หนังจะถูกจดจำเพิ่มมาในฐานะหนังต้นแบบ ตัวละครนางร้ายสุดเจ็บตัวหนึ่งของยุคสมัยเรา ใครสนใจเชิญหาดูกันตามสะดวกครับ

.............................................................

ข้อมูลเพิ่มเติม ผมได้หนังเรื่องนี้มาจากเพื่อนซึ่งได้หนังมาจากร้านอ๊อด อีกทีนึงครับ สนใจลองหาดูกันได้

ข้อมูลหนังดูได้ที่นี่ครับ
http://www.imdb.com/title/tt0072285/

edit @ 2005/09/26 11:43:21

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราดูไปปีที่แล้ว อึ้งมากกกกกกกกกกกกก

ฉากควักลูกตา (ได้แต่ขอให้เป็นเทคนิคเดียวกับฉากควักลูกตาของ หลุยส์ บุญเยล)

เป็นหนังเอ็กซ์ ที่โหด แต่ไม่พยายามปลุกเร้าอะไรเลยยย
เพราะเซ็กซ์ก็เสื่อม ฉากแก้แค้นก็อืดดดดดด

แปลกดี หนังมันไม่สร้างอารมณ์ร่วมด้านใดด้านนึงเลย นอกจาก อึดอัดไปเรื่อยๆนั้นแหละ

ทรามจริงๆ

#1 By หนึ่ง (124.120.76.225) on 2009-03-19 06:34