เพิ่งได้หนังสั้นภาพสวยเรื่องนี้มา
หนังเป็นฝีมือของ ชุนจิ อิไว
ผู้กำกับ love letter ที่หลายคนรัก
กับapril storyที่ผมรัก(นางเอก)เข้าเต็มเปา
.........................................
หนังว่าด้วยเรื่องของคนไข้โรงพยาบาลบ้าสามคน
โคโค่ นางฟ้าผู้มีปีกสีดำในชุดที่ทำจากขนกาจริงๆ
เธอเชื่อว่าโลกเกิดขึ้นเมื่อเธอเกิด และจะดับสูญไปเมื่อเธอตาย
ชึท์มุจิ(ทาดาโนบุ โอซาโน่ พระเอก last life คนนั้น)ชายหนุ่มนักอ่าน
เขาฆ่าครูสมัยประถมของตัวเองตาย และยังโดนตามหลอกหลอนอยู่ เขาเชื่อว่าโลกกำลังจะถึงจุดจบและเมื่อได้ไบเบิลมาจากบาทหลวง เขาอ่านและเชื่อว่ามในจะมาถึงในวันที่ 10กรกฏา

ส่วนซาโตรุ เป็นหนุ่มอ่อนไหวที่ฝันเป็นภาพซ้อนๆสีเหลือง เขาหลงรัก โคโค่ และเอาแต่ช่วยตัวเอง

กฏเหล็กบอกไว้ว่าห้ามออกนอกกำแพง
ทั้งสามจึงเดินเลียบกำแพงออกไป ไปดูจุดจบของโลก
............................................
หนังถ่ายภาพได้สวยงามมากครับ ท้องฟ้าสีฟ้าสว่างลึก
แสงแดดอบอุ่น
กำแพงที่เหมือนทอดไปไม่สิ้นสุด
แต่ทั้งสามไม่เคยลงจากกำแพงเลย
พวกเขาแวะฟังเพลงสวด และได้ไปเบิลมาก
โคโค่พบตุ๊กตาตามทาง ซึท์มุจิอได้ปืนกระบอกนึงจากตำรวจ
ซาโตรุเลยมองหาบ้าง แต่กลับพบถุงขยะ
และข้างในมีมือข้างหนึ่ง
........................................
หนังใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการเดินบนกำแพง
ที่เปรียบเสมือนกรอบบางอย่าง
ถ้าหลังกำแพงคือโรงพยาบาลบ้า ซึ่งหมายถึงโลกของเรา
อีกฟากหนึ่งของกำแพงคือสิ่งที่เราทมุกคนพยายามจะก้าวไป
แต่ไม่ว่าเราจะบ้าบอแค่ไหน เราก็ไปไม่พ้น
ได้แต่เดินเลียบขอบกำแพงไปพร้อมกับความหวังว่าให้โลกมันถล่มทลายไปซะ
กแพงจะได้ถล่มทลายไปด้วย
ตัวละครในเรื่องเชื่อต่างกัน
ซาโตรุไม่ได้เชื่ออะไรเขาตามเพื่อนๆมาเท่านั้น
เมื่อเขาหล่นจากกำแพงลงมาจริงๆ
สิ่งที่เขาทำคือพยายามปีนกลับขึ้นไปใหม่
แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็กลับเข้าไปไม่ได้อีกแล้ว

ในขณะทีซึท์มุจิไขว่คว้าหาจุดจบของโลก
บางสิ่งที่ตัวเองไม่มีวันได้ครอบครอง
การฆ่าครูไมได้ทำให้เขามีความสุข
เขาจึงเอาแต่ยิงพระอาทิตย์ที่รู้ว่าไม่มีทางยิงถูก
...........................



ส่วนโคโค่นั้นไปไกลกว่าไกล
เธอมีความเชื่อและพิสูจน์ความเชื่อเพื่อซึท์โตมุ
ฉากขนนกสีดำกระจายในแสงตะวันยามเย็นท้ายเรื่อง
เป็นฉากที่ทั้งเศร้าทั้งโรแมนติค
และบางทีนี่เอง อวสานอันแท้จริงของโลก
.............................
หลังหนังจบ ผมใคร่ครวญถึงผู้คนที่ตนพานพบ
มีคนมากมายที่ติดอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เราเรียกว่าโลก
บางคนไม่เคยมีวันได้ออกไปข้างนอก
แต่ก็มีอีกหลายคนที่ได้ออกมายืนขอบกำแพง
และเดินทางไปปิคนิค
....................................
มีคนบางจำวพวกเหมือนซาโตรุ
เหมือนใครหลายๆคนบนโลกที่พยายามจะเป็นตัวของตัวเอง
พยามจะคิดออกจากรอบ
แต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า-ตัวของตัวเอง-คือตัวไหน
และอะไรคือกรอบ
พอได้ออกมาจริงๆก็เอาแต่เฝ้าคิดถึงกรอบนั้น
............................
มีคนบางจำพวกเป็นอย่างโคโค่
ได้แต่หวังให้พวกเขามีจุดจบที่สวยงามแบบนั้น
แต่ไม่ต้องเศร้าแบบนั้น
..........................
และมีคนบางจำพวกที่เป็นเช่นซึท์โตมุ
ไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่อาจครอบครอง
นับรวมผมคนนึงด้วยก็คงจะไม่ผิดนัก
กลัวก็แต่ว่าที่สุดขอบกำแพงผมจะเอาแต่ยิงพระอาทิตย์

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เฮ้อ ... เป็นหนังดีที่เข้าใจยากจัง
แต่ก็เข้าใจนะ ....

แล้วเราล่ะเป็นแบบไหนน้า?

#1 By Na - th (นัท) on 2005-06-22 17:26

หวัดดีครับ เจ้าชาย

ขยันจังครับ

ตัวหนังสือน่าหลงรักอีกตามเคย

#2 By เบน on 2005-06-22 21:17

เรื่อยๆเข้าใจง่าย.. สวย.. และโดน...

#3 By homoranger on 2005-06-27 02:05

ขยันโพสจังเลย..

#4 By ดูหนังออนไลน์ (122.154.229.50) on 2009-10-29 18:14