King of comedy หัวใจใหญ่ๆ ในคนตัวเล็กๆ (ฟัดโลก !) /FS
posted on 22 Jun 2005 14:13 by filmsick in humanism
หลายสัปดาห์ก่อน มีเพื่อนมาชักชวนให้เขียนถึง เฮียโจวซิงฉือ
ในฐานะที่kungfu hustle หนังใหม่ของเฮียแกกำลังจะเข้าฉาย
ผมเองได้ดูหนังของเฮียแกอยู่บ่อย แต่ก็เหมือนกับคนอื่นๆ
ประเมินโจวซิงฉือ เป็นเพียงดาราตลกติ๊งต๊องคนหนึ่ง และดูหนังของเขาแบบเอาฮา
(ยิ่งดูฉบับพันธมิตร ยิ่งฮาเข้าไปใหญ่)
แต่หลังจากตกปากรับคำเพื่อนคนนั้น ผมก็กระทำการ รีวิว โจวซิงฉือ
ด้วยการตามล่า หนังของโจวซิงฉือมาไล่ดู จากห้างสรรพสินค้าถึงร้านเช่า
จากแผงลอยถึงงานวัด ในกระบองหนังซองกองพะเนิน
โจวซิงฉือ ซุกซ่อนตัวเงียบเชียบในทุกที่ที่มีการขายหนังแผ่นราคาถูก จาก DVD ราคา 200 กว่าบาทไปจนถึงหนังซอง ราคา 39 บาท
ผมตามล่ามาได้ประมาณ 10 เรื่อง และใช้โจวซิงฉือ เป็นมื้อเย็นวันละเรื่องสองเรื่อง
หัวเราะเสียงดังและแบ่งปันให้คนรอบข้างดูกันจนถ้วนทั่ว จากวัยชราถึงเด็กเล็ก ทุกคนสนุกได้ในปริมาณที่เท่าเทียม
................................................................
และหลังจากการตามหาข้ามจังหวัด เหลือหนังเรื่องสำคัญอยู่อีกหลายเรื่องที่ผมยังหาดูไม่ได้
ครั้นได้โอกาส เข้าบางกอก มาตะลุยเทศกาลหนัง ผมเลยได้ที่มาตามล่าต่อจนได้
จนในที่สุดก็ได้มาอีกหนึ่งเรื่อง และกลายเป็นหนังที่ผม-ชอบ- มากที่สุดของเฮียโจว
รวมไปถึงเป็นหนังที่ผม ชอบ- มากที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบเดือน(ที่เต็มไปด้วยหนังดีๆ )เดือนนี้
King of comedy เล่าเรื่องของ อี้เทียนเฉา ตัวประกอบอดทน ที่เต็มล้นด้วยวิญญาณแห่งการเป็นนักแสดงเต็มที่ แม้จะเป็นบทเล็กๆ (มากๆ)ก็ตาม เขาก็ศึกษามันอย่างเต็มที่(จนเกินเลย) จนกลายเป็นส่วนเกินที่ไม่มีใครเอาในกองถ่าย แม้เขาจะอ้อนวอนขอแสดงแลกข้าวกล่องเพียงกล่องเดียวก็ตาม ในขณะที่งานประจำของเขา คือการเฝ้าสโมสรเก่าๆแห่งหนึ่ง ดูแลอาม่าที่มาร้องเพลง รำมวยจีน เด็กๆมาเล่นปิงปอง บางคนมานอนหลับ ยามว่างเขาก็จัดแสดงละครเวที เรื่องไอ้หนุ่มซินตึ๊ง โดยเกณฑ์ชาวบ้านร้านตลาดมาเล่น (แต่ไม่มีทั้งคนเล่นและคนดู) แถมยังเปิดสอนการแสดงแบบไม่คิดตังค์อีกต่างหาก
ข้างฝ่ายอาเพียว (จางป๋อจือ วู้ววววว!!!!) พาร์ทเนอร์สาวที่จำเป็นต้องลดอายุเป็นนักเรียนมัธยม ตามโปรโมชั่น-รักครั้งแรก- ของบาร์ที่เธอทำงาน อันหมายความว่าให้สาวบาร์ทั้งหลายจำแลงกายเป็นเด็กมัธยม! อาเพียวมีความหลังฝังใจกับรักครั้งแรก ที่ส่งผลเปลี่ยนแปลงชีวิต หนำซ้ำ ถูกเจ้าของบาร์ลากมาเรียนการแสดงกับตัวประกอบอดทนไร้อันดับอีกต่างหาก เธอจึงแผลงฤทธิ์ให้ได้ฮากันตามระเบียบ อย่างไรก็ดี หลังจากได้วิธีการประการจนทำให้เธอได้เงินก้อนโตมา เธอก็กลับมาหาอี้เทียนเฉา เรียนการแสดง และตกหลุมรักเขา ผู้ซึ่งดิ้นรนอย่างเงียบเชียบ ไม่ใช่เพื่อการกลายเป็นดารา แต่เพื่อการได้แสดง!
.............................................................

คนขายหมู (from Beijing with love (คัง คัง ฉิก)) คนเก็บขยะ(shaolin soccer (นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่) ) ขอทาน (ยาจกซู) ข้าราชการขี้ฉ้อ(hail the judge (เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว)) คนบ้า(จากโรงพยาบาลบ้า)(out of the dark (กึ๋ยย...เฉพาะชั้นเก้า)) สายลับที่เอาแต่ประดิษฐ์ของ (forbidden cit cop ( คังัคงโป้ย))คนที่สามารถแปลงร่างกลายเป็นเครื่องครัว!( sixty million dollar man ( คนธรรมดายืดได้หดได้)) ผู้คนเหล่านี้ฟังดูแล้วอยู่ห่างไกลกับความสามารถในการเป็น -พระเอก-มากมายนัก บางคนฟังดูแล้วน่าจะเป็นตัวร้ายด้วยซ้ำ แต่ในหนังของโจวซิงฉือ ผู้คนเหล่านี้กลับโดดเด่นเป็นเอกจนเราต้องเอาใจช่วยอย่างออกนอกหน้า คนตัวเล็กๆ มีชีวิตอย่างยากลำบากเป็นสามัญ คนแบบที่หากเราพบเห็นก็จะเอาแต่หัวเราะเยาะและประณามหยามหมิ่น คนที่จะอย่างไรก็ต้องถูกจัดเป็นตัวโง่งมตัวหนึ่ง พวกเขาหากไม่เป็นตัวชั่วร้ายน่ารังเกียจ(แต่เป็นคนชั่วแบบโง่ๆ) ก็จะต้องเป็นใครสักคนที่มุ่งมั่นอยู่กับอะไรสักอย่าง ะไรสักอย่างอย่างเช่น การฝึกปังตอ(ไว้หั่นหมู) การเตะบอล(แบบกังฟู) การประดิษฐ์ของตลกๆ ไล่ไปจนถึงการฝึกด่าคนกับแม่เล้า!
และในหนังเรื่องนี้ เขามาในฐานะของชายผู้มุ่งมั่นอยู่กับการแสดง สำหรับอี้เทียนเฉา ไม่สำคัญว่าจะบทไหน เขาต้องทำความเข้าใจกับบททั้งสิ้น(กระทั่งตัวประกอบแบบตายทันที ก็ยังต้องทำความเข้าใจ) แม้บ่อยครั้งจะเกินเลย หรือไม่เอาไหน(เช่นการฝึกเด็กเนิร์ดไปเก็บค่าคุ้มครองจนได้มุกที่ฮาสุดๆ) แต่มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของการแสดงไม่ใช่หรือ สำคัญจนเจ๊เจียง(คาเรน ม๊อก เล่นได้ทั้งสวยทั้งฮา แต่บ้าน้อยกว่าครั้งเล่น out of the dark) ดารนำของเรื่องต้องเรียกมาดูตัว ซึ่งเอาเข้าจริงเรากลับเอาใจช่วยตัวโง่งมเหล่านั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะใช่หรือไม่ ที่คนโง่เขลาไม่เอาไหนนั้นล้วนเป็นภาคหนึ่งในตัวของเราทุกคน เพียงแต่เราไม่ได้มีความมุ่งมั่นขนาดนั้น และมีความเจียมตัวน่ารักใคร่ขนาดนั้น ขณะที่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นคนสมบูรณ์พร้อม จนมองสิ่งที่เรามีเป็นเรื่องนับอับอาย ตัวละครเหล่านั้นกลับพึงใจ หรือบ่อยครั้งจัดได้ว่า -ภาคภูมิใจ-ในสิ่งที่ตัวเองมีด้วยซ้ำ
และ ชายชื่อโจวซิงฉือ กับหนังของเขา ก็เป็นเช่นเดียวกับตัวละครเหล่านั้น เขากำกับหนังมาแล้ว 6เรื่อง(รวม shoalin soccer หนังเรื่องล่าสุด ที่ออกฉายหลังเรื่องนี้ แต่ไม่นับ kungfu hustle ) เขาสร้างแต่หนังตลก ที่มักถูกมองอย่างเหยียดหยามเป็นแค่ความบันเทิงราคาถูก มากกว่าจะเป็นงานศิลปะน่าสนใจ และเขาก็ไม่เคยพยายามจะสร้างงานที่ในแนวทางศิลปะพิมพ์นิยมเหล่านั้นหากแต่มุ่งมั่นกับการทำหนังตลก(ซึ่งที่จริงแล้วเล่าถึงชีวิตขมขื่นของผู้คน) สนุกสนานและภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวทำ ดาราหน้าเก่าวนเวียนมาเล่นให้หนังของเขาเสมอๆ (นอกจาก อู๋ม่งต้ะ กับผู้ชายหัวล้านอีกคนที่มักมาเป็นลูกคู่ให้เขาสลับ ลองสังเกต พี่หนวดท่านหนึ่งที่มักออกมาเรื่องละฉาก โดยในทุกเรื่องพี่แกจะ แต่งหญิง! และเป็นที่มาของความฮาแบบขโมยซีนพระเอก) การดูหนังของเขาเหมือนการพบเพื่อนเก่าที่เป็นคนตลกและจิคตใจดีเหลือหลาย พบเจอที่ไรก็ได้หัวเราะอย่างอบอุ่นกันอยู่เสมอ
และในบรรดาหนังทั้งหมดของโจวซิงฉือนั้น หนังรื่องมีสัดส่วนของความเศร้าอยู่มากที่สุด ตัวละครถูกกดดัน ดูถูก ทั้ง อี้เทียนเฉา และอาเพียว ทั้งคู่พยายามจะรักกันทั้งที่รู้ว่ายากลำบาก และตลอดทั้งเรื่องพวกเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จในเรื่องใดๆเลยนอกจากมีกันและกัน ไม่สมบูรณ์ แต่เติมเต็มกันและกัน เพื่อจะอยู่ไปด้วยกัน นี่ก็มักเป็นภาพที่ปรากฏในหนังของโจวซิงฉือ (โดดเด่นที่สุดนอกจากเรื่องนี้คือ เรื่องคังคังโป้ย ที่เล่าเรื่องของมือปราบวังหลวงผู้แสนจะไม่เอาไหน แต่รักเมียสุดชีวิต(บทเมียเล่นโดย หลิวเจียหลิง เจ้าแม่อีกคน(ถ้าจำไม่ได้ เธอคือเจ้าของบทมีมี่ในหนังdays of being wild ของเฮียงหว่องนั่นเอง)) ภาพความรักพาฝันทำให้เรารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ จะมีน่าหมั่นไส้อยู่ตรงที่หากจะไล่เรียงกันแล้วดาราสาวสวยล้วนต่างพาเหรดมาเล่นหนังของเขาแทบหมดเกาะฮ่องกงจากหลินชิงเสีย ไปจนถึง จ้าวเหว่ย โดยมีขาประจำคือ จางเหมี่ยน (สวยมาก) และ คาเรน ม๊อก (สวยเช่นกันแต่ความบ้านั้นเหนือกว่าหลายขุม (ใน out of the dark เธอเล่นเป็นผู้หญิงเพี้ยนๆที่แต่งตัวเหมือน Natalie portman ใน leon และแน่นอน เฮียโจว ใส่โอเวอร์โค๊ต หอบต้นไม้ ดื่มนมแบบเดียวกับjean renoเป๊ะๆ แต่บัดเดี๋ยวก่อน มันเป็นหนังผี!)
และคราวนี้ หนังใช้บริการจางป๋อจือ ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จมาก เพราะนอกจากเธอจะให้การแสดงที่น่าพอใจ ความน่ารักของเธอทำให้เรา สะเทือนอารมณ์ในแกที่เธอโดนซ้อม และรู้สึก อยากจะ หาเลี้ยง เธอจริงๆ ภาพของความรักที่สวยงาม และการใช้ชีวิตเพียงตามกำลังที่ตนจะเป็นได้ โดยมุ่งมั่นกับมัน เป็นภาพลักษณ์แห่งสามัญชนคนเล็กที่หัวใจใหญ่กว่าตัว และนั่นคือสิ่งที่เฮียโจวพยายามจะบอกเรามาตลอด การเป็นคนเล็กหัวใจใหญ่นั่นเอง
โดยรวมแล้วตัวหนังไม่ได้จัดเป็นหนังดี ที่พลาดไม่ได้ หนังไม่ได้ทะเยอทะยานมากถึงขนาดจะฝากให้คนดูต้องถกเถียงกันหลังหนังจบไปอีกหลายวัน หนำซ้ำฉากสำคัญท้ายเรื่อง กลับทำให้หนังกระโดดไปมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะพบว่าถ้าพิจารณาเฉพาะฉาก ฉากไคลแมกซ์ที่มีอารมณ์กดดัน อันตรายนั้นถือได้ว่าสอบผ่านเลยทีเดียว เพียงแต่มันออกจะไม่มีปี่มีขลุ่ยเท่านั้น (ในฉากก่อนหน้าเพิ่งเรียกน้ำตาคนดูมาหมาดๆ) ยิ่งฉากจบ ที่พยายามจะแฮปปี้เอนดิ้ง ยิ่งทำให้หนังเสียสมดุลไปกันใหญ่ แต่อย่างไรก็ดี หนังรู้ตัวว่าเป็นได้แค่ไหน ไม่พยายามมากกว่านั้น มุ่งมั่นในสิ่งที่ตนทำได้ดี (เหมือนกับตัวผู้กำกับ) ยังผลให้ผมดุหนังเรื่องนี้ด้วยภาวะที่มีความสุขมากๆ หัวเราะร่าน้ำตารินไปตามที่หนังต้องการตั้งแต่ต้นจนจบ
.....................................................................................
และอานิงสงส์จากการตามล่าโจวซิงฉือในครั้งนี้ทำให้ผมได้พบว่า หนังที่ดี ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์เลิศเลอ หรือเต็มไปด้วยเรื่องราวแปลกใหม่ตื่นเต้น มันอาจซ่อนอยู่ในหนังตลกบ้าบอ แทรกอยู่ในมุขติ๊งต๊อง ภายการแสดงแบบเกินเลย และพลอตเรื่องซ้ำซากน่าเบื่อบางทีหนังที่ดีอาจอยู่ที่ความมุ่งมั่นของคนทำ คนที่ไม่ได้ปรารถนาจะได้เกียรติยศชื่อเสียง หรือมีเงินล้นฟ้า (แม้สุดท้ายเขาจะได้มันมาทั้งสองอย่างก็ตาม) และบางที ในมิติหนึ่ง หนังที่ดี อาจต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่ง นั่นคือเป็นหนังสำหรับทุกคน ซึ่งเราพบว่า มีหนังไม่มากเรื่องนักที่ทำได้ ทำให้คนตั้งแต่อายุ 80 ถึง เด็กแปดขวบ มีความสุข หัวเราะร่าน้ำตารินไปกับมันได้
หนังของเฮียโจวเป็นหนึ่งในนั้น ( บรรดาคนที่ยืมไปดูต่อ ล้วนเอามาคืนด้วยใบหน้าเป็นสุขทั้งสิ้นผิดกับตอนให้ยืมหนังสุดฮปจากยุโรปลิบลับ และโดยส่วนตัวผมดีใจมากที่มันเป็นเช่นนั้น)
หนังของ โจวซิงฉือ มักเข้าฉายในบ้านเราด้วยการใส่ชื่อ -คนเล็ก- ไว้ข้างหน้า หลายคนมองว่าเป็นความซ้ำซากน่าเบื่อ แต่เอาเข้าจริงแล้วหากจะมีนิยามสำหรับผู้ชายคนนี้ คำ -คนเล็ก(ใจใหญ่) - น่าจะเป็นคำเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
http://www.geocities.com/made_in_hong_kong2002/
edit @ 2005/09/22 23:04:10
ดี เออ อิอิ

#1 By กูหมี on 2006-08-23 15:44