สมมติว่านี่คือคุณ
แอนน์ บอกกับเราเช่นนี้ในประโยคแรกของหนัง
สมมติว่าคุณยืนอยู่กลางสายฝน พยายามทำความเข้าใจตัวเอง แต่ไม่อาจเข้าใจได้
เหมือนที่ไม่อาจเข้าใจคนที่แหงนมองดวงจันทร์ หรือฟังเสียงเกลียวคลื่น
แลับางทีคุณอาจชอบที่เป็นแบบนั้น
ทั้งที่ทุกสรรพสิ่งล้วนกล่าวไว้แล้วในหนังสือที่คุณไม่เคยอ่าน.........

สมมตินี่คือคุณ
หนังชักชวนให้เราสมมติเช่นนี้ และตั้งคำถามกับตัวเองว่า
หากเรากำลังจะต้องตาย
จะยังคงหลงเหลือสิ่งไดบ้างที่เราจำเป็นต้องทำ
เรื่องใดที่เราต้องสะสาง
ตรงไหนของชีวิตที่เราควรจะยิ้มหัว และตรงไหนที่เราควรจะสำนึกเสียใจ
............................................

my life without me หนังของผู้กำกับหญิง isabel coixet
เล่าเรื่องของ แอนน์ หญิงสาวอายุ 23 ที่มีลูก 2 คนตั้งแต่อายุ 17
มีสามีเป็นคนขุดสระน้ำที่มีการงานไม่มั่นคง
อาศัยอยู่ในรถบ้านคับแคบตรงสนามหลังบ้านแม่ของเธอเอง
แม่ผู้โศกเศร้าติดจมอยู่กับเรื่องเล่าน้ำเน่าเกี่ยวกับการเสียสละ
แอนน์ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดมหาวิทยาลัยกะกลางคืน
งานธรรมดา ชีวิตธรรมดา
ไม่ดีนักแต่ก็ไม่เลวร้าย ซึ่งจริงๆแล้วชีวิตเราทุกกคนก็ล้วนเป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ
ไม่ดีนัก แต่ก็ไม่เลวร้าย........
นั่นจนกระทั่งเธอป่วยและหมอบอกว่าเธอกำลังจะตาย
แอนน์ไม่ได้ร้องให้ฟูมฟาย ให้กับข่าวนี้
ไม่ได้บอกใครสักคน
เธอเพียงปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ อมลูกอม
แล้วออกไปกินกาแฟลงมือเขียน-สิ่งที่ต้องสะสางก่อนฉันจะตาย-
(ซึ่งในส่วนนี้ต้องขอบคุณการแสดงของ sarah pollyนางเอกของเรื่อง ที่ทำให้เรารู้ได้ทันทีเลยว่าแอนน์
เป็นคนที่เข้มแข็งและสวยงามโดยไม่ต้องอาศัยถ้อยคำแม้สักคำ)
หลังจากนั้นแอนน์ลงมือกระทำสิ่งต่างๆตามที่เธอตั้งใจไว้
ไม่ว่าจะเป็นการไปทำเล็บ
หาแฟนใหม่ให้สามี
มีชู้รัก
หรืออัดเทปวันเกิดให้ลูกสาวทั้งสองจนอายุครบ 18
.......................................................


ชื่อหนังคือ my life without me อันหมายความถึงชีวิตที่ปราศจากฉัน
-ฉัน- ในที่นี้บางทีอาจไม่ได้หมายความแค่ การมีชีวิตอยู่หรือตายจาก ของแอนน์
แต่ยังอาจหมายถึง-ฉัน- ในฐานะที่เป็นการยึดติดอยู่กับตัวเองได้อีกด้วย
เพราะในหนังเรื่องนี้ ผู้คนรอบข้างของแอนน์ ล้วนเอาแต่พูดถึงตัวเองอยู่ตลอดเวลา
แม่พร่ำบ่นเรื่องานการยากลำบาก และเรื่องเล่าเก่าเก็บ
เพื่อนที่ทำงานของแอนนืพร่ำบ่นเรื่องกรลดความอ้วน(หนักข้อถึงขั้นเข้าใจว่าแอนน์กำลังลดความอ้วนไม่ได้กำลังจะตาย)
ช่างทำผมที่เอาแต่พูดพร่ำให้แอนน์ถักเปียเหมือนตัวเอง
สามีที่เอาแต่พูดเรื่องสระน้ำ
และลูกสาวที่เอาแต่ใจตัวเอง
บางทีแม้แต่เราเองก็เป็นเช่นนี้
ความทุกข์ยากของตัวเอง ชีวิตของตัวเอง ล้วนใหญ่โตกว่าทุกข์ยากของผู้อื่นเสมอ
เวลามีใครมาระบายทุกข์กับเรา
บ่อยครั้งที่เรามักตอบคำด้วยข้อความบอกเล่าชีวิตที่ทุกข์ยิ่งกว่าของเรา
ไม่ดอก เราไม่เคยทำให้ใครดีขึ้นด้วยวิธีการนั้น
เราทำเพียงเพื่อจะแบ่งเบาทุกข์ที่เราไม่อาจแบ่งเบาได้ของเราเอง
(ทำให้นึกถึงหนัง wonderland ของmicheal winterbottom หนังเหงาอีกเรื่องที่เล่าเรื่องนี้ได้อย่างเจ็บปวด)
และเพราะความตายให้บางสิ่งกับแอนน์
เธอจึงได้เข้าใจว่า
บางทีชีวิตที่ไม่มีฉัน อาจหมายถึงชีวิตที่ลดตัวเองลงจากการเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
แบบนั้นบางทีเราอาจทุกข์น้อยลงโดยไม่ต้องเอาไปแบ่งเบาให้ใคร
................................................
แอนน์นั่งอัดเทปให้ผู้คนที่เธอรักแล้วเอาไปให้กับหมอ
หนังให้น้ำหนักของ-การอัดเทป-นี้ในหลายๆครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นการอัดเทปให้ลูกสาว ให้สามี และให้ชู้รักของแอนน์
รวมไปจนถึงเทปเพลงที่แอนน์ได้ฟังในรถของชายหนุ่มที่ตกหลุมรักเธอ
และเทปที่พ่อเธอเคยอัดให้ตอนเป็นเด็ก
การอัดเทปเป็นการสื่อสารประการหนึ่ง
ที่แม้ผู้ส่งสารจะไม่อยู่แล้วแต่สารนั้นก็ยังคงอยู่
เพลงเก่าของพ่อที่คอยปลอบประโลม
เพลงรักที่เธอและชู้รักฟังร่วมกันในรถในวันฝนตก(ฉากนี้โรแมนติคมากๆ)
เป็นสารที่จะคงอยุ่โดย-ไม่มีตัวตน-ของผู้ส่งสารอยู่ที่นั่น
ในเสียงเพลงนั้นพ่อจะเป็นพ่อที่แสนดีไม่ใช่ขี้คุก
ในเสียงเพลงของชายคนรักโลกทั้งโลกเริงระบำ(ในซุปเปอร์มาร์เกต)
และเช่นกัน
เมื่อลูกๆ สามี แม่ และคนรักของเธอได้ฟัง-เสียงอันปราศจากตัวตน-ของแอนน์
พวกเขาจะรำลึกถึงแอนน์คนดีที่ไม่เคยแบ่งความทุกข์ให้ใคร
แอนน์คนที่ย่นย่อ-ตัวเอง- ลงเพื่อมองดูชีวิตงดงาม
......................................................


และในหนังมีเพียงสองคนที่ไม่พร่ำบ่นเรื่อง-ตัวเอง-
หนึ่งคือชายคนรักใหม่ของแอนน์
คนที่ไม่เคยถามว่าทำไมแอนน์จึงก้าวเข้ามาในชีวิต
แอนน์บอกว่าจะทำให้ใครสักคนตกหลุมรัก
แต่เธอเองก็กลับตกหลุมรัก (ไม่ใช่เธอไม่รักสามีแต่การที่เธอพบกับเขาในคอนเสริ์ตครั้งสุดท้ายของเนอร์วาน่า และมีลูกอย่างรวดเร็วเกินกว่าเธอจะคิดได้ทันอาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักแบบนั้น)
เวลาเรารักใครสักคนตัวตนของเรามักจะหดเล็กลง เพราะเราให้ความสำคัญกับคนที่เรารักมากกว่าตัวเอง
ชายคนรักของเธอหดตัวตนของตัวเองลงไป
และแอนน์ก็กลับกลายเป็นเช่นกัน
หดเล็กลงเพื่อเหลือพื้นที่ว่างสำหรับชมโลกในช่วงสุดท้ายของชีวิต
อีกคนที่ไม่เคยพร่ำบ่นเรื่องของตัวเองคือ แอนน์ สาวพยาบาลข้างบ้าน
คนที่ล่าเรื่องเศร้าจนแอนน์น้ำตาไหล
คนที่แอนน์เชื่อว่ามีที่เหลือพอสำหรับ สามีและลูกของเธอ
........................................................
ในตอนท้ายของเรื่อง
เราไม่ได้เห็นแอนน์ตาย
เราเห็นเพียงเธอมองดูสามี ลูกๆ และแอนน์ ผ่านมู่ลี่สีแดง
มองดุชีวิตที่ปราศจากเธอและยิ้มรื่น
ไม่ใช่แค่ชีวิตหลังจากที่เธอจากไป
แต่หมายถึงชีวิตที่ลดทอน-ตัวตน-ของตัวเองลงไป
เป็นฉากที่ทั้งเศร้าและงดงาม
..........................................................
และสมมติว่านี่คือคุณ
ผู้มีตัวตนใหญ่โตและหลงระเริงเต้นระบำชีวิตและเชื่อว่าโลกหมุนรอบตัวเอง
คงเป็นการดีไม่น้อยที่จะได้ลองสมมติ
ถึงชีวิตที่ไม่มี-ตัวคุณ-
ว่ามันจะมีรูปร่างเป็นเช่นไร
มันจะล่มสลายไปพร้อมกับคุณหรือเปล่า
และถ้าหากมันไม่(ซึ่งมันจะไม่)
คุณอาจเข้าใจว่าคุณเองก็หมุนรอบสิ่งอื่นๆ
หมุนรอบกันและกัน
ตัวตนใหญ่โตโอ่โถงของคุณ แท้จริงอาจเล็กกระจิริดก็เป็นได้
ลองสมมติว่านี่คือคุณ..............
.......................................................

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หนังจี๊ดมาก ขอยืนยันHot!

#1 By R O C K on 2008-05-06 17:09