ichi : the killer ฮีโร่หัวกลับ
posted on 21 Jun 2005 16:04 by filmsick in sickfilm
การตัดลิ้น เจี๋ยนหัวนม ผ่าคนเป็นสองซีก
เอาเหล็กแหลมทิ่มเนื้อตัว ปากที่ฉีกจนอมมือคู่ต่อสู้ได้
เศษอวัยวะมนุษย์จมกองเลือด การทุบตีผู้หญิง
เพียงแค่อ่านคร่าวๆโดยไม่ต้องบรรยายก็ผลักให้หลายคนเบือนหน้าหนีเสียแล้ว
แต่ในหนังเรื่อง ichi the killer ของผู้กำกับจอมโหด ทาเคชิ มิเอเกะเรื่องนี้
กลับเล่นกับเรื่องเหล่านี้ราวกับเป็นการถ่ายฉากแอคชั่นธรรมดาๆ
หรืออาจเป็นฉากตลกปัญญาอ่อนในบางคราวด้วยซ้ำ
เส้นศีลธรรมที่กั้นระหว่างความซาดิสต์ที่เกินกว่าเหตุกับศิลปะในหนังเรื่องนี้
นอกจากบางเฉียบจนยากจะตัดสิน ตัวหนังยังกระโดดข้ามไปข้ามมาระหว่างสองฟากนี้อย่างเมามันอีกต่างหาก
..................................
หนังเริ่มเล่าเรื่องจากการหายตัวไปของหัวหน้า
ซึ่งสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับคากิฮาระ
ลูกสมุนมือขวาผมทองผู้เชื่อในทฤษฎี
-มนุษย์เราจะมีส่วนผสมทั้งความเป็น ซาดิสต์ และมาโซคิสต์ในตัว
ขึ้นกับว่าจะเอนเอียงไปข้างไหนมากกว่าเท่านั้น -อย่างมาก
ด้วยเขาเชื่อว่า มีแต่หัวหน้าเท่านั้นที่ซ้อมเขาได้ดีที่สุดในโลก
เขาจึงระดมสมุนออกตามหากันจ้าละหวั่นด้วยวิธีการสุดซาดิสต์
อันประกอบไปด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับโซ่ น้ำมันเดือดๆ
และการเฉือนลิ้นโชว์(สยองมาก)
ยังผลให้เขาหลุดออกจากองค์กร ด้วยความซาดิสต์(หรือมาโซคิสต์)ของตัวเอง
แต่ในที่สุดเขาก็สืบเจอว่าบางทีมันอาจเกี่ยวข้องกับผู้ชายชื่อ อิจิ มือสังหารที่ติดใบมีดโกนไว้ที่เท้า
และมีวิธีการฆ่าที่ซาดิสต์ชนิดสุดขั้ว
...................................

ภายใต้รูปโฉมของหนังตลกร้ายกึ่งซาดิสต์
หนังซ่อนประเด็นทางสังคมน่าสนใจไว้มากมาย
โดยเฉพาะกับการกำหนดตัว อิจิ
อิจิ เป็นมือสังหาร
แต่ในความคิดของอิจิ
เขากำลังล้างแค้นโลกใบนี้ด้วยการฆ่าคนชั่วให้หมดไปจากโลก
ก่อนปฏิบัติงาน อิจิจะสวมชุดหนังสีดำที่ดูเหมือนชุดxxxมดแดง
มองจากมุมของอิจิเข้าไป
เขาทำหน้าที่ไม่ต่างจากซุปเปอร์ฮีโร่
คอยปราบคนพาล อภิบาลคนดี
และลึกลงไปอีกขั้น
หนังกำหนดให้อิจิแท้ที่จริงทำเพื่อเยียวยาจิตวิญญานตัวเอง
จากผลพวงของความเลวร้ายในวัยเด็ก
นอกเวลางาน เขาเอาแต่ขี้แย ขี้แหย
เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง
คลุมหัวเล่นเกมเหมือนกลัวคนจะมาทำร้ายตลอดเวลา
เป็นภาพฮีโร่อันแสนจะขัดแย้งและน่าขบขันเมื่อเทียบกับซูเปอร์ฮีโร่ที่เรารู้จัก
เหมือนกับจะเป็นการยั่วล้อ เสียดสี
ซูเปอร์ฮีโร่บางทีอาจเป็นเพียงอคติด้านเดียวเท่านั้น
เพราะไม่ใช้ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ฆ่าคน
แม้คนที่เขาฆ่าจะถูกทำให้เป็นสัตว์ประหลาดแต่ก็เป็นสิ่งมีชีวิต
อย่างน้อยก็มีตับไตใส้พุงและเลือดเหมือนกัน(หนังเน้นตรงนี้อย่างชัดแจ้งแดงแจ๋)
จากจุดนี้พอมองย้อนกลับไปจากด้านตรงข้าม
ซูปเปอร์ฮีโร่ก็ไม่ได้ต่างจากฆาตกรโรคจิตประเภทหนึ่ง
เพียงแต่เรา-อนุญาติให้ฆ่า-ได้โดยไม่รู้สึกอะไรเท่านั้น
แต่เท่านั้นคงยังไม่สาแก่ใจ
เมื่อเขาเพิ่มมิติทางด้านมืดลงไป
ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกด้านมืดของตัวฮีโร่เอง(เขาเองอยากข่มขืนผู้หญิงที่ช่วยเขาจนต้องโดนข่มขืน)
ไปจนถึงเรื่องที่ว่า อดีตของเขาอาจไม่มีอยู่จริง
อดีตไม่มีอยู่จริง ความแค้นไม่มีอยู่จริง
ทั้งหมดเป็นเพียงกระบวนการผิดพลาดแห่งความทรงจำของเราเอง
และในหนังมันมาจากปัจจัยภายนอก(การสะกดจิต)
ใช่หรือไม่ว่าบางทีชายชาวจีนคนนั้นคือสื่อมวลชนที่โหมประโคมเราทุกเมื่อเชื่อวัน
......................................................

ในด้านของคากิฮาระ
หนังกำหนดให้เขาเป็นตัวเดินเรื่อง
และตลอดเวลาก็โหมประโคมความซาดิสต์และมาโซคิสต์ของเขา
จนแทบไม่ต่างกับเขาเป็นสัตว์ประหลาดในหนังซูเปอร์ฮีโร่
(ไม่ว่าจะเป็นผมสีทอง รอยยิ้ม(พิมพ์ใจ)เวลาได้รับความเจ็บปวด โดยเฉพาะปากสยองของเขา)
สัตว์ประหลาดแบบที่ถึงตายไปเราก็ไม่เจ็บปวดเสียใจ
และเพื่อให้เกิดมิติอันเท่าเทียม
หนังเติมมิติของตัวละครนี้ลงไป
โดยให้เขาเอง ไม่ใช่แค่ตามล่าอิจิเพราะอยากเจอหัวหน้า
แต่เพราะเขาอยากกลัวแบบสุดๆ และกระสันอยากผเชิญหน้ากับความตาย
มันคงมันมากถ้าคนมาโซคิสต์จะตกตายใต้เงื้อมมือของคนที่ซาดิสต์สุดขั้ว
ยิ่งได้การแสดงแบบมันโคตรโคตร ของ ทาดาโนบุ อาซาโน่
(ลองดูสีหน้า รอยยิ้ม และภาษากายตอนที่เขารู้ว่า อิจิอยู่ที่นั่นดู)
ตัวคากิฮาระจึงกลายเป็นตัวละครที่โดดเด่นจนยากจะลืมลง
..........................................................

ในขณะที่ตัวละครอย่างคาเนโกะ
ตำรวจปืนหายที่กลายมาเป็นลูกน้องยากูซ่า
ทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรจา-เรา- บรรดาคนดู
ผู้ซึ่งถูกตรรกะแห่งอคติ(ที่ว่าซูเปอร์ฮีโร่ จ้องปราบปรามผู้ร้ายจนถึงตาย)
หล่อหลอมทีละน้อย
คาเนโกะเองมีลูกชายที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับอิจิ
ผลิตผลลูกหลานชนชั้นกลางที่เติบโตภายใต้สื่อ
และกลายเป็นจุดอ่อนที่สังคมนี้ต้องการ-กำจัด-มากกว่าส่งเสริมศักยภาพ
คาเนโกะไม่ได้สนใจความเป็นไปของลูกชาย
เพราะตรรกะดังกล่าวกัดกินจิตใจเขาช้าๆ
แม้เขาจะเคยเป็นคนดี(ที่เคยช่วยอิจิจากการโดนตื้บ)
แต่มันก็ค่อยๆเปลี่ยนช้าๆ
จนในที่สุดเขาก็ซาดิสต์พอจะเตะผู้หญิงจนตาย
และแม้อิจิ(ซูเปอร์ฮีโร่)จะถูกบอกให้รักและคารพคาเนโกะ (ผู้บริโภค)
แต่สุดท้ายก็เป็นอิจิ(ตัวแทนตรรกะดังกล่าว)นั่นเองที่ทำร้ายคาเนโกะในที่สุด
......................................................
นอกจากเรื่องบ้าๆเหล่านี้
หนังยังใส่ตัวละครเพี้ยนมากอีกพะเรอเกวียน
(มือสังหาร2พี่น้องที่มีวิธีการตามหาตัวคนด้วยวิธีสุดเพี้ยน,คนทำความสะอาดซากศพที่ไปผ่าตัดหน้ามา
,โสเภณีจิตแตกชอบดึงแก้มคนจนขาดคามือเป็นต้น )
ประกอบกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่เพิ่มดีกรีความโหดอีกหลายเท่าตัว
และแม้หนังจะรุนแรงมาก
แต่ความรุนแรงของหนังเหมือนจะถูกใช้เพื่อตอบโต้ความรุนแรงในสังคม
เพราะผมเชื่อว่าหลังหนังจบคงไม่มีใครออกไปตัดลิ้นหรือฆ่าคน
เพราะภาพสะอิดสะเอียนนั้นอัดเราจนน่วมพอที่จะเข้าใจ
เว้นเสียแต่เราเองจะเป็นxxxโรคจิตแบบคากิฮาระหรืออิจิ
และในเมื่อใช่ว่าคนแบบนี้จะไม่มีอยู่ในสังคม
ท้ายที่สุดความรุนแรงในเรื่องจึงยังคงเป็นเรื่องที่เราจะต้องมาพูดคุยต่อว่า
มันล้ำเส้น คาบเส้น หรืออยู่ในเส้น(ผ่านทางการตีความ)กันแน่
............................................................
ในตอนจบ
หนังเปิดปลายว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันยังไงกันแน่
ฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่องมีอยู่จริงหรือไม่
หรือเป็นเพียงภาพหลอนของคนบ้าความเจ็บปวดอ่างคากิฮาระ
อิจิมีอยู่จริงหรือ
หรือถ้ามีอยู่จริงผลพวงของอิจิเป็ผลลัพทธ์ที่ไม่อาจควบคุมหรือไม่
และเราย้อนถามตัวเอง
เรื่องว่าความรุนแรงในหนังมันล้ำเส้นหรือไม่
เรื่อยไปจนถึงการย้อนคิดถึงซูเปอร์ฮีโร่ที่เราเคยรู้จักและขื่นชมในอีกด้านหนึ่ง
จากซูเปอร์ฮีโร่ในทีวีมาจนถึงหลักคิดในตัวเรา
บางทีภาพหัวกลับของจิตวิญญาณเรา
อาจน่ากลัวกว่าการล้างแค้นของอิจิก็เป็นได้

#1 By *^o^a....Aja Aja..[L]uGi{a} on 2005-06-21 16:31