ลองนึกถึง-ครอบครัวสุขสันต์-
ภาพที่ผ่านแวบแรกในหัวมักจะประกอบด้วย
ครอบครัวเดี่ยวเล็กๆในบ้านใหญ่โตที่ดูอุ่นสบายในทุกฤดู
คุณพ่อใจดีหน้าตาคมคายที่แต่งตัวดีตลอดเวลาและพร้อมจะช่วยเหลือผู้ตกทุกขืได้ยาก
คุณแม่อ่อนหวานที่มีน้ำใจกับทุกคน ทำอาหารอร่อย และจัดการงานบ้านได้เรียบร้อยหมดจด
ลูกสาวช่างฝันที่อ่อนหวานและมองโลกด้วยดวงตาแห่งความหวังดี
ลูกชายตัวเล็กที่ซุกซนและช่างคิดแต่เข้มแข็งชนิดถอดแบบคุณพ่อมา
ครอบครัวสุขสันต์แบบที่พบเห็นได้ในละคร -sitcom-ทางโทรทัศน์
ส่งตรงจากอเมริกาผ่านสัญญาลิขสิทธิ์ จานเดาวเทียม และสายเคเบิ้ล สู่ทุกๆที่บนโลกนี้
สร้างมาตรฐานใหม่ในหัวเราอย่างเงียบเชียบในรูปแบบถอ้ยคำ -ความฝันแบบอเมริกัน-
ค่อยๆกลายเป็นความฝันของคนทั้งโลก
แม้ในประเทศโลกที่สามอย่างประเทศเราที่มีพื้นฐานทางสังคมแบบคนละขั้ว
แต่ก็บ่อยครั้งที่-ครอบครัวสุขสันต์- ถูกไต่สวน
ถูกทบทวนจากความล่มสลาย ของมัน
ผ่านทางผู้คนที่เรารู้จัก ไปจนถึงครอบครัวของเราเอง
มีหนังหลายเรื่องตั้งคำถามถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังฉากหน้าสีหวานเหล่านั้น
หัวหอกจากฝั่งเอเมริกาอย่างamerican beautyหรือ plesantville
(ครอบครัวในpleasantvilleคือต้นแบบของ-ครอบครัวสุขสันต์ที่เราเข้าใจได้ทันที)
หรือจากฝั่งเอเซียกับหนังญี่ปุ่นแรงๆอย่างvisitor q ฝีมือของทาเคชิ มิเอเกะ
และจากฝรั่งเศส sitcom ของ francios ozonก็ลงมือตั้งคำถามถึงเรื่องนี้
และแทนที่ผู้กำกับจะใช้วิธีซอกซอนเข้าไปในปัญหาส่วนบุคคลของตัวละครอย่าง american beauty
แต่กลับเลือกใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบตลกร้าย
กลับหัวรูปแบบครอบครัวแสนสุขให้กลายเป็นครอบครัวประหลาด (แม้จะยังไม่ถึงขั้นอุบาทว์ วิตถารอย่าง visitor qก็ตาม)
ลดทอนความป่วยไข้ของตัวละครให้กลายเป็นเรื่องพิลึกพิลั่น
เกี่ยวกับครอบครัวแสนสุข(หรือเปล่า?)
ที่ประกอบด้วยคุณพ่อใจดี คุณแม่อ่อนหวาน(ตามแบบฉบับแม่บ้านชนชั้นกลางในฝัน)
ลูกสาววัยรุ่น และลูกชายเก็บกด รวมไปถึงคนใช้ท่าทางไม่น่าไว้ใจอีกคนหนึ่ง
หนังจำกัดเหตุการณ์ให้เกิดภายในบ้านที่ถูกจัดแสงแบบสว่างจ้า สะอาดหมดจดเหมือนในหนังsitcomทางทีวี
ค่ำวันหนึ่งคุณพ่อกลับบ้านมาพร้อมหนูขาวตัวหนึ่ง
หลังจากนั้นทุกคนก็ค่อยๆต้องมนต์ของหนุขาวทีละคน
ลูกชายประกาศกลางโต๊ะอาหารว่าเป็นเกย์
ลูกสาวไปโดดตึกกลายเป็นคนพิการที่หลงไหลชีวิตแบบซาดิสต์มาโซคิสต์
ข้างฝ่ายแม่ที่ตอนแรกเกลียดหนู หลังจากจนปัญญาจะจัดการ
ก็ต้องมนต์ไปอีกคน(อันนี้แรงมาก)
ฟงัดูเป็นหนังเพี้ยนๆบ้าๆ
แต่เบื้องหลังความบ้าความฮา หนังกลับมุ่งตรงไปยังประเด็นหลักในการเสียดเย้ยชีวิตแบบ-ครอบครัวสุขสันต์- อย่างไม่หลงทาง
หนังให้ลูกชายลูกสาวทั้งสองล้วนมีปัญหา แม้ลูกสาวจะมีแฟน และลูกชายจะเรียนดี
แต่ก็ซ่อนปัญหาเอาไว้
จนลุกชายประกาศโพล่งกลางโต๊ะกินข้าวว่าเป็นเกย์
สิ่งที่พ่อแม่ทำก็กลับเป็นการที่พ่อปิดตา แม่ปิดหูแล้วเข้านอน ยังผลให้ในคืนเดียวกันนั้นลูกสาวออกไปโดดตึก
หลังจากนั้นความเพิกเฉยต่อปัญหาของพ่อหรือความพยายามจัดการปัญหาของแม่ ไม่สามารถทำให้อะไรๆมันดีขึ้นได้
แต่หากมองจากอีกทางหนึ่งมันอาจดีอยู่แล้วก็ได้
เพราะในฉากที่แม่เข้าไปหาลูกชาย เพื่อมุ่งหมาย-บำบัด- ความเป็น -รักxxxที่ไร้ความสุขนั้น-
ลูกชายตอบกลับแม่ว่า -ผมไม่ได้ไม่มีความสุข-
รักxxxคือปัญหาของแม่ แต่แม่อ้างว่าลูกชายไม่มีความสุข
แต่รักxxxไม่ใช่ปัญหาของลูกชายเขาจึงมีความสุข แต่แม่คิดว่าไม่
นอกจากจะเป็นบทสนทนาคมๆแล้ว
มันยังเสียสีวิธีคิดของบรรดาพ่อๆแม่ๆทั้งหลายนได้อย่างเจ็บแสบ
รวมไปถึงฉากที่เธอพยายามปลอบโยนแฟนลูกสาวที่ต้องกลายเป็น-ทาสสวาท- ให้ลูกสาวตัวเองเฆี่ยนตี
(หนังนำเสนอในทางที่ฮามาก)
มันดูขัดเขิน เสแสร้ง แบบที่แม่ๆผู้พยายามจะเป็น แม่ที่แสนดีเขาทำกัน
ในขณะที่ผู้พ่อเพิกเฉยและอ้างว่าลูกๆโตๆกันแล้ว
ดูกลับจะทำให้เรื่องลุกลามมากกว่า
จะว่าไปในจุดนี้หนังค่อนข้างมีอคติอยู่นิดหน่อย
ด้วยการโยน เหตุแห่งปัญหามาไว้ที่ตัวพ่อ
ซึ่งจะว่าไปเป็นเพศชายคนเดียวของเรื่อง(ลูกชายเป็นเกย์ สามีผิวสีของคนรับใช้เป็นคู่เกย์ของลูกชาย และแฟนของลูกสาวไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า ทาสสวาทผู้คลั่งรักจนถึงขั้นหลั่งน้ำตาเมื่อโดนปฏิเสธรัก)
พ่อเป็นคนพาหนูขาวเข้ามาในบ้าน
และจัดการกับมัน
ก่อนที่ท้ายเรื่องซ้อนทับตัวพ่อกับหนูขาวกันแบบโจ๋งครึ่ม
จนอดคิดไม่ได้ว่า
ที่น่ากลัวที่สุดในปัญหาครอบครัวอาจะเป็นกรเพิกเฉยและทำเหมือนว่ามันไม่มีปัญหาก็เป็นได้
ซึ่งหนังแบ่งแยกความเพิกเฉยออกจาการยอมรับเข้าใจ(แบบที่คนรับใช้เข้าใจว่าสามีเธอเป็นเกย์)
ฉากเด็ดอย่างฉากที่ลูกสาวพยายามยั่วยวนพ่อนั้นแสดงถึงความเพิกเฉยของตัวพ่อได้ชัดเจน
.................................................................


แต่แทนที่หนังจะเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างเข้มข้นเจ็บปวด
หนังกลับเล่าด้วยวิธีการของหนังตลกร้าย
ทุกการกระทำบิดเบี้ยวของตัวละคร
จะมาพร้อมกับมุขฮาเจ็บๆ
อย่างเช่นฉากสารภาพรักของครูหนุ่มผิวสีกับลูกชาย
หรือฉากgroup sessionที่การเปิดประตูแต่ละครั้งนำพาชายหนุ่มประหาดๆจนอดนึกสยองไม่ได้
รวมไปถึงฉาฮามากเกี่ยวกับมะเขือยาวที่มีหลายจุดประสงค์การใช้
นอกจากนี้หนังยังใช้เสียงในการสร้างความขัดแย้งอีกต่างหาก
โดยในแกชวนช็อคหลายฉาก(โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่อง)มักมีเสียงนกร้องประกอบเป็นฉากหลัง
ขณะที่ทุกครั้งที่กล้องตัดเข้าไปในห้องลูกชาย(มีวอลล์เปเปอร์เป็นรูปทะเล)ก็จะได้ยินเสียงคลื่นทุกทีไป
..........................................................................


และในหนังมีตัวละครชื่อฟรังซัวส์
คนที่ตัวแม่คุยโทรศัพท์ด้วยอยู่หลายครั้ง
คนที่มาไม่ทันงานเลี้ยง งานศพ
หรืองานใดๆของครอบครัวสุขสันต์นี้
บางทีฟรังซัวส์ที่ว่า อาจเป็น ตัวโอซงเอง
ที่บอกบทอยู่ข้างหลัง
ผลักดันตัวละครประหลาดๆของเขา
แล้วแอบยิ้มเยาะคนดูที่โดนปั่นหัว(จนอาจถึงขั้นหนหัวลุกอยู่ไกลๆ)ก็เป็นได้


edit @ 2005/06/20 15:52:33

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ทำไงได้

#1 By (58.147.41.140) on 2006-04-20 11:31

People in the world take the <a href="http://bestfinance-blog.com">loan</a> in various creditors, because that's simple.

#2 By CrosbyLessie (188.143.232.199) on 2011-07-27 07:27

Do you opine that no one can assist you with your research papers editing? It is not true, just because help writing essays company should help you every moment you require!

#3 By college essay writing service (193.105.210.41) on 2011-09-18 19:37

You seem to be really professional and your information related to this post is professional. Will you continue your research? We should buy some thesis papers or dissertation from you.

#4 By thesis (210.1.31.28) on 2011-09-30 11:20

Look for professional cheap seo services ,which can provide guarantees about standards of submitting. However, never choose submission firm , which presents very cheap prices.

#5 By organic seo service (193.105.210.41) on 2011-10-03 00:47

Thanks for the article. I read the above post.

#6 By Chicgraphic on 2012-03-30 19:06

Thanks for the article. I read the above post.

#7 By Chicgraphic on 2012-03-30 19:07