Hush! ครอบครัวคนพร่อง/FS
posted on 20 Jun 2005 15:34 by filmsick in humanism, love-is-all-around
-ถ้ามีใครสักคนกอดฉันแน่นๆจนตายไปจริงๆ แค่เพียงสักครั้ง บางที เรื่องมันคงไม่ลงเอยแบบนี้ นั่นคือที่อาซาโกะ บอกกับ นาโอยะ และ คัทซึฮิโร่ อาซาโกะเป็นสาวอายุสามสิบที่ประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ เธออาศัยอยู่คนเดียวในห้องเช่าเล็กแคบอัดแน่นไปด้วยข้าวของเพราะที่เดียวที่เธอรู้สึกปลอดภัย คือเมื่อเธอถูกบีบอัดอยู่กลางกองเฟอร์นิเจอร์ เคยทำแท้งลูกมาสองครั้ง มีเซกส์กับผู้ชายไม่เลือกหน้าจนต้องไปผ่าเอาเนื้องอกที่ผนังมดลูกที่เรียกกันว่า sex callus ออก เธอเป็นคนโผงผาง ปากกล้าแลtพูดจาขวานผ่าซาก ห่างไกลจากคำว่า กุลสตรีเป็นที่สุด
ในขณะที่นาโอยะกับ คัทซึฮิโร่เป็นคู่รักกัน และทั้งคู่เป็นผู้ชาย นาโอยะเป็นเกย์หนุ่มที่ทำงานในร้านขายสัตว์เลี้ยง ใช้ชีวิตกลางคืนในบาร์เกย์กับผองเพื่อน พูดคุยเรื่องผู้ชาย มีเซกส์ชั่วข้ามคืน จนกระทั่งพบกับคัทซึฮิโร่วิศวกรประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ที่พยายามใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากที่สุด และไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขาเป็นเกย์ อาซาโกะพบคนทั้งคู่ในร้านขายอาหารญี่ปุ่น แอบฟังคัทซึฮิโร่พูดถึงเรื่องการมีลูก วันต่อมาอาซาโกะมาหาคัทซึฮิโร่ แล้วเล่าแจ้งแถลงไขว่าอยากมีลูกกับเขา เพราะตาของเขาเหมือนพ่อของเธอ และหลังจากนั้น สามชีวิตเล็กๆกลางเมืองใหญ่ก็ผกพันกันอย่างยุ่งเหยิง ขบขัน หม่นเศร้า และ งดงาม
ขณะร่วมกันค้นหา นิยาม ของถ้อยคำ ครอบครัว-
.....................................
แม้โดยฉากหน้าเนื้อหาหนังจะถูกประเมินอย่างง่ายว่าเป็น-หนังเกย์- แต่ดูเหมือนสิ่งที่ผู้กำกับ hashiguchi ryosuke ต้องการจะพูดถึงจริงๆ กลับไม่ใช่ประเด็น-การเป็นเกย์- หรือโลกของเกย์ เพราะที่เขาต้องการพูดถึง ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบไปพร้อมตัวละครและคนดูนั่นคือนิยามความหมายของคำว่า-ครอบครัว-
หากครอบครัวหมายถึงการอยู่ร่วมกันของ พ่อ แม่ ลูก มันจะเป็นอย่างไรถ้าไม่ว่าอย่างไรพ่อ แม่ และ ลูกก็ไม่อาจเข้ากันได้ ตัวละครหลักทั้งสามตัวดูเหมือนแปลกแยกจากครอบครัวตลอดเวลาฃ อาซาโกะไปหาพ่อเพื่อบอกเรื่องผ่าตัดแต่พ่อก็เย็นชาเพิกเฉย คัทซึฮิโร่กับพี่ชาย ร่วมกันรำลึกความหลังถึงพ่อขี้เมา และแม่ที่ห่วงของมากกว่าลูกๆ ในขณะที่แม่ของนาโอยะก็เอาแต่ฟูมฟายกลัวลูกชายจะไปผ่าตัดทำนม ครอบครัวที่ห่างเหิน การเข้ามาใช้ชีวิตลำพังในเมืองใหญ่ และความสัมพันธ์ล้มเหลวครั้งแล้วเครั้งเล่าดูเหมือนจะกลายเป็นโรคของยุคสมัยไปแล้ว ไม่ใช่แค่กับตัวละครทั้งสาม แต่กับเราหลายต่อหลายคนด้วย
จนกระทั่งอาซาโกะตัดสินใจจะลอง-สร้าง- ครอบครัวขึ้นมาเอง เธออยากเลือกได้ที่จะร่วมหัวเราะกับใครสักคน กินข้าวร่วมกัน เดินจูงมือกัน เธอเลือกคัทซึฮิโร่ เพราะเขาดูอบอุ่น จริงใจ ดูเป็นผู้ชายที่เหมาะสมจะเป็นพ่อ
คัทซึฮิโร่เองก็อยากเป็นพ่อ แต่เขารู้ว่าไม่มีทางเป็นได้เพราะเขาเป็นเกย์
ในขณะที่นาโอยะนั้นรู้ซึ้งถึงจุดหมายปลายทางของความสัมพันธ์แบบเกย์แต่เขาก็ยังยินดี ทั้งสาม ไม่ต่างจากคนในยุคสมัยของเรา อยากรักใครสักคนเพราะกลัวที่จะต้องอยุ่ลำพังไปตลอดชีวิต คนเราเมื่อถูกโดดเดี่ยวจากครอบครัวเสียแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับถูกทิ้งไว้บนโลกตามลำพัง แต่ในอีกทางหนึ่ง ครอบครัวแบบ-เลือกได้- นี้ก็ถูกตั้งคำถามที่ไม่อาจละเลยได้ เมื่อพี่สะใภ้ของคัทซึฮิโร่ บอกว่า เด็กๆเป็นของขวัญจากพระเจ้า และที่มันเป็นเช่นนั้นเพราะเราเลือกไม่ได้ คนเช่นอาซาโกะที่ทำแท้ลุกไปสองครั้ง อยู่มาวันหนึ่งนึกจะมีครอบครัว ขึ้นมา เห็นว่ามันเป็นเรื่องสนุกที่ได้อยู่ร่วมกัน แค่นั้นมันจะเพียงพอหรือ มันจะไม่-ง่าย-ไปหน่อยหรือไร
..................................................

ถ้าเช่นนั้นแล้ว ครอบครัว-จะหมายถึงสิ่งใด เพราะมีเรามากมายาที่อยากจะไปให้พ้นจากครอบครัวให้เร็วที่สุด มีเราหลายคนที่อยากบอกครอบครัวให้ลืมฉันเสียเช่นเดียวกับที่คัทซึฮิโร่อยากจะบอก เช่นนั้นบางทีการพยายามมีลูกของอาซาโกะ มันคือการพยายามสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่ มันอาจดูมักง่ายเห็นแก่ตัวแต่ครอบครัวที่แท้ อาจหมายถึงครอบครัวทางจิตวิญญาณไม่ใช่การอยู่ร่วม ภายใต้ชายคาเดียวกัน แม้ทั้งสามคนจะเป็นคนพร่องๆ แต่ก็พยายามประคับประคองกันไป คัทซึฮิโร่บอกนาโอยะว่า มันดีจังที่ได้สัมผัสสิ่งมีชีวิต นาโอยะบอกคัทซึฮิโร่ว่า ยังไงฉันก็จะอยู่ข้างเธอ ตอนที่ทั้งคู่เดินจูงจักรยานกินซาลาเปายี่ห้อ-ความสุข- ตอนที่ทั้งคู่ไปเยี่ยมอาซาโกะที่บ้าน พวกเขาตะโกนถามเธอซ้ำๆว่า ถูกอัดก๊อปปี้ไปหรือยัง แถมยังซื้ออาหารสดมาทำให้อาซาโกะ(ผู้ซึ่งกินแต่อาหารสำเร็จทั้งปีทั้งชาติ)กิน และในตอนท้าย ครอบครัวของคัทซึฮิโร่ล่มสลายไป บ้านพ่อกลายเป็นที่ว่าง เมื่อพี่ชายจากไป บ่อน้ำ (ที่เป็นเสมือนตัวแทน-เรื่องภายใน ของครอบครัว)ถูกฉาบปูนปิด และคัทซึฮิโร่ร้องให้ เป็นเครื่องยืนยันว่าแม้เราจะเกลียดชังมันแค่ไหน ครอบครัวก็ยังคงเป็นครอบครัว และที่หนังอยากจะบอกคือ ไม่ว่าเราจะเลือกครอบครัวได้หรือไม่ บางทีการพยายาม-ประคับประคองกันไป- นี่ต่างหากที่เป็นเนื้อแท้ความหมายของ ครอบครัว- มันคือการกอดใครสักคนแน่นๆ ร่วมหัวเราะและร้องให้ไปด้วยกัน
.................................................
หนังยังมีตัวละครหญิงสาวเพื่อนร่วมงานของคัทซึฮิโร่ ผู้ซึ่งมีเท้าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน และพยายามทำทุกวิถีทางที่จะให้ได้คัทซึฮิโร่มา เธอเป็นตัวแทนอีกฟากหนึ่ง ของคนผู้ขาดรัก (จะว่าไปแล้วเธอเองก็พร่องพอๆกับตัวละครหลักทั้งสาม) เราอาจไม่เคยเห็นครอบครัวเธอ แต่ก็พอเดาได้จากถ้อยคำจากปากเธอเรื่องปมด้อย เรื่องความลับ(ที่เธอเล่าให้อาซาโกะฟัง) บางทีหากทั้งงสามคนไม่ได้พบกัน พวกเขาอาจลงเอยไม่ได้ต่างกับเธอก็เป็นได้
.................................................

แม้หนังจะเล่าเรื่องแบบช้าๆ ตั้งกล้องนิ่งๆแช่นานๆ จนหนังมีความยาวตั้งสองชั่วโมงเศษ แต่ตัวหนังก็ไม่ได้น่าเบื่อหนำซ้ำยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขันเจ็บๆ (อย่างเช่นฉากการเดินดูของใช้เด็กอ่อน หรือ วิธีการทำลูกของอาซาโกะ และที่สำคัญครอบครัวของสาวไฮโซกับลูกสาวนิสัยเสียที่พาหมามาผสมพันธุ์เพื่อหวังขายลูกหมา ซึ่งนี่ก็เหมือนจะเป็นตัวแทนของรูปแบบ ครอบครัวบางประเภทเช่นกัน ) และแม้จะดูชวนจั๊กจี้สำหรับบางคน แต่หนังก็ทำให้เคมี ของนักแสดงนำชายทั้งสองคนเกิดขึ้นได้ เรารู้สึกได้ว่า นาโอยะกับคัทซึอิโร่รักกัน (ซึ่งต้องขอบคุณการแสดงของเซย์อิจิ ทานาเบะ (คัทซึฮิโร่) และ คาซึยะ ทากาฮาชิ (นาโอยะ)และรายแรกได้ราวัลนำชายมาได้จากblueribbon award อีกด้วย) แต่ที่โดดเด่นเกินหน้าเห็นจะเป็นเรย์โกะ คาตาโอกะ ที่เล่นเป็นอาซาโกะได้อย่างเมามัน (ทั้งเพี้ยน ทั้งบ้าทั้งไม่น่าคบ แต่ก็ยังเอาใจช่วยเธอตลอด) จนได้รางวัลนำหญิงจาก นิตยสารคิเนม่า จัมโป้ นอกจากนี้หนังมีซาวนด์แทรคติดหูเป็นเพลงเต้นรำโจ๊ะ ๆให้เราเดินยิ้มฮัมเพลงหลังหนังจบอีกต่างหาก
..........................
มีฉากหนึ่งในหนัง ตัวละครทั้งสามเปิดพุงดูด้วยกัน อาซาโกะบอกว่า เวลาท้องจะมีขนขึ้นที่พุง นัยว่าเป็นการสร้างความอบอุ่นให้ลูกในท้อง ทั้งสามคนมองดูสะดือของกันและกัน หัวเราะด้วยกัน ถ้าสะดือเป็นที่มาของการถือกำเนิด อันนำมาสู่ความเป็นครอบครัว ทั้งสามก็ได้เห้นสะดือของอีกฝ่าย และก่อกำเนิดครอบครัวใหม่ไปพร้อมๆกัน ครอบครัวที่จะกอดกันแน่นๆจนไม่ต้องพึ่งเฟอร์นิเจอร์ ครอบครัวที่จะไม่ลงเอยด้วยการอยู่ลำพัง ครอบครัวที่เป็น ครอบครัว - จริงๆ
edit @ 2005/10/05 11:59:12

ผมเคยมีและให้เพื่อนยืมไปปัจจุบันยังไม่ได้คืน คาดว่าคงหายไปแล้ว
อยากเอามาดูใหม่ ชอบมากครับ
#1 By Nattolittle (58.8.65.246) on 2008-10-19 14:07