หลังจากพ่อทิ้งไปเยอรมันตะวันตก
อเล็กซานเดอร์ก็อาศัยอยู่เพียงลำพังกับแม่และพี่สาว
หลังจากเสียศูนย์พ่อจากเรื่องจนต้องเข้ารับการบำบัด
แม่กลับมาในมาดของซ้ายตกขอบ
เธอเข้าร่วมกิจกรรมพรรคสังคมนิยม
สอนเด็กๆให้ร้องเพลงปลุกใจ
คอยร่างหนังสือร้องเรียนให้พลเมืองสตรี
ใฝ่ฝันจะเห็นสังคมเท่าเทียม
และผู้เดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือ
เธอช่วยเหลือทุกคนจนได้รางวัลพลเมืองดีเด่นหลายปีติดต่อกัน
จนกระทั่งในค่ำวันหนึ่งขณะเดินทางไปรับรางวัลอีกครั้ง
เธอพบลูกชายร่วมอยู่ในขบวนประท้วงเรียกร้องเสรีภาพแบบตะวันตก
ทำให้เธอเกิดหัวใจวายกระทันหัน
และตกอยู่ในอาการโคม่าไปแปดเดือน
ซึ่งระหว่างนั้นเยอรมันตะวันออกถึงการล่มสลาย
กำแพงเบอร์ลินถูกทำลาย
และชีวิตแบบทุนนิยมไหลสะพัดถั่งโถมเข้ามาสู่ฝั่งตะวันออก
เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมไปจนหมดสิ้น
เอเรียน พี่สาวของอเล็กซ์
ลาออกจากมหาวิทยาลัยมาเป็นพนักงานเบอร์เกอร์คิง
และได้แฟนใหม่เป็นชาวเยอรมันตะวันตก
อเล็กซ์ได้งานใหม่เป็นพนักงานติดตั้งเคเบิ้ลทีวี
หมอบอกให้อเล็กซ์ทำใจ
แต่เขาก็ยังหมั่นมาดูแลแม่
จนกระทั่งวันหนึ่งจู่ๆแม่ก็ลืมตาตื่น
หมอบอกว่าห้ามได้รับความกระทบกระเทือนใจใดๆอีก
และแม่ไม่รู้ว่าสังคมนิยมล่มสลายไปแล้ว
อเล็กซืจึงต้องพยายามทำทุกๆอย่างให้แม่เชื่อว่าตัวเองยังอยู่ในโลกเดิม
ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งห้องให้เหมือนเมื่อก่อน
ตามล่าแตงดองยี่ห้อโปรด
เกณฑ์เพื่อนซี้มาทำรายการทีวีหลอกๆ
ยิ่งทำก็ยิ่งถลำลึก
ราวกับสร้างเยอรมันใหม่ในแบบที่เขาอยากให้เป็น
..........................................


ภายใต้ฉากหลังอันเป็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
หนังเล่าถึงของครอบครัวเล็กได้อย่างจับใจ
ผลกระทบของหน่วยใหญ่ที่สุดในสังคมอย่างรัฐบาล
ไปยังหน่วยย่อยที่สุดในสังคมอย่างครอบครัว
และที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ นัยยะทางการเมืองที่สามารถโยงทับซ้อนกับครอบครัวเคอร์เนอร์ได้อย่างน่าสนใจ
เพราะถ้าเปรียบเทียบการจากไปของพ่อเข้ากับการถือกเนิดของกำแพงเบอร์ลิน
การมีอยู่ของแม่(หลังจากกลับจากศูนย์บำบัด)ก็ไม่ต่างอะไรจากการก่อรูปของเยอรมันตะวันออก
ไม่ใช่เยอรมันตะวันออกที่เป็นจริง
แต่เป็นเยอรมันตะวันออกแบบอุดมคติ
อันเหมือนหลักการสังคมนิยมของ มาร์กซ
ทุกคนอยู่อาศัยกันอย่างเท่าเทียม
ไม่มีผู้ทุกข์เข็ญ อดอยาก
มีแต่การช่วยเหลือเกื้อกูลและเสียงเพลงปลุกใจ
แม้ที่จริงแล้วเยอรมันตะวันออกจริงๆจะเป็นเหมือนที่อเล็กซ์เสียดสีไว้
ว่ามีแต่พวกที่เอาแต่เยินยอตนเอง และยังมีคนอดอยากมากมาย
แต่ก็เป็นเมืองในอุดมคตินี้เองที่หล่อเลี้ยงลูกๆของเธอ
และอเล็กซ์เองก็ดำรงชีวิตอยู่โดยการตัดขาดจากโลของพ่อ(เยอรมันตะวันตก)โดยสิ้นเชิง
ฉากหนึ่งในหนังเขาคิดว่าพ่อเป็นชายร่างอ้วนกินชีสเบอร์เกอร์ทั้งวันทั้งคืน
เป็นฉากเสียดสีโลกเสรีและสังคมทุนนิยมที่เจ็บแสบมาก(และหนังมีมุขกัดเรื่องนี้เจ็บๆอีกหลายมุขเช่น มุข ที่มาของน้ำโคล่า หรือมุขหาของของอเล็กซ์)
และเมื่อ เมืองในอุดมคติตกอยู่ในขั้นโคม่า(พร้อมๆกับแม่)
หลังจากนั้นเมื่อแม่ฟื้นขึ้น
สิ่งที่อเล็กซ์พยายามทำไม่ต่างอะไรจากการยื้อยุดฉุดดึงกับวันเวลาที่ล่วงผ่านไปแล้ว
สร้างเมืองในอุดมคติที่ไม่เคยมีอยู่
เหมือนกับช่วงเวลาบนดวงจันทร์ของ ซิกมุนด์ เอียน
นักบินอวกาศชาวเยอรมันตะวันออกคนแรกที่ได้ไปดวงจันทร์
ฮีโร่ของอเล็กซ์ที่ความจริงแล้วเป็นเพียงคนขับแทกซี่
และกำแพงเบอร์ลินพังลง พร้อมๆกับความจริงของพ่อที่ไม่ต่างจากการทะลักไหลของระบบเสรีนิยมในเยอรมันตะวันตก
(หนังให้จดหมายของพ่ออยู่หลังตู้ในครัวติดกำแพง ซึ่งน่าจะหมายถึงกำพงเบอร์ลิน)
การค่อยๆฟื้นตื่นของแม่ไม่ต่างจากการทำความเข้าใจของชาวเยอรมันตะวันออกรุ่นบุกเบิก
เมื่อเลนินบินผ่านหน้าเธอกลางถนนที่เต็มไปด้วยป้ายโฆษณา
คนรุ่นหลังที่ยังสับสนอย่างอเล็กซ์ก็พยายามจะยื้อยุดระหว่างโลกเก่าสงบสุข
(เหมือนห้องของแม่ที่เขาหลับเป็นเด็กเล็กๆและเหมือนการตามล่าหาของใช้ในบ้านเก่าที่เจ้าของไม่อยู่อีกต่อไป)
กับโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ
ในฉากหนึ่งอเล็กซ์เอาเงินของแม่ไปแลกเป็นเงินมาร์ค และถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
อเล็กซ์ตะโกนตอบพนักงานธนาคารว่านี่ก็เป็นเงินที่ทำงานมาทั้งชีวิตเหมือนกัน
เป็นฉากเย้ยหยันความต่างของโลกสองใบได้อย่างหนักแน่นและเจ็บปวด
บางคนอย่างแอเรียล พี่สาวกลายเป็นเสรีนิยมไปเต็มตัว
ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในเบอร์เกอร์คิง หรือมีสามี(ใหม่)เป็นคนตะวันตกที่ชอบอบผิวแทน
และดูเหมือนคนที่ปรับตัวได้ดีที่สุดคือลาร่าแฟนสาวของอเล็กซ์
ที่ไปตามหาบ้านร้างเพื่อสร้างครอบครัว และโกรธเมื่ออเล็กซ์เอาแต่ปิดบังความจริง
และสำหรับเด็กๆรุ่นต่อไปการ์ตูนแซนด์แมนที่อเล็กซ์รักนักหนา ก็กลายเป็นการ์ตูนทีวีของเด็กๆยุคใหม่(ลูกๆของพ่อ)
ซึ่งอาจไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้เคยมีกำแพงกลางเมืองที่กั้นขวางคนชาติเดียวกันออกจากกัน
.................................


และโดยเนื้อแท้แล้วดูเหมือนว่าสิ่งที่หนัวงต้องการจะบอก
ทั้งไม่ใช่การเสียดสีทุนนิยม
ไม่ใช่การเชิดชูสังคมนิยม
หรือแม้แต่จะย้อนรำลึกถึงมันด้วยดวงตาแห่งอดีตกาล
หรืไม่ใช่การก่นด่าสังคมนิยม
หากที่หนังต้องการจะบอกคือการอยู่ร่วมกับมันอย่างสันติ
การได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง
เหมือนกับครอบครัวของอเล็กซ์ในวันแดดสวยที่บ้านพักตากอากาศ
แม่ เอเรียลกับแฟนและลูกสาว
อเล็กซ์กับลาร่า
..............................................
หนังได้การแสดงชั้นดีของDaniel Bruhlในบท อเล็กซ์
และKatrin Sab ในบทคริสติอาน่า แม่ของเขา
ทำให้พลังของหนังพุ่งขึ้นอีกหลายเท่า
ในขณะที่ดาราคนอื่นๆก็เล่นได้ดี
หนังตัดต่อภาพข่าวของจริงเข้ากับเรื่องได้อย่างไม่ขัดเขิน
และช่วยให้คนที่อ่อนประวัติศาสตร์ได้เข้าใจเรื่องราวได้อย่างไม่ยากนัก
.............................................
และจริงๆแล้วมันไม่สำคัญหรอกว่าทุนนิยมจะทำลายสิ่งใดลงไป
หรือสังคมนิยมจะทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้แค่ไหน
เพราะที่ชาวเยอรมันต้องการ
คือการได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง
บนแผ่นดินผืนเดียวกัน
เมืองของแม่ที่ไม่มีอยู่จริงก็เสมือนกับอุดมคติอันดีงาน
ที่หล่อเลี้ยงผู้คนไว้
แม้เมืองที่มีอยู่จริงจะเต็มไปด้วยเรื่องเลวร้ายสักเพียงไหนก็ตาม

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็น บทความที่ ซสบซึ้งมากเลยยยย เจ๋ง

#1 By ไมจัง (58.8.44.112) on 2006-08-15 00:28

วิเคราะห์ขาด

อยากทำได้มั่ง

#2 By P a ii on 2008-11-29 22:49