leningrad cowboys go america/meet moses ประชาชนผจญภัย! / FS
posted on 16 Jun 2005 12:50 by filmsick in humanism
จากปากคำของผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ นี่คือหนังที่ห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์
ซึ่งทั้งนี้เล่าเรื่องของ วงดนตรีที่ห่วยที่สุดในโลก ที่มีชื่อว่า -leningrad cowboys -
ณ สถานที่หนึ่งกลางเขตทุนดราในไซบีเรีย ประชิดติดขั้วโลกเหนือ
ยังมีวงดนตรี ชื่อวง leningrad cowboys อันมีสมาชิก 9คน ส่วนมือกีตาร์คนที่10 เสียชีวิตด้วยการแข็งเป็นน้ำแข็งกลางอากาศหนาวหลังการซ้อมในคืนหนึ่ง
วงดนตรีกำลังบรรเลงเพลงประหลาดโลก ที่คล้ายเพลงพื้นบ้านรัสเซีย บวกเพลงปลุกใจพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างเมามัน
สวมสูทีสีดำ ทำทรงผมแหลมเปี๊ยว หลุดโลก แหลมและยาวพอๆกับหัวรองเท้าของพวกเขา
วลาดิมีร์ผู้จัดการวงหวังว่า หลังการแสดง(ในโรงนา) ครั้งนี้ วงของเขาจะได้ออกอัลบั้มเสียที
หากแต่การณ์กลับตรงกันข้าม (ซึ่งหากฟังจากเพลงและดูรูปลักษณ์ของวงจะเห็นว่าสมควรแล้ว)เมื่อเจ้าของบริษัทเทปแนะนำว่าไปออกที่ อมเริกาเถอะเพราะที่นั่นสามารถขายทุกอย่างได้กระทั่ง-ขี้-
ชายทั้งสิบจึงขับรถแทรกเตอร์กลับบ้านไปเก็บของบอกลาญาติพี่น้อง(ซึ่งทุกคนไว้ทรงผมเดียวกัน จะหญิง ชาย เด็ก คนชรา แม้กระทั่ง หมา! ) หอบเงินที่มี และเพื่อนที่ตายแล้วไปท่อง อเมริกา กัน
โดยมีคนบ้าประจำหมู่บ้าน(ซึ่งผมน้อยเกินกว่าจะทำทรงเดียวกับคนอื่นๆได้) แอบตามมาด้วย
และเรื่องก็เริ่มขึ้นตรงนี้
จากไซบีเรียสู่นิวยอร์ค ลอดลายมะริกันไปจนสุดชายแดน เมกซิโก
การผจญภัยสุดแสนระทึก ภยันตรายนานัปการ สาวสวย และการหักเหลี่ยมเฉือนคม สัตว์ประหลาดลึกลับ คดีฆาตกรรมปริศนา
ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้เลยสักกะอย่าง เพราะที่หนังมีคือ หัวหอมดิบ ดนตรี ร๊อคแอนด์โรล เบียร์ ถนน การปฏิวัติ และ จิม จาร์มุช!
และ หลายปีต่อมา ณ.ชายแดนเมกซิโก ยุครุ่งโรจน์ของวง leningrad cowboys ผ่านพ้น (รุ่งโรจน์ถึงขนาดติดทอปเทนในชาร์ตของเมกซิโก) สมาชิกวงจำนวนหนึ่ง เมามันกับเตกีล่ามากไปหน่อยจนพากันตายลง สมาชิกที่เหลือหันมาขี่ลา สวมชุดแมกซิกัน(มือกลอง มีหมวกสีฟ้าที่เจาะให้ทรงผมแหลมเปี๊ยวโผล่ออกมาได้) ใช้ชีวิตยากลำบากในทะเลทราย ก่อนจะได้รับโทรเลขจาก วลาดิมีร์ที่เดินหายไปในทะเลทรายในตอนท้ายของภาคแรก บัดนี้ วลาดิมรี์ ไว้เครายาวและเปลี่ยนชื่อ เป็น โมเสส และบอกกับเหล่า เลนินกราด คาวบอย ว่าจะพาพวกเขากลับดินแดนแห่งพันธสัญญา (อันคือ ไซบีเรียบ้านเกิด) โดยให้ทั้งหมดล่องเรือไปยุโรป ส่วนเขาจะไป-หาของขวัญกลับบ้าน - ด้วยการไปขโมย จมูก ของเทพีเสรีภาพ จากนั้นก็เกาะปีกเครื่องบินไปตกในทะเลพร้อมพลพรรค (ในชุดเมกซิกัน ) แล้วขึ้นบกไปพบกับ เลนินกราด คาวบอย รุ่นใหม่(ในชุดทหารคอมมิวนิสต์เต็มยศ แต่ทรงผมกับรองเท้ายังแหลมเปี๊ยวเหมือนเดิม ) จากนั้นก็ออกท่องยุโรป ท่ามกลางการตามล่าของ ซีไอเอ (ที่ในที่สุดกลายเป็นคนคลั่งศาสนา) การผจญภัยสุดระทึก ฉากขับรถไล่ล่าเลือดเดือด และฉากอีโรติคกะสาวโนตม ซึ่งแน่นอนไม่อยู่เรื่องนี้ เพราะที่หนังมีกลับเป็นเรื่องของ การเล่นบิงโก วัยรุ่นข้างถนนใจดี คำสอนศาสนา และ เพลงของแอบบ้า rivers of babylon!
ถ้าหากคุณคิดว่า ทวารยังหวานอยู่ เป็นหนังมุกควาย หมานครเป็นหนังเซอร์แตก และทั้งสองเรื่องไม่เอาอ่าว ก็บอกลาหนังเรื่องนี้เถิด เพราะนี่คือ หนังมุกควายเซอร์สสะบัดช่อพ่อทุกสถาบัน จากอากิ คอริสมากิ ผู้กำกับชาวฟินแลนด์สุดที่รักของผม ซึ่งกลายเป็นหนังที่ทำให้ในที่สุด คอริสมากิ ก็แย่งชิงตำแหน่งผู้กำกับในดวงใจไปจาก เฮียหว่อง ลุงวิม ลงุฮิตทช์ พี่ไฉ้ และปู่โอสุไปในท้ายที่สุด
อากิ คอริสมากิ ขึ้นชื่อลือชาในฐานะผู้กำกับหนัง -ขันขื่น - หนังของเขามักเป็นตลกร้ายเกี่ยวกับชนชั้นแรงงาน ผู้ประสบภาวะเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หนังเต็มไปด้วยตัวละครหน้าตาน่าเกลียด ทำท่าซังกะตายไร้อารมณ์ แต่รักกันและกันอย่างมาก และพวกเขา และเธอพร้อมจะกัดฟันผ่านทุกข์เข็ญไปสู่สิ่งที่ดีกว่า (โดยไม่มีใบหน้ายิ้มรื่น เพราะเขาหรือเธอไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น) โดยมี เลดี้ แคธี่ อูติเน็น สาวหน้าป่วย (ไม่น่าาเชื่อว่าเธอทำหน้าป่วยแบบนั้นมายี่สิบปีได้และกวาดรางวัลไปทั่ว) มาเป็นดาราคู่บุญ
แต่แม้ในหนังสองเรื่องนี้จะปราศจาก แคธี่ อูติเน็น แต่ไม่ได้ลดดีกรีความขันขื่นลงไปแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังทั้งขัน ทั้งขื่นจนเราหัวเราะแทบจะตกเก้าอี้ไปพร้อมกับเศร้าลึกๆในใจ
และภายใต้รูปโฉมสุดฮา (หลายคนอาจบอกว่าเพี้ยน) ที่หนังจะเล่ากลับเป็นเรื่องเจ็บๆ อย่างเรื่อง อเมริกา เรื่องระบบการเมือง เรื่องคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตย เรื่อง สิทธิมนุษยชน และเรื่อง ศาสนา!
ในหนังเราไม่รู้ชื่อจริงของสมาชิกวงเลนินกราด คาวบอย(แถมหน้าตากะทรงผมก็คล้ายๆกันซะงั้น) รู้แต่ว่าผู้จัดการวงชื่อ วลาดิมีร์ (ชื่อนี้น่าจะจงใจให้ใคร่ครวญคำนึงถึง วลาดีมีร์ เลนิน หัวหอกคนสำคัญคนหนึ่งของลัทธิ คอมมิวนิสต์) ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เมื่อผู้นำเป็นนักปกครอง ชาวเลนินกราดคาวบอยจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากตัวแทนของ ประชาชน!
ที่ขันขื่นมากๆ คือ พอมาถึงอเมริกา ท่านวลาดิมีร์ (ที่เราเข้าใจว่าเป็นคอมมิวนิสต์ )ก็กลับข้างเป็นทุนนิยมสมบูรณ์ได้อย่างไม่ขัดเขิน ด้วยการให้ลูกวง หัดพูดภาษาอังกฤษ และพอไปถึงก็ต้องเปลี่ยนวงให้เป็น ร๊อค แอนด์ โรล (และเปลี่ยนเพลงไปตามเมืองที่ไปเล่น ตั้งแต่ ร๊อค ไปจนถึง คันทรี่ และกลายเป็นมุกเด็ดๆในทุกเพลง) พวกเขาเล่นดนตรีในบาร์ โดดเดี่ยว (lonesome bar) เพื่อหาเงินเล็กๆน้อยๆ แล้วนั่งรอให้วลาดิมีร์เข้าไปกินอาหารในภัตตาคาร เสรีภาพ (liberty reataurant ) เพียงคนเดียว (นี่เป็นมุกกัด ความเป็น เสรีนิยมของอเมริกาที่แสบมากๆ ก่อนจะแสบมากขึ้นในภาคสอง) และที่ชาววง (ประชาชน)ได้รับหลังความอิ่มหมีพีมัน(จนเหลือเผื่อหมา)ของท่านผู้นำ คือ ส้ม และ หัวหอมดิบ จนกระทั่งลูกวงต้องออกไปเร่ขอทาน (มุกเด็ดมาก) เพื่อหาเงิน(แต่เอาไปซื้อเบียร์ )
จนกระทั่งเมื่อเหล่าสมาชิก หมดความอดทน พวกเขาจึงลุกขึ้น ปฏิวัติ(ตัวอักษรที่ขึ้นเป็นชื่อช่วงเป็นระยะๆ ขึ้นคำ การปฏิวัติ!)แต่ในเมื่อประชาชนเองก็ยังหาระบบที่ดีกว่าเดิมไม่ได้ การปฏิวัติจึงลงเอยด้วยการได้ชุดสูทสีส้มสุดน่าเกลียด มาแทนที่อาหารหากแต่วลาดิมีร์(ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากคนบ้าประจำหมู่บ้าน ที่ชวนให้คิดไปถึงประเทศโลกที่สามที่เต็มไปด้วยทรัพยากรเหมือนปลาตัวเบ้อเริ่ม และอยากเป็นเหมือนชาวเลนินกราด แม้จะไม่มีผมก็ตาม) วลาดิมีร์กลับมายึดอำนาจคืนอีกครั้ง (ตัวหนังสือขึ้น ประชาธิปไตยกลับมาแล้ว!) และคุมวงดนตรี ไปจนถึงเมกซิโก ดินแดนที่ถูกบอกว่าน่าจะเข้ากับวงมากที่สุด

และในภาคต่อมา (หกปีหลังจากภาคแรก) หนังหันมาเล่นกับการเสียดสีศาสนาได้อย่างเมามัน เมื่อวลาดิมีร์ กลับมาอีกครั้งในนามของ โมเสส (เขาบอกว่าวลาดิมีร์ตายในทะเลทรายจากบาปของเขา และพระเจ้าได้ให้แสงสว่างให้เขามาเป็นโมเสส ที่ทุกคนต้อง-เชื่อฟัง -)
ในนามศาสนา โมเสส มีอำนาจเบ็ดเสร็จบังคับเหล่าสมาชิกที่เหลือรอดจากฤทธิ์เตกีล่าให้กลับบ้าน (แม้หลายคนจะยังไม่อยากกลับ)ขณะที่เขาไปขโมยจมูกเทพีเสรีภาพ (เขายังคงจิกกัดอเมริกาไม่เลิก) ร้อนจนซีไอเอต้องมาตามหา (เรารู้ว่าเขาเป็นซีไอเอ ไม่ใช่จากมาด แต่จากกล่องบุหรี่พะยี่ห้อตะหาก)
บรรดาสมาชิกล่องเรือไปขึ้นฝั่งยุโรป พบกับเลนินกราด คาวบอยรุ่นใหม่ในชุดคอมมิวนิสต์เต็มยศ สมาชิกส่วนเมกซิกัน และส่วนคอมมิวนิสต์อาศัยรถตู้เดินทางท่องยุโรปภายใต้การนำของโมเสส ซึ่งทำให้เห็นว่า กระทั่งระบบการเมือง จะระบบไหนก็ตามที่แท้ยังตกอยู่ใต้อำนาจแห่งศาสนาอยู่นั่นเอง และขณะ เดินทางหนังค่อยๆเล่าเรื่องราวกับบัญญัติสิบประการ มีฉากโมเสสเสกน้ำจากก้อนหิน (โดยความช่วยเหลือของเครื่องเจาะ) และจำลองฉากรับบัญญัติจากต้นไม้ไฟฉบับทำเองก็ได้ง่ายจัง ก่อนจะลงมาเจอมหรสพ(แบบที่โมเสสในบัญญัติสิบประการเจอ) รวมไปถึงการอธิบายกำเนิดของวัววิเศษ(ที่เป็นมุกฮามากๆ) ขณะที่ลูกวงยังคงต้องเล่นดนตรีหาเงินยังชีพไปเรื่อยๆ (แต่ค่อยๆเปลี่ยนจากเพลงร๊อค แอนด์โรลและเพลงเมกซิกันมาเป็นเพลงรับใช้ศาสนา )ไม่ว่าจะเป็นในร้านบิงโกไปจนถึงข้างถนน ก่อนที่โมเสสจะแสดงปาฏิหารยิ์ (ผ่านขวดเหล้า) นำพวกเขากลับบ้าน
ในส่วนของเจ้าซีไอเอ หลังจากผิดพลาดครั้งแล้วครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบต้องฆ่าตัวตายเมือ่ต้องทนฟังรายการวิทยุภาคภาษาโรมาเนีย พระเจ้าในไบเบิ้ลที่เขาได้มาก็ช่วยชีวิตเขาไว้ แปรเปลี่ยนให้เป็นแบบเดียวกับโมเสส แต่เจตนายังคลุมเครือ ราวกับหนังจะเสียดสีคนที่ใช้ศาสนาบังหน้าเพื่อให้ตนองบรรลุวัตถุประสงค์( ไม่ต้องบอกว่าหมายถึงใครแค่ลองคิดถึงชาติที่ส่งซีไอเอมาก็พอเดาได้ ) หลังจากเอาเถิดเจ้าล่ออยู่พักใหญ่เจ้าซีไอเอถูกลากมาจนถึงดินแดนพันธสัญญาจนได้ (ซึ่งก็คือไซบีเรียน่ะแหละ) ฉากจบแสดงการเสียดสีโลกเสรีนิยมได้แสบมากเมื่อเราเห็นจมูกเทพีเสรีภาพ กับซีไอเอหน้าเศร้าในดินแดนประหลาดโลก

หนังทั้งสองเรื่องยังคงเต็มไปด้วยอารมณ์ขันขื่นหน้าตายแบบ คอริสมากิ แถมกระหน่ำด้วยบทเพลงไพเราะทุกรูปแบบ(ซึ่งเพลงเป็นเครื่องหมายการค้าของคอริสมากิมาตลอด) บอกเล่าเรื่องราวเสียดสีแสบสบทรวง แถมพ่วงด้วยมุกเด็ดๆ อีกพะเรอเกวียน หนังอาจแปลกประหลาดไม่คุ้นลิ้นสำหรับหลายๆคน แต่หากชิมแล้วจะต้องติดใจแน่ๆครับ
และหากนี่คือหนังที่ห่วยที่สุดในประวัติศสาสตร์ภาพยนตร์ ผมคงเป็นคนดูหนังที่ห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์การดูหนัง เพราะตกหลุมรักหนังเรื่องนี้เข้าเต็มเปาครับ

Footnote
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเขียนถึง อากิ คอริสมากิ เนื่องจากหาหนังของเขาดูไม่ได้อีกแล้ว อย่างไรก็ดีหากใครพอจะมีให้หยิบืมหรือชี้ช่องทางในการหาหนังเรื่องอื่นๆรบกวนแจ้งด้วยครับ จะเป็นพระคุณมากๆๆ
ข้อมูลหนังดุได้ที่นี่ครับ
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=15792
http://www.imdb.com/title/tt0097728/
http://www.imdb.com/title/tt0107384/
เลนินกราดคาวบอย เป็นวงที่มียู่จริงนะครับ ออกอัลบั้มมาหลายชุด (มีสารคดีบันทึกการแสดงสดกำกับโดยคอริสมากิด้วยอีกต่างหาก ) และมีเวบไซต์เป็นของตัวเองด้วย ในเวบมีการเล่าประวัติว่าเริ่มจากชายสองคนเดินทางจากไซบีเรียข้ามเขตทุนดราไปยังอลาสกา ที่นั่นชาวอลาสกาสอนให้พวกเขาเข้าใจ ธรรมชาติมนุษย์ ก่อนที่พวกเขาจะลงใต้ไปสำรวจอเมริกา ก่อนการค้นพบของโคลัมบัสด้วยซ้ำ ไปดูเรื่องราวและอะไรฮาๆในเวบได้เลยครับ รับรองว่าฮามากๆ ที่นี่ครับ
http://www.leningradcowboys.fi/
เคยเขียนถึงคอริสมากิไว้หลายครั้งไปดูได้ที่นี่ครับ มีลิงค์ต่อไปหาที่เขียนครั้งก่อนๆด้วย
edit @ 2006/12/10 11:19:52
หวังว่าจะได้รับความกรุณาจากท่านพี่ ในสักวันหนึ่งนาขัรับ
#1 By LUNATIC SPACE (202.57.175.60) on 2006-03-08 22:54