-โอ้โห ดูนี่สิ วันนี้เรามีซูเปอร์ฮีโร่เต็มหน้าบ้านไปหมดเลย คุณแม่บ้านพูดพลางปรายยิ้มยินดี
มันเป็นวันฮาลโลวีนอันแสนสุข เด็กๆแต่งตัวหระหลาด เดินเคาะประตูบ้านพลางร้อง trick or treat
-ไหนดูสิ เรามีใครบ้าง ซูเปอร์แมน แบทแมน โรบิน ผู้ช่วยแบทแมน เอ๊ะแล้วหนูล่ะจ้ะเป็นใคร
-ผม ฮาร์วีย์ เพการ์
-ชื่อฟังไม่เหมือนเป็นซูเปอร์ฮีโร่เลยนะจ้ะ
-โอเคฮะ ลืมมันซะเถอะ ทั้งหมดนี่มันเฮงซวยห่วยแตก
เด็กชาย ฮาร์วีย์ เพการ์ ผู้ซึ่งแต่ตัวประหลาดสำหรับวันฮัลโลวีน (คือแต่งตัวปกติในวันที่ผู้คนต้องแต่งตัวประหลาด) เดินไปตามถนน เขวี้ยงถุงขนมลงพื้น แล้วกระทืบซ้ำ บ่นงุบงิบๆกับตัวเอง
.......................................................
นั่นเป็นฉากเปิดเรื่องหนังเรื่องนี้ ที่ว่าด้วยชีวิตจืดชืดเฮงซวยของชายผู้นี้
ผู้ที่ใครจะเชื่อว่าเขาจะเดินล้วงกระเป๋าบ่นพึมพำเรื่องความเฮงซวยของชีวิตตนจนโด่งดังไปทั่วอเมริกา!
และนี่คือหนังที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริงของ ฮาร์วีย์ เพการ์ นักเขียนการ์ตูน ผู้โด่งดังจากการ์ตูนชุด American splendor ซึ่งเป็นการ์ตูนรวบรวมความคิดเพี้ยนๆ ช่างเสียดสี ที่เขามีต่อทุกๆอย่างในชีวิต โดยหนังสร้างขึ้นจาก การ์ตูน ประวัติชีวิตจริง และ ตัดสลับการเล่าเรื่อง และให้ความเห็นโดย ฮาร์วีย์ เพการ์ ตัวจริง และภรรยา !
ในยุค 70 ฮาร์วีย์ ผู้ซึ่ง อ้วนลงพุง หัวล้าน และอาศัยอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อรกเรื้อ ไปด้วยข้าวของที่เขาเก็บเอาไว้ไม่ยอมทิ้ง และ หย่าเมียคนที่สองอย่างชอกช้ำ
เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เวชระเบียนในโรงพยาบาล veteran ใน คลีฟแลนด์ บ้านเกิด
รูปลักษณ์ไม่ได้ความ ความเป็นอยู่เฮงซวย ชีวิตรักห่วยแตก และการงานเส็งเคร็ง แถมยังมีเพื่อนเป็นคนกึ่งออทิสติก กับ คนขี้ระแวง อีกต่างหาก
บ่ายวันหนึ่งเขาทำแฟ้มคนไข้ที่เสียชีวิตแล้วตก เปิดดูพบว่าเจ้าของแฟ้มเป็นชายที่เกิดและอาศัยในคลีฟแลนด์จนตาย และประกอบ อาชีพเสมียน
เขากลับบ้านและคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรกับชีวิต ซึ่งแทบจะทั้งชีวิต มีเพียงงานเสมียน การฟังเพลงแจซซ (ที่เก็บไว้จนเต็มบ้าน) และ อ่านการ์ตูน
ฮารวีย์จึงตัดสินใจเขียนการ์ตูนขึ้นทั้งๆที่เขาวาดไม่เป็นด้วยซ้ำ เล่าเรื่องชีวิตแสนเซ็งของตัวเอง แล้วส่งให้ เพื่อนนักเขียนการ์ตูนนำไปวาด
แล้วมันก็ดังระเบิด
แล้วฮาร์วีย์ก็ยังคงเป็นเสมียน และวาดการ์ตูน ใช้ชีวิตเส็งเคร็งอยู่แบบเดิม
แต่มันก็อย่างที่โปรยไว้บนใบปิด - กระทั่งชีวิตสุดแสนจะสามัญ ก็ยังเต็มไปด้วยความซับซ้อนอันแสนจะน่ารัก
....................................................

หนังเลือกเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด เพราะแทนที่จะเดินตามเวลาไป หนังกลับยอกย้อนสักเล็กน้อย ใส่ภาพการ์ตูน ลงมาในฉากหลัง และตัดสลับ กับการออกมาเล่าเรื่องให้ความเห็นถึงเหตุการณ์และผู้คน โดย ตัวของ เพการ์ เอง จริงๆแล้วน่าจะทำให้หนังดูแฟนตาซีมากๆ หากแต่ผลลัพทธ์ ทีได้กลับปรากฏตรงข้าม เพราะการเล่า (แบบแอบเหน็บกระทั่ง paul giamatti ที่มารับบทของเขาเอง) ของ เพการ์ตัวจริง และ ภาพการ์ตูนจำลองนั้น กลับทำให้เรายิ่งเชื่อ ว่าเรื่องทั้งหมดในหนังและในการ์ตูนนั่นเกิดขึ้นกับเพการ์จริงๆ
ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณการแสดงของ paul giamatti ที่เล่นได้ โกรธเกรี้ยว ขี้หงุดหงิด น่าเบื่อหน่าย และแสบสันต์แบบสุดๆ (ทุกฉากที่เขาเดินทำหน้าแบกโลกทั้งใบไปตามถนนนั้นเราแทบเชื่อเลยว่ามันเป็นชีวิตของเขาจริงๆ) ทั้งนี้รวมถึง hope davis ในบท จอยซ์ ภรรยาของเพการ์ ที่เธอเลบ่นเป็นผู้หญิงเฉื่อยๆ ป่วยด้วยโรคนู่นนี่ เหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้า และ บทจะแดกดันผู้อื่น ก็พูดได้อย่าง จี๊ดสุดๆ
ดูจากลักษณะตัวละครทั้งคู่แล้ว มันช่างห่างไกลจากการเป็นพระเอกนางเอกแบบสุดขั้ว
(นี่ยังไม่นับเพื่อนพระเอก โดยเฉพาะเจ้าโทบี้ หนุ่มกึ่งออทิสติค ที่เชื่อว่าตัวเองเป็น-โคดเด็กเนิร์ด- และ มิสเตอร์โบท เพื่อนรวมงานที่เป็นโรควิตกจริต ซึ่งทั้งหมดปรากฏตัวในการ์ตูนของเขาทั้งสิ้น)
หากแต่หนังกลับทำให้ผู้ชายน่าเบื่อ กับผู้หญิงจืดๆ คู่นี้ กลายเป็นเนื้อคู่หนังคู่กระดูกคู่ของจริง
ในฉากแรกที่ทั้งคู่พบกัน เพการ์พาจอยซ์ไปกินอาหารที่เธอแพ้ (ซึ่งเธอแพ้ทุกอย่าง) หลังจากจูบกัน จอยซ์วิ่งไปอ้วก และบอกฮาร์วีย์ว่า ข้ามๆเรื่องพวกนี้ไปแล้วแต่งงานกันเหอะ (โอ้โฮเฮะ จ๊าบเจงๆ)และหลังจากนั้นไม่ว่าฮาร์วีย์ไปไหน จอยซ์ก็จะไปด้วย (หนังกำหนดให้ทั้งคู่แต่งตัวได้เฉิ่มสุดๆอีกต่างหาก) และพอจอยซ์หนีไปทำอย่างอื่นนอกจาก-นอน- อย่างที่ฮาร์วียืว่าไว้ เขาถึงกับป็นบ้าไปเลยทีเดียว (ทำให้ฉากที่จอยซ์กลับมานอนเล่นกับฮาร์วีย์ เป็นฉากที่น่ารักมากๆ)


นอกจากนี้หนังยังแอบจิกกัดสังคมมะริกันสุดเพี้ยนด้วย
เมื่อเพการ์พาความ ฉุนเฉียว โมโหร้าย ของตัวเองไปเป็นแขกของเดวิด เลตเตอร์แมน
และ พ่อยอดชายนายโทบี้(โคดเด็กเนิร์ด) กลายเป็น ดาราเอ็มทีวี
(ซึ่งในฉากก่อนหน้า ฮาร์วีย์ จอยซ์ และ โทบี้ ไปดู revenge of the nerds ซึ่งโทบี้ชอบมาก แต่ฮาร์วีย์เกลียดมาก)
สะท้อนภาพความเพี้ยนของอเมริกันชนได้เป็นอย่างดี
เอาเข้าจริงๆแล้วหนังไม่มีอะไรสักอย่างเลยที่จะดึงดูดคอหนังให้เข้าไปดู
ไม่มีพระเอกสวยนางเอกหล่อ
ไม่มีสถถานการณ์พลิกผัน (เว่นแต่ถ้าเราจะนับ การเป็นมะเร็งกับ การทะเลาะกับจอยซ์เป็นสถานการณ์หักมุม)
ไม่มีฉากเรียกน้ำตา
ไม่มีกระทั่งพลังชีวิตฮึกเหิม (ก็เพราะหนังเล่าเรื่องคนที่เซ็งชีวิตเซ็งๆของตัวเองนี่นา)
หากแต่คนเฉกเช่นฮาร์วีย์ เพการ์นั้น เราพบเห็นได้ทุกวันตอนที่เรามองเข้าไปในกระจก
เพราะแปดเก้าสิบเปอร์เซนต์ของผู้คนบนโลก ไม่ได้สวยหล่อเหมือนพระนางในหนัง
(ย้อนกลับไปยังฉากเปิดเรื่อง โตมาจนป่านนี้แล้วมีใครมั่ง ที่ได้เป็น ซุปเปอร์แมน แบทแมน)
หากแต่อ้วนลงพุงโมโหร้าย ขี้เกียจ และ โคดจะซ็งชีวิต - เหมือน เพการ์ กับ จอยซ์
การได้นั่งดูอะไรที่คล้ายๆตัวเองอาจไม่รื่นรมย์นัก
หากแต่พอตั้งใจดูจริงๆ เรากลับพบว่า
ที่แท้แล้วที่ชีวิตเส็งเคร็งของเราอาจเต็มไปด้วยเรื่องน่ารักมากมายก่ายกอง
เพียงแต่มันซ้อนทับพัวพันกันจนเราลืมมองมันเท่านั้นเอง
(ฉากที่เพการ์พบเพื่อสาวมหาลัยที่เคยสวยสะพรั่งเรียนเกรดสูง(ขณะที่เขาเนรียนไม่จบ)กลายเป็นแม่บ้านลูกสามที่ถูกชีวิตกลืนกิน เป็นฉากที่ชวนคิดอะไรต่อมิอะไรได้เยอะแยะ )
และจะว่าไปแล้ว ชีวิตเฮงซวยของเรา มันก็เข้าท่านี่หว่า!

ผมได้แผ่นนี้มาจากแผ่นผีที่ร้าน(หนัง)สือ 2521 ของผมเอง แหะๆ

ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่ที่เดิมครับ

http://www.imdb.com/title/tt0305206/

และที่นี่
http://www.americansplendormovie.com/main.html


edit @ 2005/06/13 17:33:41

edit @ 2005/06/13 17:50:37
edit @ 2005/06/13 17:54:44

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบมากกก

#1 By 666 (124.121.32.36) on 2007-06-28 02:49