ดินแดนนั้นมีชื่อว่า เนเวอร์แลนด์
ดินแดนมหัศจรรย์ที่ผู้ไปถึงจะไม่เติบโตขึ้น
และสามารถบินได้หากเชื่อมั่น
ดินแดนแห่งการผจญภัยไม่รู้จบ
ดินแดนที่มี โจรสลัดมือตะขอ มีจระเข้ ที่กลืนนาฬิกาลงในท้อง
และมีหนุ่มน้อยปีเตอร์ แพน
ผู้ไม่เคยเติบโตขึ้น บินได้ และยังคงโบยบินอยู่ในใจเด็กๆทั่วโลก

และปีเตอร์ แพน ถือกำเนิดขึ้นในสวนสาธารณะแห่งในฤดูร้อน
เมื่อเจมส์ เอ็ม แบร์รี่ นักเขียนหนุ่มเหยียบแขนเสื้อเด็กน้อยที่แอบหลบอยู่ใต้ม้านั่งของเขาในสวน
และชักพาให้เขาได้รู้จักกับเด็กๆสี่พี่น้อง ตระกูลเดวีส์
เด็กๆผู้ซึ่งสูญเสียพ่อให้กับโรคร้าย อาศัยอยู่กับ เซลีน แม่ผู้เข้มแข็ง
หลังจากบ่ายวันนั้น เจมส์ไปที่สวนทุกบ่าย เล่นกับเด็กๆ
และเอาใจใส่ หนุ่มน้อย ปีเตอร์ ผู้เก็บตัวและไม่เชื่อสิ่งใดหลังจากสูญเสียพ่อ
เจมส์เล่นกับเด็กๆ และเพริดไปในโลกจินตนาการ จนภรรยาของเขาไม่อาจเข้าถึง
และคนทั่วไปมองด้วยสายตาหยาบคาย
แต่สำหรับเจมส์ เซลีน และเด็กๆ นี่เป็นการร่วมกันผจญภัย
ไปสู่ดินแดนใหม่ของใจตนเอง อันเป็นดินแดนซึ่งเยาว์วัย อาศัยอยู่
................................................
แทนที่หนังจะเล่าเรื่องทุกอย่างแบบจริงจัง
หนังกลับเลือกที่จะปล่อยให้เทพนิยายปีเตอร์แพน หลุดออกมาผสมกับความจริงเป็นระยะๆ
เรามองเห็น เจมส์และเด็ก กลายเป็นโจรสลัด
มองเห็นสี่พี่น้องบินลอยล่องไปบนฟ้า
แบบเดียวกับที่เจมส์มองเห็น
อันเป็นมุมมองแบบเนเวอร์แลนด์
เนเวอร์แลนด์เป็นดินแดนพิเศาที่ราวกับเจมส์สร้างขึ้นให้เด็กๆที่เขารัก
เป็นที่ที่ปีเตอร์จะไม่ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กที่สิ้นศรัทธาต่อทุสิ่ง
เป็นสถานที่ที่จอรช์ และแจค จะบินได้ และ ไมเคิลกลายเป็นราชา
โลกจินตนาการ ที่จะพบก็แต่ในความเยาวว์วัยเท่านั้น
และเมื่อเด็กๆเติบโตขึ้นและความเยาว์วัยโบยบินจากไป
เนเวอร์แลนด์ก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องล่าในนิทานเท่านั้น
แต่เป็นนิทานที่จะถูกเล่าไม่รู้จบ
เช่นกับที่ปีเตอร์แพนบอก ถ้าเธอเชื่อ เธอจะบินได้
ที่แท้แล้วมันหมายถึงว่าหาเรายังคงเชื่อมั่น เยาว์วัยก็จะมีอยู่ในตัวเราทุกคน

แต่ในขณะเดียวกัน
ในตอนท้ายเรื่อง ปีเตอร์แพน พูดกับคนดูว่า ความตายเป็นการผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่ง
บางทีมันอาจเป็นเพียงคำพูที่เจมส์ต้องการส่งสาส์นปลอบใจ
แต่แท้ที่จริงแล้วเมื่อพินิจจากแง่ที่ว่า ความตายอาจเป็นเพียงการไปสู่เนเวอร์แลนด์
เฉกเช่นเดียวกับวัยเยาว์
และเช่นเดียวกับที่เจมส์บอกเซลีน มันเป็นเพียงการเดินทางไปเนเวอร์แลนด์เท่านั้น
หากซ้อนทับโลกจินตนาการนี้เข้ากับโลกแห่งความตายแล้ว
ใช่หรือไม่ที่แท้แล้วความตายหาได้น่ากลัวไม่
เพราะมันเป็นเพียงการไปสู่การผจญภัยในดินแดนอันเป็นนิรันดร์
.............................................



นอกจากการสร้างฉาก วิจิตรบรรจงแล้ว(หากลองสังเกตหนังจะแบ่งเป็นส่วนที่ถ่ายในสถานที่จริง เช่น สวน บ้านของ เจมส์ กับส่วนที่เป็นฉาก เช่นห้องนอนของเด็กๆ เวทีละคร และสวนหลังบ้าน และส่วนที่เป็นฉากจะปรากฏขึ้นก็ต่อมเอเจมส์เชื่อมเด็กๆเข้ากับจินตนาการของเขาเท่านั้น)
หนังได้การแสดงแบบที่ได้ใจไปตั้งแต่คัดเลือกตัวแล้ว
เพราะใครจะเหมาะสมกับบทของ เจ เอ็ม แบร์รี่ ไปมากกว่า Johnny depp เป็นไม่มี
และเขาก็ให้การแสดงที่สมบูรณ์แบบด้วย
ในขณะเดียวกัน ดาราคนอื่นๆก็เป็นส่วนช่วยเสริม ให้หนังดูมีมิติมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น จูลี่ คริสตี้ในบทของแม่ของเซลีน หรือ ราดา มิทเชลล์ ในบท ของภรรยาของเจมส์ บทของทั้งคู่อาจเป็นบทร้ายหากแต่ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น ภรรยาของเจมส์ไม่สามารถเข้าถึงสามีของเธอได้ ฉากสนทนาของทั้งคู่ ทำให้เราเห็นความห่างเหิน ไปจนถึงขั้นเข้าไม่ถึงกัน ฉากที่เธอบอกสามีว่า โปรดพาฉันไป เป็นความเจ็บปวดของคนที่รักกันแต่เข้าไม่ถึงกันที่แสนจะเศร้า
แต่คนที่สมควรได้รับคำชมไปอย่างมากคือ เจ้าหนู ตระกูลเดวีส์ ทั้งสี่ และเป็นพิเศษคือ เจ้าหนู เฟรรดดี้ ไฮเมอร์ ในบท ปีเตอร์ แววตาครุ่นคิด และคำพูดแบบผู้ใหญ่ ทำให้เรารู้สึกสูญเสียวัยเยาว์ไปด้วย ยิ่งเข้าคู่กับบทผู้ใหญ่ใจเด็ก ทำให้เติมเต็มกันได้เป็นอย่างดี
หากแต่คนที่ผมรักที่สุดในหนังคือ เคท วินสเลต
บทของเซลีนแทบไม่มีความสำคัญใดๆต่อตัวเรื่องนอกจะจะเป็นคนคุมเด็กๆ และเป็นเป้าสายตาของคนภายนอก
หากแต่ในเพียงฉากสั้นๆตอนที่เจมส์ไปเยี่ยมเธอ แล้วเธอกระวีกระวาดเก็บของ พูดโน่นนี่ การแสดงออกเพียงเล็กน้อยของเธอ ทำให้เราเชื่อถึงความรักของเธออย่างสนิทใจทั้งที่ก่อนหน้านี้เราไม่เคยเห็นทั้งคู่แสดงความรู้สึกเกินเลยแม้แต่น้อย
และด้วยการแสดงอันแสนวิเศษนี้เอง ที่ทำให้เราต้องเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้
..............................................................................................
ภายหลังจากเสร็จ monsters ball หนังรักกดดันที่ว่าด้วยความรักของภรรยาสาวผิวดำของนักโทษชายที่ถูกประหารชีวิต กับผู้คุมนักโทษผิวขาวที่อยู่ท่ามกลางผู้คนเหยียดผิว อันส่งผลให้ halle berry คว้าออสการ์นำหญิงมาครอง
Mark foster ผู้กำกับ เลือกที่จะผ่อนตัวเองด้วยการเล่าเรื่องราวที่ติดอยู่ในใจมาเนิ่นนาน
และทำออกมาในรูปแบบผ่อนคลาย ไม่กดดันเหมือนเรื่องก่อนหน้า
ซึ่งตัวประวัติของเจ เอ็ม แบร์รี่จริงๆนั้นค่อนข้างเศร้าหม่นมากทีเดียว เขาเป็นคนตัวเล็ฏๆที่ดูเหมือนไหยุดการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์ของเขากับเด็กๆถูกตีค่าเป็นเรื่องทางเพศ และเมือ่เด็ฏๆพ้นวัยที่จะเล่นกับเขาเขาก็โศกเศร้า และตายอย่างโดดเดี่ยว
จนอดคิดไม่ได้ว่าหาก เขาทำหนังเรื่องนี้อีกครั้งในฉบับที่จริงจังกดดัน หนังคงออกมาน่าดูมากในอีกรูปแบบเป็นแน่
.....................................................................



Neverland แปลความได้ว่าเช่นไร อาจเป็น ดินแดนที่ไม่เติบโตขึ้น (ดินแดนแห่งเยาว์วัย)
ดินแดนที่ไม่มีอยู่จริง(ดินแดนแห่งความเชื่อ จินตนาการ ) หรือดินแดนแห่งความไม่มี (ดินแดนแห่งความตาย)
และที่แท้แล้ว neverland อาจเป็นที่ใดก็ได้ ขอเพียงมีความเชื่อ พอให้ดวงใจได้โบยบิน
อาจเป็นดินแดนทที่เราจะพบกับวัยเยาว์ ดินแดนที่เราพบคนผู้จากไป อาจเป็นดินแดนในใจ
และอาจพบได้ในสวนหลังบ้านของเราเอง

ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่เช่นเคยครับ

http://www.imdb.com/title/tt0308644/ 


และใครอยากอ่านเพิ่มเติม pulp ฉบับ ปกเฮียโจว ลงเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดเชียวครับ




edit @ 2005/06/15 10:01:16

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบครับ เรื่องนี้

#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-05-15 14:06

UGG Boots For Cheap

#2 By UGG Boots For Cheap (110.85.115.185) on 2011-09-09 13:24