1 , 1 , 2 , 3 , 5 , 8 , 13 , 21 , 34 , 55
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดเรียงแบบสุ่ม
หากถูกจัดเรียงเป็นลำดับอันมีชื่อเสียง ในนามของ ลำดับ ฟิโนบัชชี่
ซึ่งตั้งชื่อตามผู้ค้นพบ ตัวเลขเหล่านี้
เมื่อนำตัวเลขที่1 มาบวกตัวเลขที่2 จะได้ผลลัพทธ์ เป็นตัวเลขที่ 3
และเมื่อนำตัวเลขที่2มาบวก ตัวเลขที่3 จะได้ตัวเลขที่ 4 เรียงกันไปเช่นนี้ไม่รู้จบ
ฟังดูราวกับเป็นเพียงความบังเอิญของการเรียงตัวเลข
หากแต่เรากลับพบว่ามีลำดับฟิโนบัชชี่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติมากมาย
ในจำนวนกลีบของดอกไม้ จำนวนของตาสับปะรด หรือ จำนวนของรอยบนเมล็ดสน
ความบังเอิญอันเหลือเชื่อทำให้อดคิดไม่ได้ว่า โลกทั้งใบนี้อาจมีปางสิ่งเชื่อมโยงกันอยู่
รอคอยการค้นพบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเล่าโบราณ หรือแม้แต่พรหมลิขิต
และมาร์ติโน่เชื่อเช่นนั้น

มาร์ติโน่เป็นชายหนุ่มขี้เหงา เขาทำงานเป็นยามกะดึกแห่งพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์เมืองตูริน
พิพิธภัณฑ์ที่เรียกขานกันในนาม the mole
ที่ซึ่งบนหลังคาโดม ประดับด้วยไฟนีออนรูปตัวเลขในลำดับฟิโนบัชชี่
ทุกคืนเขาจะแวะซื้ออาหารขยะจากมอมันดา แล้วเข้าทำงานหลังเที่ยงคืน
ใช้เวลาไปกับหนังเก่าของ บัสเตอร์ คีตัน จิบกาแฟ แกล้มแอปเปิล
พอยามเช้า เขาออกไปเยี่ยมคุณตาผู้นั่งตกปลาอย่างเปลี่ยวเหงา
เอากล้องถ่ายหนังรุ่นเก่าแบบหมุนมือ ไปถ่ายภาพเมือง ผู้คน
ก่อนจะกลับไปซื้อ ดับเบิล ชีส ฟรายด์จากอมันดาอีกครั้งหนึ่งในตอนเที่ยงคืน

อมันดาเลิกงานตอนเที่ยงคืน
เธอเป็นพนักงานในร้านฟาสท์ฟู้ดที่มีเจ้านายเอาแต่ใจนิสัยเสีย
เธอมีคนรักชื่อแองเจิ้ล ผู้มีอาชีพขโมยรถ และมีความสัมพันธ์แบบยักแย่ยักยัน
ค่ำวันหนึ่ง เธอเกิดสติแตกท และก่อเหตุโดยไม่ตั้งใจยังผลให้ต้องวิ่งหนีตำรวจสุดชีวิต
และหลุดเข้าไปในโลกของบัสเตอร์คีตัน กาแฟ แอปเปิ้ล ชี่งกงยามเช้า และหนุ่มช่างเหงาอย่างมาร์ติโน



ในขณะที่แองเจิ้ล มีนามเหมือนเทพ แต่ที่แท้กลับเป็นโจรขโมยรถ
เขามีเพื่อนสนิท (หรืออาจเรียกลูกสมุน)อีกสองคน
สนิทสนมพอจะกอดคอร้องเพลงกันกลางผับตอนกลางวันแสกๆได้
เขาอาจดุไม่เป็นโล้เป็นพาย
แถมยังแอบกิ๊กกระทั่งรูมเมตของแฟน
แต่เขาก็รักอมันดามาก จนแทบอดรนทนไม่ไหวที่เธอจู่ๆก็หายไป

หนังผูกโยงคนทั้งสามเข้าด้วยกันประหนึ่งตัวเลขในลำดับฟิโนบัชชี่
ประหนึ่งกับฉากเปิดเรื่อง อันว่าด้วยผงฝุ่นในสายลม
ที่ลอดลำผ่านเครื่องฉายหนัง
-เรื่องเล่าก็เหมือนผงฝุ่น มันล่องลอยอยู่ในสายลมรอเราสัมผัสรู้สึก และหยิบฉวยมาเล่าสู่กัน
และหนังเรื่องนี้ราวกับจะเป็นผงฝุ่นหนึ่งท่ามกลางผงฝุ่นแห่งเรื่องเล่ามากมายที่เราคว้าจับไว้ได้
และรู้สึกอ่อนหวาน งดงามไปกับมัน

หนังเล่าเรื่องผ่านทางมุมมองของผู้เล่าอีกต่อหนึ่ง
เน้นไปที่บุคลิกเฉพาะตัวของตัวละครแต่ละตัว
รวมไปถึงบุคลิกขี้เหงาของมาร์ติโน
ทำให้หลายฉากหลายตอนอดนึกถึง สาวน้อยตาหวาน อเมลี ปูแลง ไม่ได้
อย่างไรก็ดี หนังก็มีทางเลือกที่แตกต่างออกไป
ด้วยการเลือกเป็นหนังรักสามเส้า ที่ไม่เศร้า
นักวิจารณ์ชาวต่างชาติท่านหนึ่งพูดไว้น่าสนใจว่านี่คือการพบกันของcinema paradiso และ jules and jim
(ในหนังมีการกล่าวถึงหนังเรื่องหลังเอาไว้ได้อย่างน่ารักเอามากๆ)
แต่รักสามเส้าของมาร์ติโน อมันดา และ แองเจิล ไม่ได้เศร้าหม่นหดหู่เหมือน จูลส์ จิม และ แคทเธอรีน
แม้อมันด้าจะตัดสินใจไม่เลือกใครคนใดคนหนึ่งก็ตาม
แต่สุดท้ายก็เป็นฟิโนบัชชี่ที่ช่วยตัดสินใจ
แม้จะเป็นทางออกที่ดูอ่อนด้อย
หากแต่มันช่วยเน้นย้ำ ความเป็น -เรื่องเล่า- ที่แม้แทบไม่มีเหตุผล หรือออกจะเป็นพรหมลิขิต แต่ใช่ว่ามันจะไม่มีอยู่
เพียงแต่เราแค่อาจมองไม่เห็น การเชื่อมโยงของเหตุและผลเท่านั้นเอง



แต่จุดที่น่ารักที่สุดของหนังกลับไม่ใช่ความสัมพันธ์ของทั้งสามคน
หากแต่เป็นหนังของมาร์ติโน
หนังที่มีแต่เพียงภาพถ่ายของเมืองที่เขาอยู่อาศัย
ภาพผู้คนอันไม่ปะติดปะต่อ
สลับกับถ้อยคำจากหนังของบัสเตอร์ คีตัน ที่เขาใช้เป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิต(ฉาก เผาฉันสิ ให้ดวงใจมอดไหม้เป็นจุณ -เป็นฉากที่น่ารักมากๆอีกฉากหนึ่ง)
และที่สำคัญ ภาพของหญิงสาวที่เขาแอบหลงรัก
มันทำให้ตระหนักถึงมนต์เสน่ห์ที่แท้จริงแห่งภาพยนตร์
ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวหวือหวา
หรือเต็มไปด้วยเทคนิคแพรวพราว
หากภาพยนตร์ทำหน้าที่เพียงฉายภาพสะท้อนของแสงและเงา
ปลดปล่อยเรื่องเล่าให้บังเกิดขึ้นในใจผู้คน
ภาพการนอนหลับ การตกปลา การลงรถเมล์ ฟังดูสามัญน่าเบื่อ
หากแต่ด้วยอำนาจ และมนต์เสน่ห์แห่งภาพยนตร์
มันกลับสามารถหลั่งไหลเรื่องราวในตัวออกมาได้อย่างมหาศาล
บางที นี่ก็อาจจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์ นอกเหนือจาก เรื่องเล่าในผงฝุ่น และ ลำดับฟิโนบัชชี่ก็เป็นได้


edit @ 2005/06/10 14:01:06

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By (203.113.60.71) on 2006-02-05 08:46