the day i became a woman ยามบ่ายวันที่เรากลายเป็นหญิง / FS
posted on 08 Jun 2005 07:58 by filmsick in see-it-and-die
เ รื่ อ ง ข อ ง h a v a
เที่ยงวันนี้เด็กหญิงhava จะมีอายุ 9 ขวบ
พอพ้นเที่ยงไป เธอจะเปลี่ยนจาก - เด็กหญิง - ไปเป็น -ผู้หญิง -
สถานะใหม่ที่เธอจะต้องคลุมผ้าคลุมผมและเลิกเล่นกับเด็กผู้ชาย
ราวสิบโมงเศษ ๆ hassan เด็กชายเพื่อนซี้ของhava แวะมาหา ชักชวนเธอไปกินไอติม
แต่แม่กับยายไม่ให้ hava ไปเล่นอีกแล้ว และไล่ตะเพิดhassan กลับบ้าน
เด็กหญิงhava ต่อรองกับยายและแม่ว่าเธอจะยังไม่กลายเป็น-ผู้หญิง- จนกว่าจะเที่ยง เธอมีเวลาร่วมชั่วโมงที่จะไปเล่นกับ hassan
แม่ให้ไม้เธออันหนึ่งและบอกว่าให้เอาปักบนพื้น เมื่อใดที่เงาไม้หายไป เธอต้องกลับมาบ้านและกลายเป็น-ผู้หญิง -
เ รื่ อ ง ข อ ง a h o o
ถนนสายนั้นทอดตัวเลียบไปกับชายทะเล
ขณะหญิงสาวนาม ahoo ปั่นไปบนทางเปลี่ยว ในการเข่งขันจักรยานอะไรสักอย่าง
ผ้าคลุมผมสีดำนับร้อยของสาวนักปั่นปลิวไสวในแสงแดด
ไกลออกไปจากถนน เป็นพื้นที่เวิ้งว้าง
ชายคนหนึ่งควบม้ามาจากโพ้นไกล ไล่ตามจักรยานของahoo เขาเป็นสามีของเธอ มาเพื่อเว้าวอนวาจาขอร้อง ให้เธอล้มเลิกการแข่งขัน
พอเธอปฏิเสธก็ไปตาม ญาติพี่น้องของเธอมาช่วยพูด ไล่เลยไปจนถึงผู้นำศาสนาประจำหมู่บ้าน แต่ ahoo ก็ยังปฏิเสธ
พอเห็นว่าพูดจาดีๆไม่ได้ พวกเขาก็เริ่มรุนแรง หยาบคาย ข่มขู่ ขอหย่า สาปแช่งเธอ
ถนนยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด ahoo ปั่นไปในความเปลี่ยว ด้วยเรี่ยวแรงที่น้อยลงทุกทีๆ

เ รื่ อ ง ข อ ง h o o r a
พวกเด็กชายรับจ้างขนของจากสนามบิน เข็น hoora ไปตามถนนในเมือง
บนนิ้วมือของหญิงชราพันผ้าแถบเล็กๆ บรรจุรายการข้าวของที่เธอต้องการซื้อไว้เต็มมือ
จากร้านค้าสู่ร้านค้า ต่อยอดขบวนข้าวของเครื่องใช้ล้ำสมัยยืดยาวราวงานพาเหรด จับจ่ายไปในความว่าง
เดินขบวนมุ่งหน้าไปยังทะเล ก่อนที่เด็กๆจะจัดวางข้าวของทุกอย่างไว้ริมชายหาด เกิดภาพประหลาดล้ำ
hoora ไม่พอใจกาน้ำชาที่เธอซื้อมา เธอจึงดลับไปเปลี่ยนที่ขบวนเด็กๆ ให้เล่นกับข้าวของของเธอจนกลายเป็นภาพวิจิตร งดงาม
ในที่สุด hoora ก็ได้เป็นเจ้าของทุกสิ่ง เว้นแต่แถบสุดท้ายที่เธอนึกไม่ออก
ก่อนจะขนสมบัติทั้งหมดลงไปในทะเล
บ่ า ย วั น ที่ เ ร า ก ล า ย เ ป็ น ห ญิ ง
การแบ่งถ้อยคำออกเป็นสองชุด เช่น ชาย - หญิง /การมีอยู่ - การไม่มีอยู่ / สิ่งที่ถูกกล่าว - สิ่งที่ถูกเขียน / ขาว -ดำ นั้น อาศัยความแตกต่างเชิงทวิลักษณ์ หากแต่ ฌาค แดริดา (นักปรัชญา ชาวฝรั่งเศสเจ้าของทฤษฏี รื้อสร้างอันลือลั่น) ได้กล่าวไว้ว่า -จง
สังเกตว่าา จะมีคำหนึ่งที่ได้ประโยชน์ จากอีกคำเสมอ ระบบ ทวิลักษณ์ (แบ่งทุกสิ่งเป็นสองขั้ว) ให้ -สิทธิพิเศษ- แก่คำชุดแรก เหนือคำชุดหลัง เช่น ชาย เหนือ หญิง *1
ในแนวคิดด้าน สตรีนิยม มีความเชื่ออยู่ว่า โลกในปัจจุบันขณะนั้นที่แท้ถูกขับเคลื่อนภายใต้กรอบความคิดแบบ -ชายเป็นใหญ่- และ ผู้หญิงถูกกดให้ต่ำกว่า แม้ว่าแต่ละสายทางของสตรีนิยมจะมีแนวคิดเรื่องความเสมอภาคเท่าเทียมแตกต่างกันไป หากแต่เป็นความจริงที่ว่า ที่แท้แล้ว โลกให้อำนาจชาย มากกว่าหญิง โดยอ้างกรอบ ของ ชีวิวทยา (เรื่องของอวัยวะเพศ การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ หรือการให้อำนาจลึงค์ ในทฤษฎีของฟรอยด์ *2 ) กรอบของ ศีลธรรม ( มีแนวคิดน่าสนใจว่า เราสามารถหาข้อยุติได้เฉพาะกับข้อถกเถียงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเท่านั้น หากแต่กับประเด็นทางศีลธรรม หรือการเมืองนั้น ที่แท้เป็นเพียง -การประเมินค่าด้วยอารมณ์ - * 3 ซึ่งแนวคิดนี้ตบหน้าหลักศีลธรรมที่เรายึดถือไว้เป็นนักหนา ว่าที่แท้ล้วนถูกประเมินเอาเองจากอารมณ์(ที่เราคิดว่ามันเป็นสิ่งถูกต้อง)ดังนั้นหลายครั้ง ศีลธรรมอันดีที่เรายกมาบังหน้าเพื่อกล่าวหาผู้อื่น ก็แค่อารมณ์วูบไหว เท่านั้ไม่ใช่ความถูกต้อง) หรือแม้แต่กับกรอบของศาสนาก็ตาม และหากเรามองโลกใบนี้ด้วยกรอบแนวคิดแบบ-หญิงเป็นใหญ่ - ล่ะก็ บางทีโลกนี้ อาจจะกลับหหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว
และในหนังเรื่องนี้จากฝีมือการกำกับของ Marzieh Mekzini ภรรยา ของ ผู้กำกับชาวอิหร่าน Mohsen MaKhmalbaff และเป็นแม่ของ ผู้กำกับหญิง Samira Makmalbaff (ตระกูลนี้เป็นนักทำหนังชั้นแนวหน้าของโลกทั้งตระกูล!) พาคนดูเข้าไปในโลกที่ค่อยๆเหนือจริงทีละน้อย หนังไม่ได้กลับหัวโลกชายเป็นใหญ่ใบนี้ให้เป็นโลกอีกใบ หากแต่ที่หนังทำ ก็เป็นเช่นชื่อหนัง ทำให้เราคนดู(ไม่ว่าจะเพศใด) กลายเป็นหญิง! เพื่อเรียนรู้ทุกข์ยากของเหล่าเธอในโลกที่ที่แท้แล้วไม่ว่าจะไปจนถึงสุดหล้า หรือลอยล่องในท้องทะเล ที่แท้ผู้หญิงยังคงต้องทุกข์ทนเช่นดิม

เ ง า ไ ม้ ที่ ห า ย ไ ป
ในเรื่องเล่าของ hava (ซึ่งเป็นเรื่องที่สมจริงมากที่สุด) เล่าถึงวันที่เธอได้กลายจาก - เด็กหญิง- ไปเป็น - ผู้หญิง - ในเพียงชั่วหนึ่งการหายไปของเงาไม้ hava ถูกเปลี่ยนสถานะ จากคน-ไร้เพศ- ไปสู่ การมีเพศ ในหนึ่งชั่วโมงนั้น ในสังคมของhava นั้น ผู้หญิง ต้องซ่อนตัวภายใต้ผ้าคลุมหน้า และไม่พูดจาพาทีกับเด็กชาย (ทั้งๆที่เธอเล่นกับเขาเมื่อวานนี้) เธออาจมีเพศสภาพเป็นหญิงแต่แรกเกิดหากแต่ เพศสภาพ ต่างกับเพศสถานะ ซึ่งถูกกำหนด ครอบงำ โดยการเมือง สังคม วัฒนธรรม ในชั่วโมงสุดท้ายก่อนการมีเพศสถานะ เธอไปหาhassan ที่ถูกขังให้ทำการบ้าน ชวนเขาไปกินไอติม แต่เขาไปไม่ได้ เธอจึงไปซื้อลูกอมมาแบ่งกันกินกับเขา ฉากนี้หากอยู่ในหนังฮอลลีวู้ดมันอาจกลายเป็น -จูบแรก- ไปได้เลย( หากจะว่าไป ฉาก - จูบแรก -ในหนังฮอลลีวู้ด นั้น เป็นการสะท้อนกรอบคิดชายเป็นใหญ่ในอีกรูปแบบหนึ่ง ) แต่สำหรับ hava และ hassan มันเป็นเพียงเพื่อนสองคน แบ่ง ขนมกันกินเท่านั้น และการให้ hassan ถูกขัง ราวกับจะบอกว่า บางที เด็กชาย (หรือผู้ชาย เพราะเพศชายไม่มีการเปลี่ยนผ่านเพศสถานะ) ก็รับทราบความยากลำบากนี้แต่ตัวพวกเขาเองก็ถูกขังไว้ด้วยกรอบกรงของวัฒนธรรม เช่นกัน ทำได้เพียงแค่อยู่เป็นเพื่อนและมองเธอผ่านลูกกรงเหล็กเท่านั้น
ในช่วงกลางของตอนนี้ hava ไปรอ hassan ที่ทะเล และถูกเด็กชายกลุ่มหนึ่งขอร้อง ให้ไปล่องเรือกับพวกเขา แต่hava ปฏิเสธ พวกเขาจึงนำผ้าคลุมผมของเธอไปทำใบเรือ ซึ่งหากผ้าคลุมผมเป็นตัวแทนของเพศหญิงแล้วล่ะก็ บางที หนังอาจจะบอกเราว่า ผู้หญิงไม่อาจล่องเรือออกไปไหนได้ทำได้เพียงเป็นกำลังให้ เพศชายออกไปท่องโลก โดยตัวเธอยืนมองอยู่บนฝั่งเท่านั้นเอง
และเมือเงาไม้หายไป hava ก็ไม่อาจเป็นเหมือนเดิมอีก ทั้งๆที่ที่แท้แล้วเป็นเพียงเรื่องปกติ แต่เรากลับรู้สึกถึงการจบสิ้นลงของบางสิ่งบางอย่าง
ปั่ น ไ ป บ น ท า ง เ ป ลี่ ย ว
ในเรื่องเล่า ของ ahoo หนังเริ่มเล่าเรื่องแบบเหนือจริงมากขึ้น (หรือที่จริงอาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงแต่ลดทอนรายละเอียดลงเพื่อสือความหมายให้ชัดเจนขึ้น)
หากเรื่องของ hava พูดถึงการกลายเป็นผู้หญิง เรื่องของahoo ก็พูดถึงความยากลำบากของการเป็นหญิง ในหนัง ahooถีบจักรยานไปพร้อมๆกับผู้หญิงคนอื่นๆ นับร้อย บนถนนเลียบทะเล เราไม่ได้รู้ว่านี่คืออะไร มันเป็นการแข่งขันจักรยาน หรือ เป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ หรือปั่นเพื่อหลุดพ้น หรือเป็นเพียงสัญลักษณ์ประการหนึ่ง ล
หนังให้สามีของahoo ควบม้า (รวมถึงผู้ชายทุกคนในเรื่องนี้) ขณะที่ ahoo (และผู้หญิงทุกคนในเรื่อง) ปั่นจักรยาน หากการปั่นจักรยานเป็นสัญญลักณ์ของการหลุดพ้นจากกรอบคิดชายเป็นใหญ่ หนังได้แสดงให้เห็นว่ามันช่างเป็นไปได้ยากเหลือเกินที่พวกเธอจะหลุดพ้น เพราะพวกเธอถูกครอบงำถึงสามสี่ชั้น ทั้งจากการแต่งงาน (สามี) สังคมพื้นฐาน (ญาติพี่น้อง) ไปจนถึงศาสนา (ครูสอนศาสนาประจำหมู่บ้าน) พวกเขาเหล่านั้น เข้าใจว่าหลักคิดของพวกเขาถูกต้องแล้ว หญิงผู้เป็นภรรยาควรฝังจมอยู่กับงานบ้านทั่วไปมากกว่าออกมาปั่นจักรยาน แต่ใช่หรือไม่ว่าหลักคิด (ถึงขั้นเรียกว่า -ศีลธรรม - ที่แท้แล้ว เป้นความคิด (หรืออารมณ์) ที่ตัดสินด้วยกรอบ ชายเป็นใหญ่) และที่น่าสนใจมากขึ้น คือ การตัดสินใจ ดิ้นหนีกรอบของเธอนั้น มีเพียงสองขาของเธอเท่านั้นเอง ในขณะที่ ผู้ชายรอบข้างเธอแทบไม่ต้องเปลืองแรง เนื่องจากอยู่บนหลังม้า (ที่อาจจะหมายถึงแรงขับของสังคม) การตัดสลับระหว่างภาพของโซ่จักรยานกับ ขาม้า กลายเป็นภาพสะท้อนความแตกต่างอย่างน่าเศร้า
ในขณะเดียวกัน ในขบวนนักปั่นเองนั้นก็ใช่จะไม่มีการแข่งขันกันเอง ahoo เองก็ต้องผเชิญ การแข่งขันภายในเพศเดียวกันอยู่ไม่น้อย ซึ่งตรงต้องกันกับแนวคิดของบรรดานักสตรีนิยมในยุคหลังซึ่งมอง ภาวะสตรีนิยมในชนชั้นกลางผิวขาวว่าเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง เนื่องจากการที่พวกเธอออกมาเรียกร้องสิทธิสตรีได้ เพราะมีสตรีชั้นล่างคอยดูแลทำงาน(ที่พวกเธอไม่อยากทำ)ให้อีกที เหล่าสตรีชั้นแรงงาน (หรือเหล่าสตรีในโลกที่สาม) จึงถูกกดขี่สองต่อ *4 ในหนังนั้น มีฉากที่ ahoo ยื้อแย่งอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง อันอาจเปรียบเทียบได้กับการแข่งขันกันเองในเหล่าสตรี (เพราะที่แท้แล้ว เราอาจแบ่งซอยย่อยสตรีออกไปเป็น สตรีมีการศึกษา สตรีที่มีฐานะดี ได้อีกหลายชนชั้น) และในตอนท้าย เมื่อ ahoo ต้องแข่งกับหญิงผู้หนึ่งที่ดูเป็นหญิงจากในเมือง สวมหูฟังมีราคา และมีจักรยานที่ดี นั่นคือการแข่งขันระหว่างสตรีต่างชนชั้นกันอย่างชัดเจน และเมื่อฉากสุดท้ายมาถึง เราได้เห็นแล้วว่าสตรีผู้นั้นสามารถไปต่อได้ขณะที่ ahoo ไม่ อาจจะด้วยเพราะฐานะ การศึกษา ครอบครัวหรือสังคมก็แล้วแต่ และที่สตรีผู้นั้นทำ ก็เพียงหันกลับมามอง ahoo เพียงชั่ววูบแล้วปั่นต่อไป

จั บ จ่ า ย ใ น ค ว า ม ว่ า ง
และในตอนสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ เล่าถึง การชอปปิ้งของหญิงชรานาม hoora ซึ่งหนังเพิ่มเติมความคลุมเครือมากขึ้นจนช่วงท้ายๆราวกับจะเป็นหนังเหนือจริงไปเลย (หลายคนถึงกับยกไปเทียบกับหนังของบรมครู fellini เลยทีเดียว)
เมื่อhoora นำข้าวของจากการชอปปิ้งไปไว้ที่ริมทะเล เตียง ตู้ เตา โซฟา ชุดเจ้าสาว เครื่องครัว กระจกเงา ถูกจัดวางราวกับอยู่ในบ้านของตัวเอง แต่ไม่มีผนังหรือหลังคา เธอบอกว่าเธอตั้งใจจะซื้อของทุกอย่างที่เธอไม่เคยได้เป็นเจ้าของ ก่อนหน้านี้ หนังไม่ได้บอกว่าเธอได้เงินมาจากไหน หรือก่อนหน้านี้เธอเป็นอย่างไร หากแต่ อนุมานได้ว่า ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคย-ได้-อย่างที่ต้องการเลยแม้สักครั้ง - และบางทีนั่นคือ ความหมายของการเป็น -ผู้หญิง - ในบริบทหนึ่ง และในยามชรา ดูเหมือนเพศสถานะ ที่เธอแบกไว้ได้คลี่คลายลง (บางทีอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจได้มรดกจากสามีที่ตายไป ซึ่งถ้าเป้นเช่นนั้น มันก็หมายความถึงสถานะความเป็นหญิงถูกครอบไว้ใต้กฏของการแต่งงาน) และในยามนี้ เธอมีอำนาจในการควบคุม เพศชาย(เด็กๆ)ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ เธอยังแอบถามจะเอาเด็กๆมาเป็นลูกอีกต่างหาก
แต่ในวิถีแบบนั้นมันหาใช่การที่ในที่สุดได้ชัยจากเพศชายไม่ ยิ่งเมื่อพิจารณาจากข้าวของที่เธอซื้อ เพราะสิ่งของเหล่านั้นที่แท้ล้วนฉายชัดถึงความเป็น -แม่บ้าน- ของเธอ (ซึ่งเป็นสถานะหนึ่งที่ถูกกดในสังคมชายเป็นใหญ่) ฉากหนึ่งเธอบ่นเรื่องความโปร่งเปลือยของกาน้ำชารุ่นใหม่ เธอรู้สึกว่ามันเป็นกาน้ำชาที่น่าเกลียด เพราะมันเปิดเผยไปหมด จนเธอต้องเอาไปเปลี่ยน พิจารณาจากจุดนี้ มันชี้ว่า ในท้ายที่สุด เธอยังคงยึดอยู่กับกรอบคิดเรื่องการปกปิด อันเป็นกรอบคิดที่ครอบเพศหญิงเอาไว้มาตลอด และเมื่อเธอจากไปเปลี่ยนกาน้ำชา เหล่าประดาเด็กชาย ก็ยังคงสนุกสนานกับการเล่นข้าวของของเธออย่างไม่เคารพยำเกรงใดๆอีกต่างหาก( นำมาซึ่งฉากที่ประหลาดล้ำ งดงาม และ ดูเหนือจริงมากๆ)
ในช่วงท้ายของตอนนี้ เราเห็นหญิงสาวในรถจักรยานสองคนแวะผ่านมา ดื่มน้ำชากับ hoora เธอทั้งสองพยายามจะช่วยนึกสิ่งของชิ้นสุดท้ายที่ hoora ไม่ได้ซื้อ ขณะที่ข้าวของถูกขนลงทะเล หนึ่งในนั้นตะโกนว่า เครื่องเย็บผ้า อันเป็นเครื่องแสดงภาวะ-แม่บ้าน-อย่างถึงที่สุด และ hoora ตอบว่าไม่
จนแล้วจนรอดเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร และไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามใช่หรือไม่ที่ว่ามในที่สุด hoora ก็ได้ของไม่ครบ และไม่อาจหลุดพ้นจากกรอบชายเป็นใหญ่ ได้แม้จะแลกด้วยการอดทนมาชั่วชีวิตก็ตาม

ช า ย ห า ด กั บ ท ะ เ ล
และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตลอดเรื่องเล่าสามเรื่องนี้คือทะเล hava เล่นอยู่ที่ริมทะเล ahoo ปั่นจักรยาน เลียบทะเล และ hoora ถึงขั้นล่องทะเล แต่การล่องทะเลของhoora ไม่ใช่แค่ความงามด้านภาพ อีกนัยยะหนึ่งมันอาจพูดถึง ความหวังของเพศหญิงก็เป็นได้ เพราะหาก เปรียเทียบให้ -ผู้หญิง - เป็นคนที่ยืนอยู่บนฝั่ง ใช่หรือไม่ที่ว่าทะเล อาจคือ -โลก-ภายใต้กรอบคิดชายเป็นใหญ่ที่ครบอคลุมทุกชายฝั่งบนโลกนี้
ในตอนแรก ผ้าคลุมของhoora ถูกใช้เป็นใบเรือ ในตอนที่สอง จักรยานของ ahoo ก็ไม่อาจไปถึงทะเล ได้แต่เพียงเลียบไปบนถนน ราวกับจะพูดถึงโลกที่ไม่ว่าอย่างไรเพศหญิงก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการถูกกดขี่
แต่กับhoora เธอได้ขนข้าวของทั้งหมดลงไปในทะเล(โดยบรรดาเด็กชาย) และมีเธอนั่งเป็นราชินีอยู่บนแพใหญ่ ไม่ใช่การประกาศชัยชนะ แต่เป็นการประกาศถึงความหวังแห่งเหล่าสตรี เพราะในโลกที่ล้อมด้วยทะเล เธอเองก็ล่องทะเลได้ โดยไม่ต้องกลัวคลื่นลม เพราะแท้ที่จริงแล้ว ผ้าคลุมผมของเธอก็เป็นใบเรือให้เพศชายมานักต่อนักแล้ว
f o o t n o t e
ก ลั บ จ า ก ค ว า ม เ ป็ น ห ญิ ง
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามบทความชิ้นนี้ก็ถูกเขียนขึ้นโดยมนุษย์เพศชาย ผู้ศึ่งยังมีความเข้าใจในทฤษฏี สตรีนิยม (รวมไปถึงทฤษฏีภาพยนตร์ ) อย่างจำกัด การตีความสัญญลักษณ์ ที่ซ่อนอยู่ในหนังเปี่ยมสัญลักษณ์เรื่องนี้อาจผิดทั้งหมด (เพราะใช้กรอบแนวคิดที่ผิด ) แต่ในเ มื่อนี่เป็นเพียงความเห็นหนึ่งเท่านั้น มันจึงไม่อาจสะท้อนความถูกต้องของหนังได้ (ซึ่งที่จริงแล้วหนังอาจต้องการความหลากหลายทางการตีความมากกว่าความถูกต้อง) หากแต่กลับสะท้อน กรอบแนวคิดของผู้เขียนได้ชัดกว่า ดังนั้น ที่ผู้เขียนปรารถนาคือข้อโต้แย้งและความแตกต่างทางความคิดเพื่อจะได้เรียนรู้กันต่อไป
*1,2,3 หยิบมาจาก หนังสือ introducing หลัง สตรีนิยม แปลโดย อ. ไชยันต์ ไชยพร ครับ (หนังสือเล่มเล็กนี้แนะนำแนวคิดเกี่ยวกับสตรีนิยม และทฤษฏีอื่นๆไว้อย่างน่าสนใจมากๆครับ)
*4 หยิบมาจากความทรงจำในการอ่าน scale ฉบับ สตรีนิยม ครับ อาจคลาดเคลื่อนไปบ้างเพราะไม่ได้มีหนังสืออยู๋กับตัวครับ
ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่ครับ
หนังหาได้ที่ร้านพี่คนนั้น(ยุคออนไลน์)เช่นเคยครับ
edit @ 2005/09/08 15:41:39
อยากทราบว่า
การมีเพศสำพันธ์โดยไม่คาดคิด
ร้านพี่คนนั้น
น่าสนใจนะครับ เรื่องนี้
#1 By blackholesun on 2005-06-08 08:04