the texas chainsaw massacre นาฏกรรมการเชือดอันหมดจดงดงาม
posted on 06 Jun 2005 14:54 by filmsick in sickfilm
แล้วฤดูร้อนของพวกเขาก็สิ้นสุดลง
เมื่อเด็กหนุ่มสาวห้าคนขับรถข้ามรัฐไปท่องเที่ยวกันในวันหยุด
แวะเยี่ยมหลุมศพของผู่ใครคนหนึ่งในกลุ่ม
ที่ได้ยินเสียงร่ำลือว่าถูกขุดขึ้นมา
ก่อนที่จะไปหาที่จู๋จี๋ประสาหนุ่มสาวที่บ้านเก่าของปู่
ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ้านร้าง
หากแต่ระหว่างทางพวกเขาแวะรับหนุ่มนักโบกท่าทางประหลาดคนหนึ่ง
ผอมเกร็งพูดจาวกวน จู่ๆก้ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแฟรงคลินหนุ่มพิการนั่งรถเข็นคนเดียวในกลุ่ม
แล้วเรียกร้องเงินค่าถ่าย
พอแฟรงคลินปฏิเสธก็เอารูปเขามาเผาต่อหน้า แล้วจู่ๆก็ชักมีดมากรีดแขนแฟรงคลินก่อนจะถูกไล่ลงจากรถไป
ทั้งหมดมาถึงบ้านปู่พร้อมกับพบว่ารถน้ำมันหมดแต่ก็ไม่แยแส
พากันจับคู่แยกย้ายกันไปมามุมสงบ ทิ้งแฟรงคลินให้หงุดหงิดหัวเสียอยู่คนเดียว
กระทั่งแพม กับ เคริ์ก ออกมาหาทำเลจู๋จี๋กันข้างนอก
ไปพบกับบ้านเก่าหลังหนึ่ง
เคริ์กเข้าไปขอน้ำมัน และกลายเป็นเหยื่อรายแรกท่ามกลาง ยามบ่ายแดดจัดจ้าสดใส
....................................................................................
และทั้งหมดที่เล่ามาคือ 25 นาทีแรกของหนัง
ในขณะที่หนังใช้เวลาที่เหลือไปกับการ ทุบ สับ เลื่อย เกี่ยว เชือด หั่น ตัวละคร ทั้ง 5 อย่างไม่ปราณีปราศรัย
หนังแทบไม่มีพลอตเลย(ซึ่งต่างจากฉบับ remake ที่เพิ่งเข้าฉายไปไม่นาน)
หนังไม่ให้คนดูทำความรู้จักกับตัวละครใดๆทั้งสิ้น
ไม่มีไอ้หนุ่มห้าว อีสาวยั่ว ไอ้หนุ่มหัวขี้เลื่อย สาวติ๋ม เด็กเนริ์ด หรือตัวละครพิมพ์นิยมใดๆทั้งทสิ้น
เราไม่รู้ที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มสาวเหล่านั้น ไม่รู้นิสัยใจคอ
ความตายของพวกเขาจึงถูกทำให้กลายเป็นเรื่องน่าตระหนกมากๆ
เด็กที่เราไม่รู้จัก ยังหนุ่มยังสาว ถูกฆ่าโหด โดยที่เราไม่ได้นึกสมน้ำหน้า หรือเอาใจช่วย
ทำได้แค่อึ้งตะลึง
ในขณะที่ตัวละครกลุ่มครอบครัวโรคจิต
อันประกอบไปด้วย พ่อ จอมเพี้ยน กับลูกชายสองคน คนแรกคือหนุ่มนักโบก และอีกคนเป็นหนุ่มร่างใหญ่นามleatherface
ที่ห่อหุ้มตัวเองด้วยหน้ากากหนังมนุษย์ !มีเลื่อยไฟฟ้าเป็นอาวุธประจำตัว
รวมไปถึงซากศพของปู่และย่าอีสองซากศพในห้องใต้เพดาน( และแม้จะเป็นซากศพ ปู่ก็ยังสามารถดูดเลือดได้อีกต่างหาก)
หนังไม่ได้ให้เหตุผล ที่มาที่ไปเช่นกัน เราไม่เกลียด ไม่สงสาร
มีแต่ความสะอิดสะเอียนขยะแขยงเท่านั้น ที่กั้นขวางระหว่างเรากับหนัง

แต่จุดที่โดดเด่นเป็นเอกเหนือใครในหนังเรื่องนี้คือการสร้างบรรยากาศ
หนังได้แรงบันดาลใจจากคดีสะเทือนขวัญของนาย เอ๊ด จีน ที่ฆ่าคนแล้วเอากระดูกมาตกแต่งบ้าน
ฉากภายในบ้านของหนังจึงแต็มไปด้วยภาพของโครงกระดูกทั้งมนุษย์และสัตว์แขวนห้อยระโยงระยาง
พื้นห้อง เต็มไปดวยขนสัตว์ หรือขนอะไรสักอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไร
รวมไปถึงฉาก-ห้องเชือด- ของ leatherface องค์ประกอบฉากและแสถูกจัดวางได้หลอกหลอนขนหัวลุก
นอกจากนี้ หนังดำเนินเรื่องในช่วงเวลากลางวัน
ท้องฟ้าจัดจ้าภายนอก ตัดกับบรรยากาศสุดสะพรึงในบ้านเสริมบรรยากาศหลอกหลอนได้อย่างน่าทึ่ง
อีกทั้งการถ่ายภาพแบบดิบๆ (ที่เป็นลักษณะของภาพจากหนังในยุค 70หลายเรื่อง ซึ่งโดยส่วนตัวผมพบว่ามันเป็นจุดสคัญจุดหนึ่งที่ทำให้ผมยกนิ้วให้หนังสยองขวัญยุค 70 ดิบและโหดที่สุด)ทำให้หนัง-แรง-ขึ้นหลายเท่าตัว
และเมื่อหนังมาถึงฉากกลางคืนหนังก็ปล่อยหมัดเด็ดด้วยการให้นางเอกวิ่งหนีleatherfaceชนิด นันสต๊อป
กรีดร้องยาวนานกว่า สิบนาที พุ่งฝ่าไปในพงหนาม(ว่ากันว่าฉากนี้นางเอกของเรื่องวิ่งจริง กรีดร้องจริง และเลือดที่ไหลจากหนามเกี่ยวก็เป็นของจริงล้วนๆ! ... มิน่า ฉากนี้ถึงได้อารมณ์สะพรึงสุดๆ)
อีกจุดที่มองข้ามไม่ได้คือฝีมือการตัดต่อ
เพราะแม้ตัวหนังจะออกมาโหดมาก
แต่ โทบี้ ฮูเปอร์(tobe hooper)ผู้กำกับของเรื่องกลับเลือกจะไม่ถ่ายฉากสยองนั้นออกมาแบบถึงเลือดกถึงเนื้อเลย
หนังตัดต่อฉับไว เอาฉากสำคัญออกโดยถ่ายเจาะเฉพาะ ก่อนกับหลังการเชือด แต่อารมณ์ของคนดูก็กระเจิดกระเจิงไปล่วงหน้าแล้ว
(ฉากเชือดฉากนึง ถ่ายภาพจับที่ตะขอ คนดูมองเห็นเหยื่อดิ้นอยู่เป็นฉากหลังเบอลๆ แต่เราเสียวสันหลังไปแล้ว)
..................................................
แม้ตัวหนังจะไม่ได้จัดเป็นหนังคลาสสิค ที่ยกระดับจิตวิญญาณอะไร
แต่ความยอดเยี่ยมในแนวทางของมัน จนแม้จะผ่านไป 30 ปีแล้วก็ยังฉายชัด อยู่จนไม่อาจมองข้ามได้เมื่อมีการอ้างถึงหนังเชือดมหาโหดสักเรื่อง
จนในปีนี้เองหนังถูกนำมารีเมคใหม่
โดยเพิ่มเติมเนื้อเรื่องมากขึ้นและจัดการเติม ลักษณะพิมพ์นิยมให้ตัวละครลงไป
รวมไปถึงหยิบเอาชอตเด็ดจากภาคต่อมาใส่ไว้ในเรื่องด้วย
และเพิ่มเติมฉากถึงเลือดถึงเนื้อมากขึ้น
แม้งานด้านภาพจะออกมาโดดเด่นมากขึ้น(ฉากที่ถ่ายรอยเปื้อนเลือดตรงกระจกหลัง(ซึ่งเกิดจากการระเอบิดสมองตัวเอง) สะท้อนภาพท้องฟ้าสีฟ้าจัด เป็นชอตที่ภาพเด็ดมาก)
น่าเสียดายที่เอาเข้าจริงทั้งหมดที่ว่ามากลับทำให้หนังลดอารมณ์ดิบเถือ่นของตัวเองลงอย่างเหลือเชื่อ
และหลายเป็นหนังสยองขวัญถึงเลือดภาพสวยธรรมดาๆเรื่องหนึ่งเท่านั้น
..............................................

ย้อนกลับมาที่ภาคต้นฉบับ
ฉากตอนท้ายเรื่องในยามเช้า
แสงแรกอาทิตย์สาดส่อง
นางเอกวิ่งเลือดอาบไปเจอรถกระบะ
จากระยะไกลเราเห็นleatherfaceวิ่งตามเธอมาก
ฟาดฟันเลื่อยไฟฟ้าราวกับการร่ายรำ ในยามอรุโณทัย
บิดเบี้ยว ผิดประหลาด
อธิบายหนังเรื่องนี้ได้ชัดเจนหมด
นาฏกรรมการเชือดอันหมดจดงดงาม
edit @ 2005/06/06 15:39:39