พวกเขาล้วนอยู่อาศัยในเขต 18 ท้องที่ที่กำลังครอบคลุมด้วยความหวาดผวา จาก - นักฆ่าคุณยาย - นักฆ่า ที่ออกสังหารบรรดาหญิงชราที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ไม่มีใครรู้ว่าหมอนี่เป็นใคร เอาเข้าจริงไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ ความหวาดผวาเป็นเพียงข่าวในหนังสือพิมพ์ เพราะมันจะเป็นอะไรถ้าจะมีหญิงชราผู้โดดเดี่ยวตายไปสักคนสองคน

พวกเขาที่ว่าประกอบด้วย ธีโอ นักไวโอลินหนุ่มผิวสี ที่เพิ่งเลิกรากับภรรยา เพราะเขามีความคิดจะย้ายกลับไปยัง แผ่นดินมาตุภูมิ เขาอาศัยอยู่กับลูกชายในแฟลตเล็กๆ ที่มักจะได้ยินเสียงสะอื้นของหญิงสาวข้างห้องเสมอๆ ในขณะที่ คามิลล์ น้องชายชาวเกย์ของธีโอใช้ชีวิตเป็นนางโชว์กลางคืน มีคู่รักเป็นหนุ่มผิวขาว ทั้งคู่มักหลบไประเริงรักกันในโรงแรม เก่าแก่ ที่ ไดก้า ทำงานอยู่ ไดก้า เป็นสาวชาวลิธัวเนีย เธอขับรถลุยเดี่ยวมาปารีสมาหายายของเธอเพื่อขอที่อยู่และรองานนักแสดงละครเวที เธอรู้ภาษาฝรั่งเศสน้อยมาก ยายของเธอเลยฝากงานกับเพื่อนเก่า (ที่เป็นนักสอนศิลปะป้องกันตัวสำหรับหญิงชรา) ให้ไดก้าไปเป็นพนักงานทำความสะอาดในโรงแรมนั้น


และในหนังเรื่องนี้ ต่างคนก็ต่างมีชีวิตของตน ไม่มีใครส่งผลต่อชีวิตใคร แถมสองในสามตัวละครหลักไม่รู้จักกัน ทุกตัวละครล้วนมีปัญหา แต่ไม่มีใครรู้ปัญหาของกันและกัน และกระทั่งคนดู ก็ยังไม่มีทางรู้ว่า ปัญหาของพวกเขาคือเรื่องใดกันแน่ เราเหมือนถูกโยนลงไปกลางวงของคนอมทุกข์ที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจความทุกข์ของเขา แถมยังต้องคอยระแวดระวัง - นักฆ่าคุณยาย - อีกต่างหาก ปัญหาของแต่ละคนดำเนินต่อไป ไม่มีทีท่าจะพบแสงสว่างหรือความหวัง ราวกับว่าเดินอยู่ในความมืด มาก่อนหน้า และกระทั่งหนังจบ ตัวละครก็ยังคลำทางในความมืด ปล่อยให้คนดูคิดถึงสิ่งนั้นด้วยความป่วยไข้แม้หนังจะจบลงไปแล้ว

..................................................................
หลอกหลอน สับสน หม่นเศร้า เจ็บปวด เงียบงัน เย็นชา

นี่เป็นความรู้สึกรวมๆที่เราจะได้รับขณะชมภาพยนตร์ ฝีมือ claire denise ลูกศิษย์สุดรักคนหนึ่งของ วิม เวนเดอรส์ (แคลร์ เป็นตากล้องใน wings of desire และเป็นผู้ช่วยผู้กำกับใน paris,texas) เรื่องนี้ หนังไม่สนใจจะคลี่คลายเรื่องราว หรือกระทั่งสร้างความผูกพันระหว่างตัวละครกับคนดู คนดูถูกกันออกเป็นคนนอก ที่จ้องมองเหตุการณ์อย่างไม่เข้าใจ ตลอดเวลา ซึ่งนั่นอาจทำให้หลายคนอึดอัดอยากลุกหนีเลิกดูหนังไปเสีย หากแต่ที่แท้ภาวะที่เกิดขึ้นกับคนดูนั้นมันคือภาวะจริงแท้ที่เกิดขึ้กับตัวละครหลักในเรื่อง ภาวะที่เรียกกันว่า -ความเป็นอื่น -


หนังกำหนดให้ตัวละครหลักล้วน -เป็นอื่น - ไดก้า มาจากลิธัวเนีย และมีความรู้ภาษาฝรั่งเศสน้อยมาก (ฉากหนึ่งเธอโดนตำรวจไล่เรื่องที่จอดรถ โดนคนขายกาแฟต่อว่าเรื่องค่าครัวซองท์ แถมโดนผู้กำกับละครเวทีไล่ต่อหน้าเป็นภาษาที่เธอไม่รู้จัก) เธอเป็นคนพลัดถิ่นที่รู้สึก-เป็นอื่น -ได้อย่างชัดเจนที่สุด


ในขณะที่ธีโอโหยหาการกลับไปยัง-แผ่นดินมาตุภูมิ - แสดงความเป็นอื่นของเขากับดินแดนนี้ และยิ่งเป็นอื่นมากขึ้นเมื่อภรรยา(รับบทโดย เจ๊ เบียทริซ ดัลล์!)ขอเลิก และเอาเข้าจริงแม้หนังไม่ได้บอก แต่ก็ดูเหมือนว่าทั้งครอบครัวของเขาจะอยู่ในฝรั่งเศส จนอาจเป็นไปได้ว่า เมื่อเขาไปถึงดินแดนนั้นก็ใช่ว่า -ความเป็นอื่น-จะหายไป หนำซ้ำ คนข้างบ้านของธีโอ ซึ่งซ่อนความวิปริตบางประการไว้ (และเป็นคนที่ควรจะ -เป็นอื่น- อย่างแท้จริง) กลับมองธีโอ - เป็นอื่น- ยิ่งกว่า จะด้วยสีผิว ท่าทาง หรืออะไรก็แล้วแต่ (ในฉากที่เขาไปต่อตู้ ให้หญิงผิวขาวคนหนึ่ง ธีโอร่ำๆจะโดนเบี้ยวค่าแรงด้วยซ้ำ)


แต่คนที่ดูเหมือนจะ -เป็นอื่น - มากที่สุดน่าจะเป็น คามิลล์ น้องชายของธีโอ เพราะนอกจากเขาจะเป็นคนดำ เขายังเป็นเกย์อีกด้วย หนังเปิดตัวธีโอด้วยความกราดเกรี้ยว เมื่อเขาเตะต่อยผู้ชายคนหนึ่งริมถนน กอ่นจะเปิดเผยตัวตนของเขาในฉากต่อมา (อย่างชาญฉลาด) ก่อนที่เขาจะกลับมารักดูดดื่มกับผู้ชายคนเดิม อารมณ์อันแปรปรวน ความเข้ากันไม่ได้กับครอบครัว ผลักดันให้เขายิ่ง -เป็นอื่น- มากขึ้น และ ฉากเล็กๆในโรงพยาบาล ที่เราไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ดูจะเป็นฉากที่ยิ่งทำให้ คามิลล์แปลกแยกมากขึ้นไปอีก (ฉากต่อมาเขาพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับ ธีโอแต่มาเจอ พี่สะใภ้ และแม่ของเธอเสียก่อน จากนั้นหนังก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีกเลย)


และบางทีกระทั่งคุณยายก็กลายเป็นอื่น! มีอยู่สองสามครั้งที่หนังถ่ายฉากความตายของคุณยาย ซึ่งมักเป็นหญิงชราอาศัยเพียงลำพัง คุณยายมักจะตายอยู่ในบ้าน มืดๆเงียบๆ กว่าจะมีคนพบศพก็หลายวัน การกล่าวถึงคุณยายอย่างผ่านๆ การให้เราเห็นข่าวเป็นระยะอย่างไร้ความสำคัญ ยิ่งทำให้ความตายของคุณยายกลายเป็นเรื่องที่ - เป็นอื่น - สำหรับทั้งตัวละครและคนดูมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดีหนังปล่อยให้ตัวละครได้เข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า -ความสงบ - อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง ในฉากที่เกี่ยวข้องกับดนตรี (ซึ่งเป็นภาษาสากล และ-ไม่เป็นอื่น-ที่สุดไม่ว่ากับใคร) คามิลล์ร้องเพลง ธีโอเล่นดนตรี และ ไดก้าเต้นรำ ทั้งสามฉากถูกถ่ายทำยาวนาน เต็มๆฉาก ราวกับเป็นช่วงพักที่คนดูชิดใกล้กับตัวละครมากที่สุด (แต่ก็ยังไม่รู้อะไรอยู่ดี) ในฉากหนึ่งหนังทำได้อย่างน่าสนใจคือฉากที่ไดก้าติดตามคามิลล์ไปในค่ำคืนหนึ่ง หนังแทบจะไม่บอกถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ไม่มีใครรู้อะไร แต่มีสายใยบางๆในการติดตามนั้น และเป็นฉากเดียวที่ดูเหมือนว่า คนสองคนที่เป็นอื่นมาชั่วชีวิตได้เข้าใกล้ กัน และเป็นพวกเดียวกัน


หนังปล่อยให้ปัญหาเดินไปข้างหน้า และไม่คลี่คลายลง การเฉลยตัวฆาตกร ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นสำหรับใครเลย (ยกเว้นไดก้า ) ผู้คนยังคงเป็นอื่น และจมอยู่ในทุกข์ของตนต่อไป ชื่อหนังแปลได้ง่ายๆว่า -ฉันนอนไม่หลับ - แต่ในเรื่องไม่มีการถ่ายภาพภาวะนอนไม่หลับ เว้นแต่คุณยายคนหนึ่งพูดว่า -ฉัน นอนไม่หลับ - หากภาวะนอนไม่หลับเป็นภาวะของคนพลัดถิ่น นอนผิดที่ ชื่อนี้ใยมิใช่แทนความหมายถึงภาวะ เป็นอื่น ของผู้คนในเรื่องเป็นอื่นทางกายภาพ เป็นอื่น ทางจิตวิญญาณ เป็นอื่นกระทั่งในวิถีชีวิตของตัวเองและหากคุณยาย (ผู้กลายเป็นอื่น)นอนไม่หลับ และถูกฆ่าด้วยคนนอนไม่หลับ มันอาจหมายถึงที่ทางของความเป็นอื่น ที่หากไม่ฆ่า ก็ต้องกลายเป็นเหยื่อ!

หนังมีฉากเปิดด้วยฉากที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเลย เป็นภาพเฮลิคอปเตอร์ บนบนฟ้าหลัว คนขับสองคน หัวเราะเรื่องอะไรสักอย่าง(ที่เราไม่รู้ว่าเรื่องอะไร) บางคนว่ากันว่านี่เป็นมุมมองการเสียดสีหนังเขย่าขวัญฉบับฮอลลีวู้ด (เพราะฉากเฮลิคอปเตอร์แบบนี้พบเห็นได้ทั่วไปในหนังที่ว่าด้วยการฆาตกรรมจากฮลลีวู้ด และพวกฮอลลีวู้ดคงหัวเราะเยาะหนังเรื่องนี้อยู่บนฟ้า ) แต่ในอีกทางหนึ่งนี่ก็เป็นเหมือนรหัสบอกใบ้ จากบนฟ้าถึงการดิ้นรนของบรรดาผู้คนข้างล่าง ที่มีความทุกข์อันน่าขัน บางทีที่ตำรวจสองคนนั่นหัวเราะ อาจเป็นชะตากรรมของคนผู้เป็นอื่น ทั้งสามก็เป็นได้
...........................................................................................
f o o t n o t e

ขอบคุณคุณเต้ แนะนำหนังดี (อีกแล้ว)
โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นเหมือน code unknown ของ ป๋าฮาเนเก้ ผสมl'avventura ของอันโตนิโอนี่ แล้วฉาบด้วยอารมณ์แบบในหนังของลุงชาโบรล (แต่คุณเต้บอกว่ารู้สึกเหมือน days of being wild)

ข้อมูลหนังหาได้ที่นี่ครับ


http://www.imdb.com/title/tt0110171/


ปล. ว่ากันว่า ธีโอและโมนา คู่สามีภรรยาในหนังเรื่องนี้ยังตามมาเป็นคู่สามีภรรยาจิตป่วนใน trouble everydayหนังเรื่องต่อๆมาของ clare denise ด้วยครับ



edit @ 2005/09/30 07:34:30

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet