female trouble ที่ทางของคนถ่อย/FS
posted on 05 Jun 2005 08:58 by filmsick in sickfilm
*********************************************************
- เพื่อความสมบูรณ์ในการแสดงภาพของหนัง บทความชิ้นนี้จำเป็นต้องมีคำหยาบ คำบาป และถ้อยคำจิกกัดเป็นระยะ หากท่านผู้อ่านจัดอยู่ในลักษณะเคร่งครัดทางศีลธรรม ขอท่านจงโปรดเลยผ่านบทความชิ้นนี้ไป (เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่ควรดูหนังเรื่องนี้ และยังควรทำเป็นลืมๆไปเสียว่ามีหนังเรื่องนี้อยู่บนโลก)
- บทความชิ้นนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาเกือบทั้งหมดของเรื่อง อย่างไรก็ดี แม้ว่าคุณจะรู้เรื่องทั้งหมด มันก็ไม่ได้มีผลต่อ-ความช๊อคตาตั้ง- ที่คุณจะได้รับ เว้นแต่คุณคิดว่าไม่ดูดีกว่า และอีกอย่าง บางทีคุณอาจตัดสินใจได้ทันทีหลังจากได้อ่านว่าชาตินี้จะไม่ยอมดูหนังเรื่องนี้เป็๋นอันขาด
*******************************************************
- ป้าอยากให้แกเป็นกระเทย ป้าอยากให้แกควงกับแต๋วสวยๆสักคน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเห็นแก แต่งงาน มีลูก แล้วก็ทำงานงกๆ ชีวิต รักต่างเพศ น่ะมันป่วยไข้ และ น่าเบื่อจะตายชัก -(กรี๊ด!)
ป้าไอด้า บอกกับเกเตอร์ไว้เช่นนั้น
ป้าไอด้าเป็นหญิงชราร่างอ้วนบึ๊บบั๊บ มีความสุขกับการนุ่งชุดรัดรูปสีดำ ที่ผ่าข้างเป็นตาข่าย ส่วนไอ้เกเตอร์หลานชายป้า นั้นทำงานเป็นช่างผมอยู่ในร้าน เลอ ลิปสติกส์ ร้านทำผมประหลาดโลกของผัวเมียแดชเชอร์ จิตแตก ที่จะรับทำผมเฉพาะพวกผู้หญิงอุบาทว์เท่านั้น (ทำงานธนาคารเรอะ ออกไปเลย / นักเต้นระบำเปลือย เรอะ ทำไมมาทำที่นี่ เพราะเพื่อนทำ ออกไปเลย นังทุเรศ) แต่อย่างไรก็ดีเจ้าเกเตอร์ ก็ได้แต่งงานไปกับผู้หญิงๆจริงๆ เพียงแต่ผู้หญิงคนนั้นคือ นัง ดาวน์ ดาเวนพอร์ท!
ใครคือนัง ดาว์น ดาเวนพอร์ท หล่อนคือ อดีตเด็กวัยรุ่นหน่ายโรงเรียน ที่ตบนักเรียนมาหมดแล้ว รวมถึงตื้บแม่ตัวเองเมื่อไม่ได้รองเท้า ชะช่าฮีลเป็นของขวัญวันเกิด จากนั้นหล่อนก็หนีออกจากบ้าน ขึ้นรถของไอ้อ้วนเอริ์ล ซึ่งพาหล่อนไปข่มขืน (แบบกึ่งสมยอม )กลางแจ้ง จนหล่อนท้อง และคลอดนังแทฟฟี่ ลูกสาวออกมา หล่อนหากินด้วยการเป็นสาวเสริ์ฟ นักเต้นระบำโป๊ และสุมหัวกับเพื่อนสมัยเรียนอย่าง นังชิคเลต และ นัง คอนเซตต้าออกปล้นจี้คนทั่วไป อย่างเมามัน หล่อนเกลียดนังแทฟฟี่ และนังแทฟฟี่เกลียดหล่อน (ฉันน่าจะทำแท้ง ดาว์น บอก และแทฟฟี่บอก อีอ้วน แกไม่ใช่แม่ชั้น)(กรี๊ด!) แทฟฟี่อายุ 14 หน้าตาเหมือนอายุ36 และดาว์กัดเรื่องนี้ทุกทีที่มีโอกาส นังแทฟฟี่ ชอบเล่นเกมรถชน หล่อนจะเอาตุ๊กตามานั่งทำท่าขับรถ ให้เกิดอุบัติเหตุ แล้วเอาซอสมะเขือเทศราดตัวเองพร้อมทั้งร้องกรี๊ดๆ ว่ากำลังจะตาย
นังดาว์น แต่งงานกับไอ้เกเตอร์ ภายใต้ความเคียดแค้นของป้าไอด้า ทั้งคู่นิยมเซกส์ประหลาดเกี่ยวขอ้งกับกล่องเครื่องมือ และคีมปากจระเข้ แต่ก็ระหองระแหงกันตลอด แถมไอ้เกเตอร์ยังหวังเคลมนังแทฟฟี่ด้วย (และนังแทฟฟี่บอก ฉันจะไม่อมไอ้จู๋ของแกต่อให้ฉันกำลังขาดอากาศ และมี ท่ออกซิเจนห้อยอยู่บนไข่แก (กรี๊ด!))
ลงเอยที่เลิกรากัน นังดาวน์ทำทุกวิถีทางเขี่ยไอ้เกเตอร์ให้พ้นทางและกลายเป็นนางแบบของผัวเมียแดชเชอร์ ที่มีคำขวัญประจำตัวว่า -อาชญากรรม คือความงาม - พวกเขาตามถ่ายภาพ นังดาว์น ออกฤทธิ์ ฉีด ลิควิด อายไลเนอร์ ให้ นังดาว์น (เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ตะโกนสิจ้ะ ลิควิด อายไลน์เนอร์ ) และขณะเมามันได้ที่นังไอด้าก็ตามมาชำระหนี้แค้นให้หลานชาย ด้วยการสาดน้ำกรดนังดาว์น! โดยผัวเมียแดชเชอร์ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก!
หลังออกจากโรงพยาบาลด้วยภาพลักษณ์ที่เจ้าหล่อนคิดว่าเริ่ดที่สุด ผัวเมียแดชเชอร์จัดการล้างแค้นด้วยการจับนังไอด้ามาขัง และนังดาวน์ โชว์ตัดมือกันสดๆ นังแทฟฟี่หนีไปเป็นพวกแขก และนังดาว์น กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ ถามหาว่ามีใครจะตาย เพื่อศิลปะไหม! ก่อนที่จะไปลงเอยกันที่เก้าอี้ไฟฟ้า และได้รับสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุด ความดัง!
มาถึงบรรทัดนี้ มีใครลมจับไปบ้างหรือยัง

ถ้ายังไม่สาแก่ใจ ขอเพิ่มเติมรายละเอียดทางภาพเข้าไปสักเล็กน้อย แม้ครั้งนี้ เจ๊ ดิไวน์ กะเทยมหาภัยจะไม่ได้มารับทานอึหมาสดๆ เหมือนใน pink flamingoes แต่คราวนี้ เธอกระทำอะไรบางอย่างกับ เอ่อ...ปลาสด และการที่เธอต้องรับบท สองบท ทั้งบทนังดาว์น และบท ไอ้เอร์ล เธอจึงได้ โชว์จู๋! (โปรดอย่าตกใจ ในหนังเรื่องนี้ พี่จู๋และ น้องจิ๋มจะบินว่อนทุก ยี่สิบนาที!)
ถึงตอนนี้อาจจะมีคำถาม แล้วเราจะดูหนังเรื่องนี้ไปทำบ้าอะไร
ไม่นับที่ว่า จอห์น วอเตอรส์ อยากดัง (เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าทำ pink flamingoes เพราะอยากดัง) และ เนื่องจากที่ว่ามันเป็นรสนิยมของเขา (pope of trash! หรือราชาคณะแห่งรสนิยมขยะ เป็นคำนิยามตัวของผู้กำกับท่านนี้ รวมไปถึงการที่เขาประกาศว่า หากมีใครอ้วกในโรงหนัง นั่นถือเป็นการ standing ovation สำหรับเขา (กรี๊ด!)) หนังเรื่องนี้ที่แท้กลับเต็มไปด้วยแง่มุมมันมากในการจิกกัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า กระทั่งตัวเองก็ไม่เว้น
ภายใต้พลอตแบบนี้ ชื่อเรื่องแบบนั้น ที่แท้แล้วหนังก็ไม่ต่างอะไรจากหนังชีวิตรันทด ของ ดักลาส เซริ์ค ผู้กำกับที่วอเตอรส์ นับถือ ชีวิตบัดซบของเด็กสาวคนหนึ่งที่ค่อยๆจมลงในความโหดร้ายของสังคม เพียงแต่ เด็กสาวคนนี้ไม่น่ารักน่าสงสารเหมือนในหนังเหล่านั้น เพราะเธอเป็นกะเทยยักษ์ นิสัยเสีย! หรือกะเทยยักษ์ไม่มีหัวใจ หรือกะเทยยักษ์รักไม่ได้ เจ็บไม่เป็น !
แต่อย่าไงก็ดี นังดาว์น ไม่ใช่คนดี (เหมือนที่จริงๆเด็กสาวชีวิตบัดซบหลายคนก็ไม่ใช่คนดี) นังดาว์น ตบตีพ่อแม่ เกลียดลูกตัวเอง(จนถึงขั้นทุบด้วยเก้าอี้ ) และอยากดังโดยไม่เกี่ยงวิธีการ แต่ที่น่าสนใจคือเอาเข้าจริงๆแล้วผู้คนรอบข้างเป็นคนดีกันมากนักหรือไร
หนังเสียดสีความบ้าคลั่งที่ซ่อนตัวมิดชิดแนบเนียนในสังคมด้วยการจับมันออกมาวางในที่แจ้งแล้วทำให้มันสุดขั้วตกขอบ ไล่ไปตั้งแต่เรื่องการศึกษา ฉากหนึ่งเราเห็นเพื่อนนังดาว์น ทำตัวน่าตบด้วยการฟ้องครู ( แม้นังดาว์นจะทำกริยาน่าตบกว่า ) แต่การที่เธอบอกว่า เธอแค่อยากมาเรียนในที่ที่ดี แล้วบีบน้ำตา อาจทำให้หลายคนนึกอยากตบอีนี่อีกคน เอาเข้าจริง โลกของโรงเรียน อาจจะ ห่ า เ ห ว อย่างที่นังดาว์นว่าไว้ก็ได้ ในขณะที่โลกภายนอกก็มีผู้คนอย่าง ไอ้เอริ์ล (ข่มขื่นลูกตัวเอง ) หรือ พ่อนังดาว์น ที่บอกหล่อนว่า ผู้หญิงดีไม่ใส่รองเท้าชะช่าฮีลล์ (เลยโดนตื้บ) แต่ที่แสบสันต์อย่าบอกใคร คือผัวเมียแดชเชอร์ ที่ทำตัวเป็นไฮโซคลั่งศิลปะ และหลอกใช้นังดาว์น อย่างแนบเนียน มีคนแบบนี้อยู่มากมายในโลก สร้างกระแสบ้าบอ ให้ผู้คนเห่อตาม (อย่างเช่นร้านทำผมทรงอุบาทว์ หรือการประโคมให้ทุกคนเชื่อว่าหน้าเละหลังโดนน้ำกรด เป็นใบหน้าอันงดงามหาที่เปรียบไม่ได้ และที่แสบสันต์ยิ่งกว่าคือทุกคน กระทั่งนังดาว์น ก็เชื่อตามนั้น) ก่อนจะตลบหลังหาประโยชน์จนสะใจ แล้วถีบหัวส่ง
แต่ในขณะเดียวกัน คนอย่างนังดาว์น ที่- ทำอย่างไรก็ได้ให้ดัง- ก็เสียดสี ความบ้าคลั่งอยากดังของผู้คนได้อย่างเจ็บแสบ เมื่อเจ้าหล่อนคิดถึงขั้นว่า การได้นั่งเก้าอี้ไฟฟ้าคือยอดปรารถนา เพราะพรุ่งนี้เธอจะได้ลงหน้าหนึ่ง! เจ็บไหมล่ะ
อย่างไรก็ดี ความแสบทรวงทั้งหมดอยู่ที่คำพูดของนังดาว์นในโชว์ของเธอ เมื่อเธอตะโกนถามว่า -มีใครอยากตายเพื่อศิลปะบ้าง - คำถามโคตร โรแมนติค การยอมตายเพื่อศิลปะ แต่เมื่อมีคนยกมือ นังดาว์น ก็ -จัดให้- เพราะสำหรับเธอ คนที่ -สวยมากจนทนตัวเองไม่ได้แล้ว- -อาชญากรรมคือความงาม - และการตายทำให้งานศิลปะสมบูรณ์ เสียดสี แนวคิดบ้าคลั่งในการสร้างงานศิลปะ และการตีความศิลปะ แบบฉาบฉวยของผู้คน ถ้าคุณตายได้เพื่อศิลปะ ก็มามะ มาตายซะ

- พวกคุณนี่มันจิตทราม ไร้ศีลธรรม ต่ำช้าที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา - หมอที่รักษา นังดาว์น ตะโกนใส่หน้าพวกผัวเมียแดชเชอร์ และเพื่อนนังดาว์น เสมือนกับที่คนดูหลายคนอยากจะตะโกนใส่หน้า วอเตอรส์ และผองเพื่อนชาว dreamland ของเขา ซึ่งใช่หรือไม่ที่เอาเข้าจริงแกงค์ dreamland ประกอบด้วย -คนชายขอบ - ของสังคม คนอย่ากระเทยยักษ์ แต๋วคลั่ง หญิงอ้วน หญิงอัปลักษณ์ ไอ้วิปริต คนที่ในโลกจริงเป็นตัวตลก เป็น คนที่เรารังเกียจแค่เพียงเห็นหน้า โดยไม่ทันได้พูดคุยทำความรู้จักด้วยซ้ำ และคนแบบนั้น มักถูกกดไว้ในขั้นต่ำสุด โดยใช้มาตรวัดศีลธรรมสูงส่งของเราเอง โดยลืมไปว่าเลยพ้นไปจากความอัปลักษณ์ภายนอก ผู้คนเหล่านี้ก็ล้วนมีหัวจิตหัวใจเป็นของตัวเอง และแม้เขาจะเป็นคนสกปรก หยาบคาย ลามก หรือเถื่อนถ่อย แต่พวกเขาก็มีสิทธิจะมีชีวิตที่เป็นของพวกเขาเอง ดังนั้น ภายใต้ลีลาบ้าคลั่ง อุบาทว์ วิปริต หยาบโลน ใช่หรือไม่ว่านี่คือการขานเพรียกเรียกหา -ที่ทางของคนถ่อย-
.............................................................................
ในโลกภาพยนตร์ อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ มีหนังมากมายหลายแบบให้เลือกดู หลายคนอาจขอผ่านเลยหนังเรื่องนี้ไปตั้งแต่อ่านเรื่องย่อหรือเห็นโปสเตอร์ ซึ่งนั่นก็เป็นสิทธิพึงกระทำ แต่ที่น่าละอายอาจเป็นการประณามหนังสักเรื่อง โดยดูมันแค่ภายนอก หรือการเลือกใช้ไม้บรรทัด ของตนเอง มาวัดหนังที่สร้างด้วยสเกล อื่นๆ ในโลกที่ผู้คนพร้อมจะประณามผู้คนโดยใช้ ศีลธรรม เป็นเครื่องวัด แต่ผู้ใช้ศีลธรรมนั้นสามารถผิดศีลธรรมกันอยู่หลังฉากได้เต็มที่ เอาเข้าจริงแล้วบางที ใช่หรือไม่ ที่หนังผิดศีลธรรม วิปริต ผิดมนุษย์ แบบนี้ต่างหาก ที่กระแทกสมองให้เราต้องใคร่ครวญ ถึงไม้บรรทัดศีลธรรมในใจเราอย่างจริงๆจังๆเสียที
คารวะ จอห์น วอเตอรส์ และ ชาว dreamland (ที่หลายคนก็ตายไปแล้ว) หนึ่งจอก
f o o t n o t e
ข้อมูลหนังหาได้ที่นี่เช่นเคยครับ
http://www.imdb.com/title/tt0072979/
ส่วนตัวหนังนั้นหาได้ที่ร้านพี่คนนั้นเวอร์ชั่น ออนไลน์ครับ คารวะพี่คนนั้นด้วยที่ทำหนังชุด จอห์น วอเตอรส์ออกมา ในที่สุดก็ได้ดูเสียที แล้วจะทยอยมาเล่ายาวๆกันทีละเรื่องสองเรื่องครับ
edit @ 2006/02/03 02:29:20
#1 By fdgf (124.120.48.100) on 2007-08-07 17:42