shara ส่องประกายในความสงบ / FS
posted on 04 Jun 2005 18:12 by filmsick in humanism
เมืองนั้นถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยตรอกเล็กตรอกน้อย
ตัดผ่าน เลี้ยวอ้อม ชันขึ้น ลาดลง ทะลุ ทางลัด
บ้านเรือนสะอาดสะอ้าน สงบเงียบหันหน้าเข้าหากัน
ราวกำแพงเขาวงกต อันลึกลับซับซ้อน
หากมีชีวิต
เคย์และชุน วิ่งเล่นไปตามตรอกซอกซอยเหล่านั้น
เลี้ยวขึ้น ตัดผ่านสวน ซ้าย ขวา อ้อมหัวมุม
เคย์เลี้ยวครั้งหนึ่ง และสูญหายไปตลอดชีวิต ราวถูกเทพเจ้าลักพาตัวไปในสายวันสงบ
........................................
เวลาผ่านล่วงไปหลายปี ชุนเติบโตขึ้นเป็นคนหนุ่มเงียบขรึม เก็บตัว
เพื่อนสนิทคนเดียวของเขาคือ ยู เด็กสาวข้างบ้านที่อาศัยอยู่กับแม่ ผู้มีบางความลับอยู่กับตัว
ทาขุพ่อของชุนกำลังวุ่นอยู่กับเทศกาลบาซารา เทศกาลประจำปีของเมือง
ส่วนแม่ของชุนกำลังท้องแก่
และตอนนั้นเอง
ภายใต้ความเงียบสงบ งดงาม ของตรอกซอกซอย
ผู้คนที่ผูกพันอยู่กับวัฒนธรรมเก่าแก่
มีความลับ มีความทุกข์ มีความเจ็บปวด ซุกซ่อนอยู่
และรอวันคลี่คลายอย่างเงียบเชียบ
.....................................

และนี่คือ จดหมายรักถึงเมืองนารา ของ นาโอมิ คาวาเสะ ผู้กำกับหญิงซึ่งเกิดและเติบโตขึ้นในเมืองนี้ เธอถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยการให้นักแสดงย้านเข้ามาอยู่ในเมืองนี้ล่วงหน้านับเดือนเพื่อทำความคุ้นเคยกับเมืองและนอกจากตัวละคร เมืองนาราได้กลายเป็นตัวละครหลักที่สำคัญที่สุดในเรื่องภาพของตรอกซอกซอยซับซ้อน บ้านเรือน สวน ศาลเจ้า วัด ภาพ แมวหง่าวในยามบ่าย จักจั่นบนต้นไม้ ใยแมงมุม กระทั่งภาพสวนครัวหลังบ้าน ห้องเก็บของ ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม เงียบเชียบ และสุขสงบ
แต่ภายในความสงบนั้นก็แฝงเร้นไปด้วยความลึกลับบางประการอันยากจะอธิบายในความซับซ้อนของถนนหนทาง และในประเพณีเก่าแก่ ที่ผู้คนยึดกุมตลอดเรื่อง หนังถ่ายทอดความผูกพันของตัวละคร กับประเพณี เก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เคย์สาบสูญ แม่เขาอุทาน - เทพเจ้าลักพาตัวไป - หรือฉากหนึ่งที่แม่ของยู เอาเกลือมาโปรยไล่ความชั่วร้ายหน้าบ้าน แม้หนังจะหลีกเลี่ยงการขับเน้น ประเพณีเหล่านี้ออกมาตรงๆ แต่การดำรงคงอยู่ เสมือนเป็นส่วนประกอบธรรมดาของมันในหนัง กลับยิ่งเพิ่มความลึกลับให้กับเมือง และหนัง ได้อย่างดี
และโดยตัวเรื่องนั้น เอื้อจะให้เป็นหนังประเภท โครงกระดูกในตู้ หรือหนังดราม่า เรียกน้ำตา ว่าด้วยความลับที่รอการเปิดเผยและการก้าวข้ามความทรงจำที่กัดกิน ในหนังเรื่องอื่น ความลับของ เคย์ และอดีต ของยู น่าจะนำมาซึ่ง อารมณ์เจ็บปวดหัวใจสลาย หรือสืบค้นลึกลงไปในเหตุการณ์หากแต่หนังกลับเลือกที่จะปล่อยให้ความลับยังคงเป็นความลับสำหรับคนดู และให้การก้าวข้ามความทรงจำเป็นเพียงเรื่องในใจ ของตัวละคร ที่คลี่คลายไปได้เองโดยไม่ต้องพึ่ง สถานการณ์ใดๆ ซึ่งนั่นทำให้ผมหวนคำนึงถึงถ้อยคำเก่าแก่ ของ อาฮุย ตัวละครจากฤทธิ์มีดสั้น ของโกวเล้ง
-พลันได้คิด - ถ้อยคำเรียบง่าย หากกระทำได้ยากยิ่ง -
และตัวละครในเรื่องก็ -พลันได้คิด - อย่างเงียบเชียบ ระหว่างการนอนกลางวัน การวาดรูป หรือ การทำสวนครัวซึ่งในเรื่องนี้ นอกจากฉาก ดื้อเล็กๆ ของชุน ฉากที่เราอารมณ์มากที่สุดกลับเป็นเพียงฉาก -การเขียนตัวหนังสือ - ของพ่อกล้องไล่จับภาพตัวอักษร -ความมืด - และเคลื่อนลงสู่ -ความสว่าง - ราวกับจะพูดถึงการก้าวพ้น จากพันธนาการเก่าแก่ อ้าแขนรับชีวิตใหม่ทีกำลังเดินมาถึง
และหลังจากฉากนั้นหนังต่อด้วยฉาก เทศกาล บาซาร่า เทศกาลเล็กๆของเมือง ที่จัดขึ้นเพื่อ ให้ผู้คนได้ออกจากภาระแห่งชีวิตประจำวัน เพื่อ -ส่องประกาย - สักครั้งหนึ่ง และในห้วงเวลานั้น ผู้คนจะได้ส่องประกายเฉิดฉันอย่างถึงที่สุด ฉากขบวนพาเหรดในสายฝน ถูกถ่ายทำอย่างง่าย ๆ หากแต่เต็มไปด้วยพลัง จนเราสัมผัสได้ถึงการ -ส่องประกาย - ทั้งในตัวของ ยู (ที่ส่องประกายเจิดจ้า ในชุดสีเหลือง) ชุน และ ทุกๆคน

ชื่อหนังแปลตรงตัวได้ว่า ต้นสาละคู่ อันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ ทรงประสูติ หนังไม่ได้กล่าวถึงต้นสาละไว้ในเรื่องแต่ บางที ชื่อนี้อาจเป็นตัวแทน บรรยากาศหลักของเรื่อง ความสงบเงียบ งดงามภายใต้ร่มของต้นสาละ (กล้องสุดวิเศษ ลอยขึ้นไปบนฟ้าในฉากจบของหนัง น่าจะเป็นมุมมองจากเบื้องบน) นำพามาสู่การถือกำเนิดของความดีงาม
การนั่งดูหนังเรื่องนี้ นำพาความสงบเงียบมาสู่เราได้อย่างเหลือเชื่อ (กระทั่งฉากการคลอดลูก หนังยังถ่ายทำอย่างนิ่งเงียบ ) เหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในเมืองนั้น เตร็ดเตร่ไปตามตรอก เข้าใจในความลึกลับ อันอบอุ่นของมัน สูดลมหายใจลึก สงบนิ่ง และส่องประกาย
f o o t n o t e
ข้อมูลหนังหาดูได้ที่นี่ครับ
ตัวหนังนั้นหาได้ที่ร่านพี่คนนั้น เวอร์ชั่นออนไลน์ และร้านอ๊อด จตุจักรครับ
ขอบคุณ คุณเต้ แนะนำหนังดี(อีกแล้วครับท่านน)
edit @ 2005/09/22 21:54:49
edit @ 2005/09/22 21:56:55

ว่าบางทีตัวละครมันก็หันมามองกล้องละครับ เห็นไหม? หรือผมคิดไปเองหว่า
แต่โคตรชอบเรื่องนี้เลยอะ55
#1 By omega on 2007-02-28 17:50