Michael Haneke ผู้กำกับชาวออสเตรีย ได้ชื่อว่าเป็น ผู้กำกับเลือดเย็นคนหนึ่งของโลก เขามักทำหนังตีแผ่ด้านมืดของมนุษย์ เรื่องราวในหนังของเขามักเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ปกติรายเรียบ และค่อยๆหม่นหมองลง เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนท้าย เรื่องจะมืดลงจนถึงที่สุด และจบลงอย่าง หม่นหมอง อึดอัดขัดข้อง คลุมเครือ จนแทบเรียกได้ว่า การดูหนังของเขาเป็นการเดินทางเข้าไปในอุโมงค์ของจิตวิญญาณของมนุษย์ ที่ซึ่งปลายสุดเป็นทางตัน


เขาเคยทำหนังอย่าง funny games ซึ่งเล่าถึงครอบครัวแสนสุขไปปิคนิคในวันหยุด แต่กลับดวงซวยต้องพบกับไอ้หนุ่มโรคจิตสองคน จากการขอไข่นำไปสู่การเล่นเกมที่เดิมพันกันด้วยชีวิต และที่สำคัญหนังไม่ได้ทำตัวเยี่ยงหนังโรคจิตอื่นๆ มันค่อยๆมืดลง ๆ และจบลงอย่างสิ้นหวัง ล่าสุดเขาทำ times of the wolf เล่าเรื่องของครอบครัวแสนสุขที่เพิ่งกลับจากการไปเที่ยววันหยุด แต่พอกลับถึงบ้านก็พอมีอีกครอบครัวหนึ่งอยู่ที่นั่น ภายในสิบนาทีแรก ตัวเอกฝ่ายชายตายอนาถ! ผลักให้สามแม่ลูกต้องระหกระเหินไปในดินแดนที่จู่ๆ ก็ไม่มีน้ำ อาหาร มีแต่ ความโหดร้าย รุนแรง และไม่อาจไว้เนื้อเชื่องใจใครได้


นี่เป็นสองตัวอย่างที่พอจะอธิบายถึงหนังของ Haneke และกับหนัง the piano teacher ที่ถึงแม้จะสร้างจากนิยายของ Elfriede Jelinek ซึ่งโดยตัวนิยาย(และผู้เขียน) ก็ถือได้ว่ามืดหม่นไม่แพ้กัน หนังก็ยังออกมาแบบมีลายเซ็น ของ Haneke ชัดเจน
หนังเล่าเรื่องของ เอริก้า ครูสอนเปียโนวัยสี่สิบ ที่ยังอาศัยอยู่กับแม่ เธอสอนอยู่ในวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และตัวเธอเองก็ได้รับการยอมรับในเรื่องฝีมือการเล่นเปียโนเธอแต่งตัวมิดชิดด้วยสีทึมๆ รวบผมตึง เธอมักเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์ของตัวเอง โดยอาศัยถ้อยคำปรุงแต่งเสียดสี แต่เวลาเธอกลับบ้าน แม่จอมเจ้ากี้เจ้าการของเธอก็เสียดสีเธอเสมอ ซ้ำยังรื้อค้นข้าวของตรวจสอบเธอ โทรจิกตามตัวทุกที่ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน เอริก้ามักเปิดศึกกับแม่เธอบ่อยๆ หลายครั้งลุกลามถึงขั้นใช้กำลัง จากนั้นทั้งสองแม่ลูกก็จะกอดกันร้องให้


บางครั้งเอริก้าไปเซกส์ชอบ ดูหนังโป๊ แล้วหยิบทิชชู่ใช่แล้วในโรงหนังโป๊ขึ้นมาดม เธอไปแอบดูคนมีเซกส์ในโรงหนังไดรฟ์อิน แล้วถึงจุดสุดยอด เธอแอบใช้ใบมีดโกนเฉือนของลับตัวเองในห้องน้ำ (ทั้งสามฉากที่ว่ามา หนังถ่ายทำได้อย่างไม่น่าเกลียด แต่ ถึงอารมณ์วิปริตมากๆ) ชีวิตเธอเต็มไปด้วยเก็บกด เคืองแค้น ชิงชัง

จนวาลแตร์ก้าวเข้ามาในชีวิต เขาเป็นหนุ่มวิศวกรที่มีความรู้ความสามารถทางดนตรีคลาสสิคเป็นเลิศ หลังจากบทสนทนาเกี่ยวกับความบ้าของชูแบร์ต วาลแตร์สนใจเอริก้ามากจนถึงขั้นมาสมัครเรียนที่วิทยาลัยของเธอ เธอเองก็ชอบวาลแตร์ แต่ต้องเก็บกดทุกอย่างไว้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก่อตัวขึ้น เพิ่มความวิปริตขึ้นที่ละนิดไปจนถึงขีดสุด


พลอตหนังประหลาด วิปริต ยิ่งมาตกอยู่ในมือของ ผู้กำกับที่สุดแสนจะเลือดเย็น ทำให้ผลลัพทธ์ของหนังออกมามืดหม่นสุดขั้ว ฮาเนเก้ จัดแจงทำทุกอย่างเพื่อกันคนดูออกจากการเห็นอกเห็นใจทุกตัวละครในหนัง จริงๆแล้วตัวเอริก้านั้นป็นตัวละครที่น่าสงสารเอามากๆ เพราะการเติบโตภายใต้อำนาจของแม่ใจร้าย การมีชีวิตอยู่ในสังคมที่เคร่งครัด ส่งผลให้เธอป่วยไข้ทางวิญญาณ การเสพติดเซกส์ วิปริต เป็นเพียงทางระบายเล็กๆทางเดียวที่เธอเหลืออยู่ แต่แทนที่หนังจะเห็นอกเห็นใจเธอหนังกลับตัดทางนี้ด้วยการใส่ความมืดมิดลงในจิตใจของเธออย่างสุดขั้ว โดยเฉพาะในฉากที่เห็นลูกศิษย์(ที่เธอเกลียดขี้หน้า)เล่นเปียโน โดยมีวาลแตร์อยู่ข้างๆ เธอถึงกับทนไม่ได้ และลงมือกระทำสิ่งที่ต่ำช้าเกินกว่าที่คนดูจะเห็นใจ ความป่วยไข้ของเอริก้า กลายเป็นเรื่องของนังวิปริตที่หาเรื่องใส่ตัว และกับผู้คนรายรอบเธอก็เช่นกัน ทุกคนเลือดเย็นพอที่จะกระทำกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็น แม่ วาลแตร์ หรือแม้แต่อาจารย์ร่วมสถาบัน ความป่วยไข้ของเอริก้า แท้จริงแล้วมีต้นตอมาจากสังคมที่เธอสังกัดนั่นเอง


สังคมชนชั้นกลางรสนิยมสูงที่มักตกเป็นเป้าโจมตีของ Haneke มาตลอด ใน funny games ครอบครัวสุขสันต์ที่ถูกสังหารหมู่นั้นเป็นชนชั้นกลางหัวสูง ที่เล่นเกมทายเพลงคลาสสิคระหว่างการเดินทาง พวกเขาถูกทำร้าย ทารุณ อย่างไร้เหตุผล ราวกับหนังจะประกาศว่า ชนชั้นกลางสมควรตาย! ( และในthe piano teacher Susanne Lothar ดาราที่รับบทเป็นนางเอกของfunny games มารับบทแม่ของอันนา ลูกศิษย์ ของเอริก้า ซึ่งชื่ออันนานี้ก็เป็นชื่อของเธอในหนังfunny games )ในขณะที่ times of the wolf ตัวเอกก็เป็นชนชั้นกลางเช่นเดียวกัน และในโลกวิปริตนั้น คนที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุด ก็เป็นหมู่ชนชั้นกลางด้วยกันเอง และในเรื่องนี้ แม้หนังจะทำให้ความป่วยไข้ เป็นเรื่องของจิตวิญญาณต่ำทรามของเอริก้า แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แม่ของเธอ กับวิธีคิดแบบหัวโบราณสุดขั้วนี่เองเป็นสาเหตุหนึ่ง รวมไปถึงสังคมชนขั้นที่ไม่เปิดเผยความรู้สึก รักษามารยาท และวางตัวเป็นผู้ดีอยู่ตลอดเวลา ทิ่มแทงผู้อื่นด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนเย็นชาแทนการใช้กำลัง เอริก้า เป็นเพียงผลผลิตหนึ่งของสังคมแบบนั้น และการเลี้ยงดูแบบนั้น เธออาจป่วย แต่เธอก็ป่วยเพราะสังคมนี่เอง ป่วยไข้จนต้องเฉือนของลับตัวเอง เพื่อรักษาสถานภาพความเป็นผู%E