lilja -4-ever ลิเลีย นางฟ้าชั่วนิรันดร์
posted on 27 May 2005 15:23 by filmsick in humanism
ถนนสีเทาพรำสายฝน
เด็กสาวผู้มีใบหน้าบวมช้ำวิ่งไปตามถนน
โลกนี้กว้างใหญ่แต่เธอไม่มีที่ไปอีกแล้ว
เสียงดนตรีร๊อคโหมกระหน่ำ
ที่รู้สึกกลับบาดลึกถึงความเปล่าเปลี่ยวแห่งจิตวิญญาณ
ขณะมองดูเด็กสาวโซซัดโซเซไปตามถนน
...................................

เธอชื่อลิเลีย
และเธอเป็นตัวละครเอกของหนัง lilya -4-ever ของผู้กำกับชาวสวีเดนLukas Moodysson
ที่หยิบจับเอาปัญหาโสเภณีข้ามชาติมาเล่าได้อย่าง-ถึง- ทั้งในการสำรวจแง่มุมของปัญหา และการสำรวจลึกลงไปในเรื่องในใจของหญิงเหล่านั้น
หนังเล่าเรื่องของลิเลีย เด็กสาววัย16 ที่อาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่งที่เคยเป็นสหภาพโซเวียต
ลิเลียอาศัยอยู่กับแม่ในห้องเช่ากลางเมืองที่-ตายแล้ว-เมืองหนึ่ง
เมืองที่มองไปทางไหนก็มีแต่ฟ้าสีหม่นมืด อาคารทรงกล่องสีซีดเซียวหมองคล้ำเรียงต่อเนื่องกันไป
และต้นไม้ที่ไม่มีใบเลยสักต้น
เช่นเดียวกับเด็กๆทุกคนในเมือง
ลิเลียวาดฝันถึงชีวิตที่ดีกว่า
เธอคิดว่าเธอจะได้ตามสามีใหม่ของแม่และแม่ไปอเมริกา
ไปเสียจากดินแดนร้างไร้นี้
แต่แม่ไม่พาเธอไปด้วย
และทิ้งเธอไว้ให้อยู่กับป้าใจร้ายที่ไล่เธอไปอยู่แฟลตรูหนูแล้วยึกครองห้องของเธอ
เธอถูกเพื่อนหักหลังจนถูกประณามเป็นโสเภณีราคาถูก
อดอยากหิวโหย หนาวเหน็บ
และหนาวใจเมื่อประชาสงเคราะห์บอกเธอว่าแม่เธอเขียนจดหมายมายกเลิกการเป็นผู้ปกครองเธอ
เพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอมีคือ เด็กชายโวโลดยา ที่ไม่เคยได้อยู่บ้าน เอาแต่โยนกระป๋องลงห่วงแทนลูกบาสเพียงลำพังกลางอากาศหนาว
หากแต่หนังกลับให้เลิเลียเชื่อเสมอว่าเธอจะมี-วันที่ดี-รออยู่
เวลาที่ลิเลียอยู่กับโวโลดยาทั้งคู่จะฝันถึงบ้านหลังเล็กๆ(หรือจะเพิงก็ได้โวโลดยาบอก)ที่ที่ไม่หนาวเขาจะไปทำงานกลับบ้านลิลเลียจะอบขนมปังไว้รอ เป็นความฝันธรรมดาที่ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยเหลือใจ
ลิเลียสวดอ้อนวอนต่อนางฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นางฟ้าไม่เคยมาช่วยเธอมีแต่โวโลดยาเพื่อนเก่าเท่านั้นมีมาอยู่เป็นเพื่อนในความฝัน
พลอตของหนังบีบคั้นหดหู่
ประกอบกับการถ่ายทำให้มันดูคล้ายสารคดี
ซุมกล้องและแพนกล้องแบบสารคดีที่จับเหตุการณ์สดๆ
และเหนืออื่นได อัคชานา อาคินชินา(Oksana Akinshina)
เด็กสาวอายุ16 ผู้รับบทลิเลียและ Artyom Bogucharskyเด็กชายอายุ 14 ผู้รับบทโวโลดยา
ได้ให้การแสดงที่แสนวิเศษจนทำให้คนดูพร้อมจะหลงรัก เห็นอกเห็นใจ และเอาใจช่วยให้เขาและเธอรอดพ้นจากชะตากรรมเลวร้ายทั้งที่ต่างก็รับรู้อย่างเงียบเชียบภ่ายในใจตั้งแต่หนังเริ่มแล้วว่าแทบไม่มีทางเป็นไปได
รวมไปถึงบทหนังที่เอาแต่กดดันคนดูไปตลอดเรื่อง
เมื่อโวโลดยาจากไปโดยไม่มีใครสนใจ(ยายเจ้าของแฟลตทำเพียงเขี่ยร่างเขาบาๆสองสามครั้งแล้วก็เดินผ่านไป)
ลิลเลียถูกหลอกไปขายเป็นโสเภณีต่างด้าวผิดกฎหมายในสวีเดน
เธอถูกบังคับ ทุบตี บังคับขืนใจครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่เธอยังคงสวดอ้อนวอนแม้นางฟ้าจะไม่เคยช่วยเธอ
ก่อนทุกอย่างจะดำเนินมาสู่บทสรุปที่แสนจะทรงพลัง
ฉากเปิดเรื่องย้อนกลับมาอีกครั้งคนดูมองเห็นลิลเลียวิ่งไปบนถนนว่างเปล่ากลางเพลงร๊อคหนักหน่วง
ด้วยดวงวิญญาณแหลกสลาย
มีเด็กมากมายเหลือเกินที่เป็นเหมือนลิลเลียกับโวโลดยา
ผลพวงจากพ่อแม่ที่ไม่เคยรักลูกตัวเอง
เร่ร่อน ต่อสู้ชีวิตกันลำพัง
พวกเขาบริสุทธิ์ งดงาม และเชื่อมั้นในความดี ก่อนที่จะถูกความจริงสกปรกแต้มความดำมืดลงในจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่า(ลิลเลีย โดนข่มขืน โวโลดยาโนพ่อไล่ออกจากบ้านเหมือนหมาข้างถนน)
ในขณะที่คนรอบข้างที่ล้วนหวังแต่ผลประโยชน์ ผลักดันให้เด็กบริสุทธิ์ถูกต้อนสู่มุมอับ
..........................

และอีกนัยยะหนึ่งดูเหมือนหนังจะเสียดสีวัฒนธรรมบริโภคนิยมอยู่กลายๆ
ลิเลียเกิดวันเดียวกับ บริทนีย์ สเปียร์
โวโลดยาถามว่ามันจะเป็นยังไงนะถ้าได้สลับตัวกับ บริทนีย์ สเปียร์
แค่ประโยคสนทนาสั้นๆน่าขันแต่กรีดลึกถึง-ความแตกต่าง- ของเด็กผู้หญิงสองคนนี้ได้อย่างชัดเจนและเจ็บปวด
นอกจากนี้อีกหลายครั้งที่ลิลเลียเข้าไปเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรูหรามองดูผู้คนที่เลือกซื้อน้ำหอมเสื้อผ้า
โดยที่ครั้งหนึ่งด้วยซ้ำที่เธอถูกแมงดาพามาซื้อหมวกแต่ไม่มีใครสนใจใคร
ทุกคนสนใจเพียง-สินค้าเรียราย-จนลืมไปว่าข้างนอกมีอีกหลายชีวิตที่ต้องดิ้นรน และตกตายไป
จริงอยู่มันอาจเป็นเรื่อง-ของใครของมัน-
แต่ถ้าเพียงเราเอื้อาทรกันอีกสักเล็กน้อย(อย่างน้อยถ้ามีใครสักคนช่วยลิเลีย)
เรื่องเลวร้ายคงบรรเทาเบาบาง
...........................
แล้วในที่สุดลิเลียกับโวโลดยาก็มีปีกสีขาว
หัวเราะเริงร่าขณะเล่นบาสกันอยู่บนหลังคาตึก
เป็นภาพสุดท้ายของหนังที่ค่อยๆมืดลงก่อนเครดิตจะขึ้น
เรื่องราวชะตากรรมของลิเลียวิ่งวนอยู่ในหัว
ทุกความเจ็บปวด ขมขื่น ของเธอ
ทุกการโอบกอด ทุกความรักที่เธอไม่เคยได้รับ
ทุกความเป็นจริงอัปยศ
ผู้ชายทุกคนที่เธอนอนด้วย
กาวทุกหลอดที่พาเธอและโวโลดยา-หนีชั่วคราว-ไปจากโลกนี้
แฟลตรูหนูซีดเยวทุกหลัง
กนนมืดดำทุกสาย
เพื่อนทุกคนที่เธอเคยมี
ได้โปรดเถิด จงเอื้ออาทรกันและกัน
............................

และถ้ามีหนังสักเรื่องที่ทำให้เราคิดได้เช่นนี้หนังเรื่องนั้นก็สมควรจะหามาดู
และถ้ามีใครหยิบหนังเรื่องนี้ไปดูหลังอ่านข้อความเหล่านี้แล้วได้คิดทำอะไรบ้าง
ทุกความดีที่เราทำขอมอบแด่โวโลดยา เทวดาน้อยและ ลิเลีย นางฟ้าชั่วนิรันดร์
edit @ 2005/06/15 10:38:57

#1 By koi (203.113.67.165) on 2005-05-27 17:31