จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องเศร้าๆ
ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตมาอย่างเงียบเหงา
ภายใต้การเลี้ยงดูของพ่อผู้เย็นชาและแม่เจ้าระเบียบ
มีปลาทองที่ชิงฆ่าตัวตายเพราะบรรยากาศในบ้านเป็นเพื่อน
เมื่อเธอโตเป็นเด็กสาว
เธอก็เป็นสาวเสริฟในร้านกาแฟ
อาศัยท่ามกลางผู้คนประหลาดๆที่เหมือนจะชำรุด
คนอย่างมนุษย์แก้วผู้เปราะบาง
คนอย่างสาวขายบุหรี่ที่แพ้ทุกอย่างบนโลก
หรือคนอย่างเจ้าของร้านขายผักนิสัยเสีย
กับลูกจ้างปัญญาทึบที่ปฏิบัติตอผักผลไม้ราวกับมันชีวิต
................................................
มันควรจะเป็นเรื่องเศร้าไม่ใช่หรือ
ที่เธอไม่มีคนรัก
มีพ่อที่เอาแต่เก็บตัวในบ้าน
มีชีวิตตามลำพังอย่างเงียบเหงา
คอยช่วยเหลือผู้คนให้ค้นพบความสุขเล็กๆน้อยๆด้วยวิธีการประหลาดล้ำ
................................................
แต่หนังกลับเลาเรื่องราวเหล่านี้อย่างสวยงาม
ผู้กำกับ ฌอง -ปิแอร์ เฌอเนต์(คนที่เคยทำหนังศิลป์มากๆ อย่างcity of lost children
กับหนังที่ศิลป์น้อย(หรือเปล่า)อย่างalien ภาค4)
เนรมิตเมืองปารีสให้เป็นสีสุกสว่างใส
และเล่าเรื่องเศร้าของผู้หญิงคนหนึ่งให้กลายเป็นสุขนาฏกรรมอันแสนหวาน
และหลังหนังออกฉายว่ากันว่า
มีคนหลายคนค้นพมุมมองชีวิตใหม่จากนหนังเรื่องนี้(นับรวมผมเข้าไปด้วยเลย)
หลังดูจบในครั้งแรก ผมคิดว่าถ้าหนังเรื่องนี้ไปตกอยู่ในมือผู้กำกับจอมโหดร้ายอย่าง ลาร์ส วอน เทียร์
เจ้าของหนังเศร้ามาก อย่างbreaking the waves และ dancer in thedark
เราอาจได้ดูเรื่องที่มีโครงแบบเดียวกัน เล่าเรื่องเหมือนกัน
แต่ผลลัพทธ์อยู่กันคนละขั้ว
พอคิดได้อย่างนี้ก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า
กับเหตุการณ์ต่างๆในชีวิต
นเกิดขึ้นด้วยความจริงเดียว
แต่มีวิธีทำความเข้าใจมันได้ต่างกัน
ด้วยวิธีการของนักฝันอย่างอเมลีหรือวิธีการของความจริงอย่างที่เบสส์และเซลมาโนกระทำ
................................................
แทนที่หนังจะให้คนดูทำความรู้จักตัวละครผ่านทางการใช้ชีวิตของเขา
ให้คนดูรู้จักบ้าน ครอบครัว คนรักของเขา
หนังกลับให้เรารู้จักตัวละครผ่านทางสิ่งที่เขาชอบ ไม่ชอบ
นิสัยประจำตัวเล้กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันของพวกเขา
ความละเอียดอ่อนอเล็กๆน้อยๆของชีวิตที่แม้แต่เจ้าของชีวิตเองก็อาจมองข้ามไป
เนื่องเพราะนั่นเป็นวิธีอเมลีหญิงสาวนักฝันทำความรู้จักผู้อื่น
เราอาจทำความรู้จักคนจากชื่อ จากงานที่เขาทำ
เราจึงมักรู้ได้ว่าคนคนนี้เป็นใคร มากกว่าคนคนนี้เป็นอย่างไร
หากลองมองย้อนกลับไปยังคนที่เรารู้จักด้วยมุมมองของอเมลี
บางทีเราอาจเข้าใจผู้คนเหล่านั้นได้มากขึ้น
เฉกเช่นเดียวกับวิธีการบรรยายบรรยากาศรอบๆ
ซึ่งไม่ได้มุ่งบอกว่าฝนตกหรือแดดออก
หรือเมืองนี้อยู่ที่ไหนในโลก
ร้านกาแฟนั้นตั้งอยู่ที่ไหน
หากแต่บอกว่ าณ.วินาทีนั้น มีอะไรเกิดขึ้น
แก้วสองใบเริงระบำ
มีคนไปงานศพ
มีคู่รักถึงจุดสุยอด
มีคนรู้แจ้งเรื่องเซลล์ประสาทในสมองเขา
การได้รับรู้ความเชื่อมโยงของเราเข้ากับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้
ช้วยให้เราตระหนักถึงความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นๆและกับโลก
และนี่กระมังความวิเศษของนักฝัน
..................................................


และโดยแท้จริงแล้วตัวละครทุกตัวในหนังล้วนแต่เป็นนักฝัน
ที่ขังตัวเองเอาไว้ในโลกฝันสีเขียวเหลืองเรืองรองของเมืองปารีส
หนังย้อมสีฟิลม์ และใช้เอฟเฟคต์ต่างๆเมื่อเพิ่มเสริมความเป็นโลกฝันได้อย่างสวยงาม
โดยเฉพาะฉากที่อเมลีกลายเป็นน้ำ หรือรูปภาพในห้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเธอ
โลกของอเมลีที่มีแต่การทำดีด้วยแผนประหลาด
โลกใอัลบั้มรูปถ่ายของนีโน
โลกในรูปวาดเรอนัวร์ของ คุณ ดูฟาเยล
โลกหลังการเลิกราของคุณนายเวลล์
โลกในบ้านของพ่อของอเมลี
โลกที่เต็มไปด้วยเจ็บปว่ยของจอร์เจต
ทุกตัวละครในเรื่องเลือกจะเพิกเฉยกับโลกจริงๆ
และเอาแต่อาศัยอยู่ในนั้นเพราะเชื่อว่ามันปลอดภัย
แม้จะยากลำบากแต่ก็ดีกว่าต้องอกไปผเชิญกับโลกจริงๆ
อเมลีอาจช่วยให้ทุกคนหลุดออกมาจากโลกฝันเพื่อเดินหน้าต่อไป
แต่เธอเองต้องการคนช่วยเหมือนกัน
และเพราะนักฝันมักฝันเพื่อหลบหนีความจริงอันเศร้าสร้อย
นักฝันจึงไม่ได้ต่างอะไรกับ เด็กหลงทาง ที่เคว้งคว้างอยู่บนโลกจริง
ห่อหุ้มตัวเองด้วยความฝันที่ยิ่งฝันยิ่งเหงา
..............................................................
มีบางคนเคยพูดกับผมหลังหนังจบว่า
ไม่มีใครในหนังเดินได้เองสักคน
ทุกคนต้องการความช่วยเหลือที่ตะสร้างสมดุลของโลกจริงกับโลกฝัน
ผมพาลคิดไปถึงตัวเองและเราทุกคน
ใช่หรือไม่ว่าแม้แต่เราเองการสร้างสมดุลในโลกจริงกับฝันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
และไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว
เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีเพื่อน
มีครอบครัว และมีความรัก
มีแต่ความสัมพันธ์แบบนี้เท่านั้นที่จะโอบถนอมโลกฝันให้สุกปลั่งเหมือนสีในหนัง
และให้กำลังใจเราต่อสู้กับโลกจริงเหมือนภาพขาวดำในทีวีของอเมลี
.................................................................


จริงๆแล้วโลกนี้ควรเต็มไปด้วยเรื่องเศร้า
หกมองย้อนกลับไป
มีสงคราม มีความอดอยาก มีโรคร้าย
มีภัยธรรมชาติ พี่พอ่แม่ทารุณกรรมลูก
มีเด็กสาวขายตัวเพื่อซื้อกระเป๋า
มีคนฆ่าตัวตาย
มรียาเสพย์ติดที่หาซื้อได้ง่ายเหมือนขนม
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง
เราเกิดมาเพื่ออะไรกันหนอ
เพื่อเป็นส่วนเพิ่ม
ต่อยอดห่วงโซ่บัดซบกระนั้นหรือ
มีคนมากมายที่มองโลกในแง่นี้
ซึ่งมันก็จริง
แต่โลกนี้ไม่ได้แบนขนาดนั้น
และมันไม่ได้มีเพียงด้านเดียว
ดังนั้น..........
...............................................
มันจึงเต็มไปด้วยเรื่องสวยงาม
ที่เด็กหญิงในครั้งนั้นมีเพื่อนเล่นเป็น สตอว์เบอรร์รี่
สี และ กาว
และเด็กสาวลงมือช่วยหลือคนรอบข้าง
ด้วยวิธีการประหลาดพิสดาร
โดยไม่แสดงตัว
วิธีการอย่าง ขโมยตุ๊กตาของพ่อไปเที่ยวรอบโลก(จ๊าบมากๆๆ)
หรือทำให้คนเพี้ยนๆได้พบรัก
บรรยายบรรยากาศรอบๆตัวให้ชายตาบอดฟังขณะจูงมือเขาเดิน
สร้างจดหมายปลอมจากเทือกเขามองต์บลังค์เพื่อให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่หยุดเวลาตัวเองได้เดินหน้าต่อไป
วิธีการประหลาดพิสดาร
ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้บรรดานักฝัน(หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเด็กหลงทาง)ใด้ค้นพบความจริงแห่งชีวิต
.............................................................................


และมีหนังสือบางเล่มเคยบอกกับเราว่า
วิธีการเดียวที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงคือตื่นขึ้นมาทำมัน
และในหนังเก่า(ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่)เรื่อง bed of roses
เคยมีเด็กในเรื่องพูดว่า
-มันเป็นการง่าย ที่จะอยู่ในความฝัน
เพราะที่นั่นไม่มีใครทำร้ายเธอ
แต่ที่นั่นก็ไม่มีใครรักเธอด้วย
ตื่นขึ้นมาเถิด
ตื่นข้นมาเพื่อให้พวกเราได้รัก-
.....................................................
กังนั้นในท้ายเรื่องเราจึงเห็นความจริงบางประการ
อย่างความรักไม่เข้าท่าของจอร์เจตและโจเซฟ
หรือความจริงของผู้ชายในตู้ถ่ายรูป
(ที่อเมลีคิดว่าเขาเป็นคนที่ตายแปแล้วแต่ไม่อยากให้ใครลืมเลยวนเวียนปรากฏอยู่ในตู้ถ่ายรูปทั่วเมือง)
ก่อนที่อเมลีจะค้พบความจริงที่ว่าวิธีการทั้งหมดของเธอ
อาจเกิดเพราะเธอขลาดกลัวเกินไป
และหากเธอยังไม่อาจยอมรับว่า
-ปราศจากเธอชีวิตวในวันนี้ก็คือเถ้าธุลีของวันวาน-
เธออาจสลายเป็นเถ้าธุลีไปจริงๆ
.....................................................
และมีตัวละครตัวหนึ่งในหนังที่ผมชอบที่สุด
นั่นคือนักเขียนหนุ่มผู้ซึ่งไม่เคยได้รับการตีพิมพ์
ตอลดเวลาเขาพูดประโยคเด็ดไว้มากมาย
ประโยคอย่างที่อเมลีได้รับรู้หรือประโยคอย่าง
-มนุษย์เกิดมาเพื่อที่จะเสียน้ำตาอยู่แล้ว-
เขายอมรับตลอดเวลาว่าเขาล้มเหลว
หากแต่สิ่งทีเขาทำกลับคือการเขียน เขียน เขียน และเขียน
ผมรักตัวละครตัวนี้
เพราะเขาเป็นนักฝันผู้ยอมรับความจริง
ฉากในตอนท้ายที่เขาเห็นข้อความของตัวเองกลายเป็นข้อความการฟฟิตี้บนผนัง
เขายิ้มรับ
และเดินหายไปในแดดอุ่น
บางทีที่นักฝันต้องการอาจไม่ใช่การตื่นมาพบความจริงที่เหมือนกันทุกประการกับความฝัน
หากแต่เป็นการได้รับการยอมรับว่าความฝันนั้นมีค่า
เพื่อที่นักฝันจะได้ยิ้มอย่างเจียมตัว
พร้อมที่จะฝันต่อไปอย่างเงียบเชียบเพียงลำพัง
.............................................................
และเพราะโลกนี้ล้วนเต็มได้วยเรื่องเลวร้าย
และมีนักฝันมากมายที่ไม่อาจทนความเลวร้ายของโลกนี้
จนต้องขังตัวเองในความฝันเชิงปัจเจก
ที่นับวันจะแยกเราออกจากันทุกที(เหมือนแยกเราออกจากบรรยาดาศของแมลงวันบินในเรื่อง)
ดังนั้นบางทีการที่เราได้ดูหนังน่ารักเรื่องนี้
อาจเป็นความช่วยเหลือย่างลึกลับของอเมลีก็เป็นได้


edit @ 2005/05/27 15:52:21
edit @ 2005/06/15 10:35:14

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เขียนดีอีกแล้ว เป็นคนที่ดูหนังเยอะมากๆเลยนะ แต่ที่เด็ดกว่าใครก็ตรงที่ดูแล้วบอกข้อคิดดีๆให้คนอื่นรู้ต่อนี่แหละ จากการอ่านและอยากจะออกความเห็น เราว่าคนช่างฝันบางคน อาจต้องการใครสักคนมาปลุกให้เค้าตื่น และคอยอยู่เคียงข้างยามที่เค้าต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายก็ได้นะ คนช่าวฝันคงไม่อยากเผชิญหน้าเพียงลำพังใช่ไหม เรื่องที่ร้ายแรงมากๆ จะลดดีกรีลงถ้าเรามีมืออุ่นๆของใครสักคนกุมไว้ แม้ว่าเค้าคนนั้นจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้เราได้ก็ตาม มันอุ่นใจกว่ากันเยอะ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ555

#1 By koi (203.113.67.165) on 2005-05-27 17:18

หนังเรื่องนี้เป็นหนังสุดรักของผมเลยนะนี่

อ่านกี่ครั้ง ดูกี่รอบก็ชอบครับ

#2 By เบน on 2005-08-03 10:23

เอมิลี่เนี่ย ถ้ามีตัวจริง เค้าคงจะแบกรับอะไรไว้มากมายเลยนะครับ

คงจะเหนื่อยมากเลยล่ะ

#3 By ลิงใจดี (61.91.99.113) on 2005-09-01 12:01

ดูเรื่องนี้มา 4 รอบแล้ว (ดูแล้วมีความสุขทุกครั้ง)
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เวลาชอบเรื่องไหนก็จะพยายามให้คนอื่นดูด้วย ไม่รู้คนที่เราให้ดูเค้าจะชอบรึเปล่านะ แต่เราก็มีความสุขที่จะได้แนะนำหนังดีๆกะเค้า

#4 By (61.90.184.202) on 2005-10-12 14:39

อืม มุมมองดีมากเลย อ่านแล้วประทับใจ

#5 By ช่อ (58.11.0.3) on 2005-12-22 17:17

สำหรับหนังเรื่องนี้พอดูจบแล้วทำให้เรามองโลกใบนี้สวยงามขึ้นจริงจริงค่ะ

#6 By เอ้ (125.27.123.156) on 2007-06-05 18:53

เรื่องนี้สนุกดีค่ะ ชอบๆมาก อยากหาซื้อจะมีขายอยู่มั้ยค่ะ

#7 By sleeppinG^uiu (203.172.48.85) on 2007-06-11 22:04

Amelie น่ารักเสมอ

#8 By madymois (203.113.37.10) on 2007-12-31 12:45

เรื่องนี้น่ารักดี

#9 By (125.27.52.74) on 2009-08-26 12:01

ตอนแรกดูเพราะว่าอยากฟังภาษาฝรั่งเศส
เพื่อจะช่วยเรื่องเรียน

ตอนดู ชอบสีสัน และทึ่ง ที่หนังเรื่องเดียวสามารถเล่าเรื่อง และใส่เอฟเฟคได้น่ารักเอามากๆ

ตอนหลัง ประทับใจ และกลายเป็นหนังสุดโปรด(เหมือนที่ใครหลายคนเป็น)

ชอบที่เล่าผ่านความชอบ ไม่ชอบ มากเลยค่ะ ดูใส่ใจดี

เขียนดีมากเลยค่ะ :)


#10 By . on 2009-11-14 22:14

อืม มุมมองดีมากเลย

#11 By iJigg (124.121.135.204) on 2009-11-19 11:15