ทะเลประหลาด

posted on 11 May 2008 23:23 by filmsick  in my-S-P-A-C-E

ภาพไม่นิ่งหมายเลข 11 ของผมครับ

เชิญชมครับ

 

 

 

MATHIAS พบศีรษะในกระเป๋าเดินทางของเขา !

 

ศีรษะของคนเป็นๆ ที่ทำให้แห้งแล้ว คนตายน่าจะตายมาไม่นานนัก  ศีรษะที่ถูกจัดการมาอย่างดีเย็ปปิดปากแผลสนิท  หอ่ผ้าขาวอย่างดีแนบมาในหระเป๋าเดินทางของเขา

 

พอนึกย้อนนกลับไป MATHIAS เดินทางจากเยอรมันมาฝรั่งเศสด้วยรถไฟ เขาเป็นลูกของอดีตท่านทูตฝรั่งเศสที่ไปเยอรมัน และเขาจะเข้ามาเรียนต่อแพทย์ในสาขา นิติเวชศาสตร์ บนรถไฟ เขามีเพื่อนร่วมทางเป็นคนทำงานในสถานทูต ระหว่างรถไฟแล่นข้ามพรมแดน ตำรวจรถไฟมาขอตรวจบัตร   บัตรของMATHIAS มีปัญหา  เขาถูกเรียกตัวไปพบชายคนหนึ่งที่สอบสวนเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย รื้อค้นข้าวของทั้งหมดของเขาออกมาโดยที่เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  หลีงจากสอบสวนจนพอใจ ชายคนนั้นส่งเขากลับมายังตู้นอน พอเข้ามาถึงฝรั่งเศส ศีรษะนั้นก็อยู่ในกระเป๋าเดินทางของเขาเรียบร้อยแล้ว !

แต่แทนที่เขาจะช๊อค และรีบส่งต่อศีรษะให้กับตำรวจ เขากลับตั้งข้อสงสัยว่ามครส่องหัวนี้มา ส่งมาเพื่ออะไร และคำถามสำคัญ ตามหน้าที่ของนักนิติเวช เจ้าของหัวนี้คือใคร  จากนั้นเขาค่อยๆจมดิ่งลงในความสงัสยของตัวเอง เริ่มดำเนินการสอบสวนศัรษะตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ส่วนตัว  จมดิ่งลงในความใคร่รู้อันสุ่มเสี่ยงขชองตน เพราะเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของเขา เป้นเจ้าหน้าที่สถานทูตที่เชี่ยวชาญอย่างยิ่งเรื่องสายลับข้ามชาติ คนที่ระวังจตัวแจและลอบสังเกตพฤติกรรมของเขาอย่างไม่ไว้ใจตลอดเวลา และในขณะเดียวกัน  การตั้งต้นใหม่ในฝรั่งเศสไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องมุมานะเรียนหนักในวิชาที่สอนกันอย่างดุ สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ จีบลูกสาวศาสตราจารย์  ที่เป้นนักประวัติศาสตร์ ดูแลน้องสาวที่มาเป็นนักร้องโอเปร่า  ความกดดันหลากหลายถาโถมขข้าใส่MATHIAS ที่นับวันยิ่งหลงใหล ศีรษะนั้นมาขึ้นทุกทีๆ

 

นี่คือหนังปี 1992 ของARNAUD DESPLECHIN  ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส มือดี ที่หนังหลายต่อหลายเรื่องของเขาเดินสายประกวดไปทั่ว (หนังเรื่องล่าสุดของเขา  UN CONTE DE NOEL  ก็เข้าประกวดสายหลักในคานส์ปีนี้ )เขาทำหนังมาแล้วหลายแนว จากที่เคยได้รับชื่อว่าWOODY ALLEN คนใหม่ เขากลายเป็นคนทำหนัง เขย่าขวัญตื่นต้นในเรื่องนี้และกระโดไปทำหนังพีเรียด หนังตลก กระทั่งเรื่องล่าสุดอี่น่าจะออกแนวครบครัว

 

ใน LA SENTINELLE เขาผสมผสานความเป็นหนังสืบสวนสอบสวนแบบCSIเกี่ยวกับศีรษะลึกลับที่ไร้ที่มาที่ไป เข้ากับท่วงทำนองของหนังเขย่าขวัญ เพราะการครอบครองศีรษะมารนั้นเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งและตอลดทั้งเรื่องเราเฝ้าติดตามการหลบหนีของอาชญากร ( หรืออาจคือฮีโร่ในอีกทางหนึ่ง) ที่ต้องซ่อนศีรษะนั้นให้รอดพ้นจากการตรวจจับของอำนาจรัฐ ซึ่งมีทั้งแบบตำรวจจริงๆ กับมาในรูปแบบรูมเมท ตัวแสบ แต่ทั้งหมดทั้งมวลถูกคลุกเคล้า อยู่ภายใต้ความเป็นหนังที่ว่าความกกดันในชีวิตของเด็กหนุ่มที่ต้องรับมือทั้งกับความแปลกถิ่น การพบเพื่อนใหม่ หรือการมีความรัก  ดังนั้น ในขณะที่ช่วงหนึ่งหนังจะระทึกตึกตักกับการซ่อนศีรษะ หรือชวนฉงนสนเท่ห์ ว่าศีรษะนั้นอาจไม่ธรรมดา  แต่ในนาทีต่อมาเราอาจพบว่านี่เรากำลังนั่งดูหนังชีวิตนักศึกษาหนักๆที่ไม่สามารถเข้ากับสังคมใหม่ของเขาได้

 

ความแปลกแยกเป็นอื่นคือหัวใจหนึ่งของหนังเรื่องนี้ หนังกำหนดให้เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการข้ามพรมแดน ที่ฝรั่งเศส MATHIAS เป็นคนนอกโดยสิ้นเชิง   เขาถูกตรวจสอบอย่างบ้าคลั่งบนรถไฟไม่ต่างจากพลเมืองชั้นสอง และเมื่อมาถึงเขากลายเป็นหนุ่มนักศึกษาจนๆ ที่ต้องให้น้องสาวช่วยหาห้องใหม่ให้ ในขณะเดียวกันถูกตามล้างตามเช็ดจากรูมมเตที่สงสัยในตัวเขาจนอดคิดไม่ได้ว่าที่ยอมให้เข้ามาอยู่ด้วยเพราะต้องการจะจับตาเขามากกว่า

 

ยิ่งเมื่อหนังสืบสาวราวเรื่องไปจนพบว่าชายลึกลับบนรถไฟที่แท้เป็นสายลับสองหน้าที่ทั้งทำงานให้ฝรั่งเศส และทำงานให้ฟากคอมมิวนิสต์ด้วย  บางที่ศีราะนั้นอาจเป็นของคนรัสเซียที่เข้ามาในฐานะผู้ลี้ภัย   

 

ผู้ลี้ภัย คนนอก คนอพยพแรงงานต่างด้าวพลัดถิ่น กลายเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของโลกในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้(ที่สร้างตั่งแต่ปี 92) กล่าวถึงปัญหานี้อย่างเฉียบแหลมว่า ในทุกประเทศ เราล้วนมีชีวิตโดยยืนอยู่บนซากศพของผู้อื่น ซึ่งซากศพเหล่านั้น กว่าครึ่งก็ล้วนเป็นคนต่างด้าวไร้หน้าไร้นาม   มันทำให้ทุกสิ่งง่ายขึ้นเพราะกองกระดูกที่เรายืนอยู่ไม่ใช่คนที่เรารู้จัก   แต่อย่าลืมว่าอย่างไรเสียพวกเขาก็มีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงในอีกที่หนึ่งเช่นกัน  ดังนั้นMATHIAS จึงยึดโยงตัวเองเข้ากับศีรษะลึกลับได้ในฐานะของคนชายขอบ พลเมืองชั้นสอง คนพลัดถิ่นที่ไม่มีทางกลับบ้านได้อีก ยิ่งเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนรัสเซียเจ้าของศีรษะ มันยิ่งผลักดันเขาไปสุดทาง

 

ช่วงท้ายของหนังจึงกลายเป็นการระเบิดของความกดดันในใจMATHIAS ที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป   ทั้งกับความแค้นที่มีต่อชะตากรรมของตนและความแค้นสำหรับกะโหลกไร้นามพฤติกรรมต่ำช้าของเจ้าหน้าที่รัฐ  ความเพิกเฉยอันเรียบง่ายหมดจด ลบชื่อผู้คนนับล้านสูญสิ้นไป  ก่อนที่หนังจะเลือกจบอย่างคลุมเครือไม่คลี่คลายและอึดอัดขัดข้องจะว่าไป นี่ก็คือปลายทางของปัญหานี้มิใช่หรือ!

จะว่าไปแล้วตัวหนังเรื่องนี้เองก็เป็นหนังชายขอบพลัดถิ่นเรื่องหนึ่ง ด้วยความที่ตัวหนังแนบเอาทุกแนวหนังสำคัญมากวนรวมกันได้อย่างละเอียดและน่าทึ่ง เราจึงยากจะจัดจำแนกว่านี่คือหนังดราม่าชีวิต หรือหนังสอบสวนสุดระทึกดี  ทั้งที่บางทีการจัดจำแนกนี้เองคือตัวปัญหาใหญ่ที่แบ่งมนุษย์ออกจากกัน  และในที่สุดก็กลายเป็นคนละพวกกัน ฆ่ากันได้โดยไม่ต้องสำนึกบาปอีกต่อไป

 

ปล.ขอบคุณ น้องบิ๊ก บางกระบือ สำหรับ DVDอนุเคราะห์

 

หนูน้อย KITTY กำลังเล่นตุ๊กตาสวยอยู่ในสวน เธอกำลังแปรงผมให้ตุ๊กตาตอนที่หนูน้อยEVELYN น้องสาว เข้ามาขอเล่นด้วย   ฉันไม่ให้เธอเล่นหรอก คิตตี้บอก    ทันใดนั้นหนูน้อยEVELYN ก็ฉวยตุ๊กตาไปจากพี่สาว วิ่งเข้าในโถงคฤหาสน์ของคุณปู่ ทั้งคู้วสิ่งไล่กัน คุณปู่บนรถเข็นร้องห้ามแต่ไม่สำเร็จ  พลันหนุน้อยEVELYN ก็ไปหยุดยืนนะจังงังอยู่หน้ารูปวาดของ ราชินีแดง !!! ในภาพนั้น ราชินีดำที่สวมชุดสีดำ และมีผมบลอนด์เหมือนคิตตี้ ยืนถือมีดเปื้อนเลือด  กำลังสังหาร ราชินีแดง ที่สวมชุดสีแดงและมีผมดำเหมือนเธอ พลัน หนูน้อยต้องมนต์ และคิดเอาว่า นังคิตตี้คือราชินี้ดำ มันจะฆ่าฉัน เพราะฉะนั้นชิงลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ คิดดังนั้น แม่หนู EVELYN ก็คว้าที่เปิดจดหมายมาจ้วงแทงตุ๊กตาซ้าแล้วซ้ำเล่า เห็นดังนั้น แม่หนูคิตตี้ก็กระโดดเข้าใส่น้องสาว  ทั้งคู่ตบตีล้มกลิ้งกันไปมา และถ้าคุณปู่ไม่มาห้าม EVELYN อาจจะเอาที่เปิดจดหมายมาแทงพี่สาวเสียก็ได้

แล้วคุณปู่ก็เล่าตำนานเกี่ยวกับราชินีแดงกับราชินีดำ สองพี่น้องที่จมลงในความริษยา จนในที่สุดราชินีดำฆ่าน้องสาวตัวแดงพร้อมกับคำสาปแช่ง หนึ่งปีต่อมา ราชินีแดงลุกขึ้นจากหลุมศพ เธอล้างแค้โดยการฆ่าคนบริสุทธิ์หกคน และมีเหยื่อรายลสุดท้ายคือพี่สาวตัวเอง ให้ครบเจ็ด ตามจำนวนแผลที่พี่สาวจ้วงแทงเธอ!!!!

 

แต่มันแค่เริ่มต้น ทั้งคู่ยังคงเกลียดชังกันจนเป็นสาว วันหนึ่งทั้งคู่ตบตีกันขั้นรุนแรงคิตตี้พลั้งมือฆ่าน้องสาวตัวเองตาย แล้วร่วมมือกับFRANZESCA ลูกพี่ลูกน้องอีกคน ฝังร่างน้องสาวของเธอ ในห้องใต้ดิน แล้วบอกทุกคนว่าEVELYN ไปอเมริกา  หนึ่งปีต่อมา มีคนพบเห็นราชินีแดงในคฤหาสน์ เธอลุกจากหลุมมาไล่ฆ่าคน และเหยื่อรายแรกคือคุณปู่นั่นเอง!!!!

 

ภาพยนตร์ปี 1972 โดย EMILIO MIRALGLIA  ผู้กำกับหนังอิตาลี ประเทศที่ตอนนั้นกำลังเฟื่องฟูกัยหนังฆาตกรรมแบบที่เรียกกันว่า GIALLO (แปลว่าสีเหลือง) ตามลักษณะนิยายปกเหลือง ซึ่งเป้นหนังสืออ่านเล่นาราคาถูก และมักเขียนพวกเรื่องสยองขวัญเพวกนี้ หลังจากปรมาจารย์ MARIO BAVAเปิดตำนานหนังสยองขวัญอิตาเลียนกับ หนังอย่าง KILL BABY KILL หรือ BLOOD AND BLACK  LACE  และสานต่อ ด้วยเจ้าพ่อมGIALLO ผู้เปิดตำนานฆาตกรถุงือดำให้ยังคงคลาสสิคจนถึงวันนี้ด้วยหนังอย่าง CAT O' NINE TIALS  หรือ DEEP RED  น่าเสียดายที่เรามักนึกถึงชื่อสองชื่อนี้เป็นหลักเวลานึกถึงหนังตระกูลนี้ แต่ก็ยังมีผู้กำกับอีกจำนวนมากที่ทำหนังทำนองนี้ออกมา แม้ในทางหนึ่งมันตะเป็นเพียงการขายสูตรเก่ากิน หลายเรื่องเป็นหนังขยะๆน่าเบื่อ แต่ก็มีหนังบางเรื่อง ที่ทำได้ดี ได้ถึง และบางทีไปไกลกว่าตัวต้นทางด้วยซ้ำ ซึ่งโยส่วนตัว RED QUEEN เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น

คดีฆาตกรรมราชินีแดงในเรื่องนี้เล่าเรื่องตามขนบแบบไม่บิดพลิ้ว  คนบริสุทธิ์ถูกสังหารโหดจากฆาตกรลึกลับด้วยวิธีสุดพิสดารต่างๆนาๆ ตั้งแต่หลอกให้ช๊อคหัวใจวายตายไปจนถึงอะไรที่ครีเอทอย่างเช่น การหลอกให้ปีนข้ามรั้วก่อนจะตัดเชือกที่บันไดตรงกลางทางทำให้หัวหล่นลงมาเสียบเหล็กแหลมกั้นรั้วดับสยอง หรือจับใส่รถตู้ไปเชือดสยองกลางป่า  หนังGIALLO มักวัดความเก๋า (กับแฟนประจำ) ด้วยฉากเชือดสยองเหล่านี้  ซึ่งในRED QUEEN จะมีให้คุณในระดับพอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป และในขณะเดียวกันก็ยังสร้างสรรค์ในระดับที่ไม่เลวทีเดียว (ถ้าเราจะเรียกการเซตฉากการเชือดว่าเป็นสิ่งสร้างสรรค์!!! )   ในอีกทางหนึ่ง หนังเต็มไปด้วยตัวละครผู้หญิงหน้าตาดี เซกซี่อวบอึ๋ม มาตอบสนองตัณหาทางตาของมนุษย์เพศชายได้ในระดับเทพ ! (เพราะมีสาวสวยประมาณ  5 oงมาประชันบทตบตีกัน) โดยเฉพาะ  BARBARA  BOUCHET ที่รับบทคิตตี้ ได้ซับซ้อน และโชว์เนื้อหนังมังสาตามสมควรอีกด้วย

 

แต่สิ่งสำคัญที่สุดของหนังในแนวGIALLOอยู่ที่บทภาพยนตร์ที่จะต้องวางปม และ คลี่คลายตัวฆาตกรแบบชวนช๊อค ซึ่งใน RED QUEEN ถือเป็นไม้เด็ดทีเดียว เพราะในหนังเรื่องนี้ ไม่มีตัวละครประเภทนางเอกน่าสงสาร หรือพระเอกจอมจุ้นที่พยายามสืบคดีจนได้เรื่อง ทุกตัวละครในหนังเรื่องนี้สามารถเป็นฆาตกรได้ทุกคน เรพาะทุกคนในเรื่องนี้ล้วนเกลียดชังกัน  เสแสร้งใส่กัน (ถ้าไม่มีฆาตกร และเปลี่ยนเป็นดรามาหนักหนังก็อาจจะเป็นหนังแบบของฟาสบินเดอร์ ได้สบายๆ) ผู้หญิงทั้งห้าในเรื่องนี้ ล้วนมีบาปติดตัว มีเรื่องที่ซ้อนเร้น และตลอดทั้งเรื่องพวกเธอตบตีกันอย่างเมามัน (เผลอๆจะมันกว่าฉากเชือดอีกต่างหาก)  จนในที่สุดเมื่อฆาตกรเผยโฉม มันก็นับเป็นการเฉลยที่ไม่น่าเกลียด จนเกินไปนัก

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของหนัง GIALLO หรือไม่ นี่คือหนังจากยุคเจ็ดสิบ ที่สนุกและเต็มไปด้วยลักษณะเฉพาะของยุคสมัยที่น่าตื่นเต้นและเป็นเอกลักษณ์ แต่หากคุณเป็น แฟนหนังGIALLO แล้วยิ่งถ้าเป็นแฟนหนังผู้หญิงตบกัน นี่คือหนังที่สร้างมาเพื่อคุณ (ผม! ) โดยเฉพาะครับ

 

หมายเหตุ : DVD ในเมืองนอกของหนังเรื่องนี้ออกเป็นBOX SET ในชื่อชุด KILLER QUEEN BOX SET (ชื่อเด็มากๆ) ควบกับ THE NIGHT EVELYN COME OUT OF THE GRAVE ซึ่งเป็นหนังสยองขวัญแบบโกธิคย้อนยุค (น่าดูมากๆๆๆๆๆ) และมีการแถม ตุ๊กตาราชินีแดง(  ที่กำลังถือมีดไล่ฆ่าคน)มาในกล่องด้วย (กรี๊ดดด! )

 

ปล. กราบขอบพระคุณ มาดาม MdS สำหรับ DVD อนุเคราะห์