CINEMATIC VALENTINE CHINESE NEW YEAR
posted on 09 Feb 2010 12:15 by filmsick in FILMFLUปีนี้ตรุษจีน ควบวาเลนไทน์ ใครลูกไทย (ลูกจีน)ไม่ได้แแตะ๊ะเอีย อกหัก รักคุด หรืออยากจะชวนคนรักพร้อมครอบครัวมาบันเทิงเริงใจในสุดสัปดาห์แห่งสีแดง(ที่ไม่เกี่ยวกะการเมือง) เราขอเรียนเชิญทุกท่านมาดูหนังดังรายการต่อไปนี้!
1. FILMVIRUS SHORT :PROTOTYPE @ THE READING ROOM
THE READING ROOM ร่วมกับ FILMVIRUS ชวนชม หนังสั้นนานาชาติ ในโปรแกรม FILMVIRUS SHOERTS :PROTOTYPE!
13กุมภาพันธ์ นี้ 14.00 น.เป็นต้นไป ที่
2351/4 ถนนเจริญกรุง (ปากซอย 91)
ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ 02-289-0395
โปรแกรมประกอบด้วย
Sherlock Jr. (Buster Keaton/1924/US) 45 mins
หนังเล่าเรื่องคนฉายหนังที่อยากเป็นนักสืบ ยามว่างจากการเปลี่ยนม้วนฟิล์ม เขาจะนั่งอ่านหนังสือคู่มือการเป็นนักสืบ พ่อหนุ่มตกหลุมรักสาวสวยผู้หนึ่ง และพยายามหาเงินซื้อของไปฝากเธอ โดยมีศัตรูหัวใจเป็นเจ้าหนวดนายหนึ่ง ที่แอบขโมยนาฬิกาพกของพ่อสาวเจ้า ไปซื้อของขวัญสวยกว่า เก๋กว่ามากำนัล แล้วไส่ไฟคีตันว่าเป็นขโมย งานนี้หนังสือนักสืบก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตามมาด้วยเรื่องชุลมุนชุลเกที่แทนที่คราวนี้จะเกิดขึ้นจริงๆกลับไปเกิดใน หนังแทน(ที่จริงเกิดขึ้นในหนังที่อยู่ในฝันอีกที)
นี่คือหนังสั้นเรื่องสำคัญ ของนักแสดงตลกที่มีคนรักมากที่สุดในโลกอย่างBuster Keaton ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะในแง่มุมการเล่นกับ สื่อภาพยนตร์ มองภาพยนตร์เป็นสื่อชนิดหนึ่งมากกว่าเป็นเรื่องเล่าที่เป็นจริง(ซึ่งจาก ปัจจุบัน มันอาจเป็นมุมมองเก่า แต่หนังเรื่องนี้สร้างในปี 1924 ซึ่งเป็นยุคต้นๆของภาพยนตร์เลยทีเดียว)
Artavazd Peleshyan's shorts
ชื่ออาจอ่านยากไม่คุ้นหู แต่ Artavazd Peleshyan คือผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญชาวอาร์เมเนีย แม้ชื่อของเขาจะตกสำรวจในโลกภาพยนตร์ หาก Sergei Paradjanov ผู้กำกับคนสำคัญ(ที่ไม่ตกสำรวจ)กลับบอกว่านี่คือคนไม่กี่คนที่เป็นอัจฉริยะ ของโลกภาพยนตร์ งานของ Peleshyan แทบไร้บทสนทนา โดยมากเป็นเพียงการจ้องมองมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งต่างๆ โดยประสมทั้งภาพที่มีคนถ่ายไว้ กับภาพที่เขาถ่ายไว้เอง งานของเขามักไม่ยาว และไม่มีบทสนทนา เป็นการจ้องมองที่จู่จับลงไปในภาพและสร้างความรู้สึกพิเศษ อันน่าทึ่ง และนี่คืองานบางส่วนของเขา
Life (Artavazd Peleshyan/1993/Armenia) 7 mins
ภาพการจับจ้องความปวดร้าวระยะประชิดของหญิงสาวผู้หนึ่ง กล้องจดจ่ออยู่กับใบหน้าอันทุรนทุรายของหล่อนเพื่อที่จะให้คำตอบอันงดงามเหลือเชื่อ
End (Artavazd Peleshyan/1994/Armenia) 10 mins
ภาพการจับจ้องหลากหลายชีวิตที่ล่องไปบนขบวนรถไฟ ภาพใบหน้าอันสวยงามและเศร้าสร้อยของหลากหลายผู้คนตั้งแต่คนแก่เฒ่า หนุ่มสาว ไปจนถึงเด็กน้อย พวกเขาคือบรรดาผู้แพยพจากแดนสงครามที่เดินทางเข้าไปสู่ความมืดมิด
Bread and Alley (Abbas Kiarostami/1970/Iran) 10 mins
หนังสั้น debut ของAbbas Kiarostrami หัวหอกผู้กำกับ Iran New Wave ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้กำกับระดับปรมาจารย์ไปเรียบร้อยแล้ว หนังของKiarostrami มักเล่าเรื่องโดยใช้เด็กๆเป็นตัวเดินเรื่อง เล่าอย่างเรียบง่ายด้วยรูปแบบคล้ายสารคดี หากมีท่าทีคมคายต่อการวิพากษืประเด็นปัญหาในอิหร่าน จนทำให้งานของเขาเป็นที่ชื่นชมจากคนดูทุกมุมโลก แม้ในระยะหลังงานของ Kiarostrami จะดิ่งลึกสู่การสร้าสุนทรียะส่วนบุคคลที่ต้องอาศัยการตีความอย่างละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น แต่งานยุคแรกๆของเขาก็ดูง่าย งดงามและไม่เพ้อเจ้อเลยแม่แต่น้อย
หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องผเชิญปัญหาหนักอกระหว่างทางกลับบ้านนั่นคือเจ้าหมาน่ากลัวที่ค่อยเห่าไล่ จนเขาต้องหยุดรอให้หมาไปแต่รอจนง่วงเหงาหาวนอนหมาก็ยังไม่ไป เจ้าเด็กน้อยจึงต้องหาวิธีใหม่ๆในการกลับบ้าน
April (Otar Ioseliani/1962/Georgia) ) 45 mins
หนังเรื่องแรกของOTAR IOSELIANI ผู้กำกับคนสำคัญแห่งจอร์เจีย หนังเงียบขาวดำของเขาเรื่องนี้เปิดตัวด้วยภาพของผู้คนที่พากันแบกขเวของ เครื่องใช้ไปมาเข้าออกห้องหับต่างๆ ในอาคารต่างๆ หนุ่มสาวคู่หนึ่งแอบหยอกล้อเล่นตามตรอกซอกซอยเล็กแคบ เข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้ก่อนจะมาลงเอยกันในห้องโล่งที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์สัก ชิ้น ตอนนั้นเธอและเขามีความสุขนั่งซบหลังไหล่กันบนพื้นมองดูชีวิตคนอื่นๆจากช่อง หน้าต่าง จนกระทั่งชายที่ชั้นล่างคนหนึ่งยกเก้าอี้ตัวหนึ่งให้คนทั้งคู่ พวกเขาก็เริ่มต้นสร้างครอบครัว สาละวนอยู่กับการซื้อหาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ และทำความสะอาดเครื่องเรือนเก่าที่วางกองเต็มบ้านจนไม่มีที่แม้แต่จะยืน มิพักต้องมาคิดเรื่องกอดกัน ข้างบรรดาเพื่อนบ้านที่ตึกฝั่งตรงข้ามที่มีทั้งครูบัลลเล่ต์กับลูกศิษย์ วงดนตรีเครื่องเป่า และหนุ่มนักกล้าม ก็วุ่นวายอยู่ทั้งกับภาระส่วนตัวและเสียงอึงอลจากการเข้าออกไม่รู้จบของ บรรดาเครื่องเรือน ต้นไม้ในฝันที่หนุ่มสาวเคยพบกันก็ถูกโค่นลงแล้ว
หนังเล่าเรื่องเหนือจริงได้อย่างชวนฝัน รื่นรมย์ เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ขณะเดียวกันก็ร้าวรานอย่างยิ่ง
Darkness/ Light / Darkness (Jan Svankmajer / 1990/ Chezh) 8 mins
JAN SVANKMAJER เป็นศิลปินที่ทำงานแบบเหนือจริง โดยอาศัยสื่อหลากหลายรูปแบบ งานของเขาส่งอิทธิพลต่อผู้กำกับมากมายไม่ว่าจะเป็น TIM BURTON , TERRY GILLIAM หรือพี่น้องตระกูล QUAYS (สองคนหลังนี้ เป็นลูกศิษย์ของเขาเอง และ เคยทำอนิเมชั่น THE CABINET OF JAN SVANKMAJER เพื่ออุทิศให้กับเขาด้วย) เขาได้รับยกย่องในฐานะของคนทำงานstop motionอันมีเอกลักษณ์ เฉพาะในการสร้างภาพเหนือจริง ฝันสยองซ่อนอารมณ์ขบขันตามสไตลบ์ยุโรปตะวันออกซึ่งเจืออารมณ์ขื่นสยองแบบคาฟกาเต็มที่ จนถึงตอนนี้เขายังคงทำหนังอยู่ในปราก หนังของSvankmajer มักเต็มไปด้วย การมีชีวิตของข้าวของเหลือใช้ เฟอร์นิเจอร์พังๆ ตะปูขึ้นสนิม หรือซากสัตว์ แต่ สิ่งที่พบเห็นเป็นตัวละคร (และเป็นส่อ)ของเขาคืออาหาร ที่เขาหยิบจับมันมาเล่นอย่าสนุกสนาน และชวนกระอักกระอ่วนได้ในหลายต่อหลายคราว ข้าวของถูกทำให้มีชีวิตโดยใช้เทคนิค STOP MOTION (ถ่ายทีละชอต แล้ว ขยับทีละนิดจนบังเกิดความเคลื่อนไหว ) หนังของSvankmajer ทุกเรื่องถูกแบนในประเทศบ้านเกิด แต่นอกบ้านเขาคือ ปรมาจารย์คนสำคัญของโลก
Darkness /Light / Darkness เป็นอนิเมชั่นดินปั้นที่เล่นกับอวัยวะชิ้นส่วนของมนุษย์ในห้องเพดานต่ำ เล่ามากกว่านี้ไม่ได้ ต้องดูเองเหวอเอง!
Inextinguishable fire (Harun Farocki /1969/German) 21 mins
HARUN FAROCKI เป็นผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน อินเดีย ที่ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960 หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ และอื่นๆ เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า essay film บางคนเรียกเขาว่า the best known-unknown director เพราะแม้เขาจะดังมากในทั่วโลก (CAHIER du CINEMA เคยเขียนบทความถึงเขาโดยใช้ชื่อว่า who is farocki ? ) อต่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักนักในเยอรมัน
Inextinguishable fire เป็นหนังต่อต้านสงครามเวียดนามพันธุ์พิเศา ที่ประกอบขึ้นจากภาพการอ่านแถลงการณ์แบบอ่านจริงเจ็บจริงประสมกับภาพฟุตเตจข่าวเก่าๆ โดยทั้งหมดถูกเอามารื้อสร้างใหม่ให้กลายเป็นหนังessay film ที่แสบกัยถึงทรวงถึงใส้!
Yevgeny Yufit's shorts
Spring (Yevgeny Yufit /1987 /USSR) 10 mins +
Fortitude (Yevgeny Yufit/1988/USSR) 3 mins
กลุ่มหนังสั้นของ Mazhalala Film ในช่วงทศวรรษ 1980's นี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของหนังตระกูล Necrorealism ซึ่ง Yevgeny Yufit ตั้งใจจะเย้ยหยันศิลปะแนว Socialist Realism ที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์โซเวียตพยายามสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ อันดีงามของระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม
ผลงานเด่นของ Mazhalala Film ในช่วงนี้ มักจะถ่ายทำกันด้วยฟิล์มขาวดำหมดอายุ ให้ภาพที่แลดูดิบหยาบราวกับเป็นหนังที่สร้างกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1910's แล้วเพิ่งจะมีการค้นพบ โดยภาพที่ปรากฏในหนังมักจะเป็นการสะท้อนถึงการ 'ถูกกระทำ' ทางจิตวิญญาณของผู้คนในรัสเซียอันเป็นผลมาจากระบอบการปกครอง ซึ่งรังแต่จะลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้คนลงจนแทบจะไม่เหลือความเป็นคน อีกต่อไป หนังสั้นในยุคนี้จึงอุดมไปด้วยภาพการถูกสังหารและทารุณกรรมด้วยวิธีการต่าง ๆ นานาจากคนในเครื่องแบบที่เป็นตัวแทนของฝั่งรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น ทหาร หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถึงแม้ว่าการกระทำในหลาย ๆ ฉากจะชวนให้หวาดเสียว แต่ Yevgeny Yufit ก็ดูจะระมัดระวังในการคุมโทนออกมาไม่ให้แลดูน่ากลัวจนประเจิดประเจ้อแบบที่ เห็นกันบ่อยครั้งในหนังสยองขวัญ เพื่อให้ฉากต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีน้ำหนักในฐานะภาพเปรียบเปรยถึงสิ่งที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชน ของเขามากกว่าจะเป็นการสร้างความน่ากลัวกันอย่างไร้เหตุผล
Superbia (Ulrike Ottinger/1986/German)16 min
หนังสุดเหวอของคุณป้ามหาภัย Ulrike Ottinger ผู้กำกับหญิงห่ามเพี้ยนจากเยอรมันที่ทำหนังอย่างไม่ประนีประนอม หนังของOttinger มักฉูดฉาดทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เต็มไปด้วยตัวละครหญิงเปรี้ยวแรงชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู คุณป้า Ottinger ไม่เคยรีรอจะวิพากษ์วิจารณืด้วยน้ำเสียงเฟมินิสต์ หาก เจือความพิลึกพิลั่นราวกับตัวละครมาจากจักรวาลอื่น ขณะเดียวกันก็ยังคงความอ่อนไหวแบบผู้กำกับหญิงผู้ละเมียดละไมด้วย
Superbia เป็นหนังสั้นพักยกของคุณป้า ที่เล่าเรื่องชบวนพาเหรดประหลาดโลกที่มีทั้งราชินี ส่ำสัตว์ คนแคระ ขบวนทหารทุกคนแต่งตัวพิลึกพิลั่น กระทำกิริยานอกคอก ในขณะเดียวกันก็ซ้อนเข้ากับภาพขวบนทหารนาซี วิพากษ์สงครามได้เจ็บแสบบาดลึกยิ่ง!
Rocky VI ( Aki Kaurismaki /1986/Finland) 9 min
หนังสั้นยุคต้นของผู้กำกับหน้าตายใจงามชาวฟินแลนด์ Aki Kaurismaki ผู้กำกับที่มักทำหนังเล่าเรื่องคนเล็กคนน้อย ไร้อารมณืที่ต้องผเชิญชะตากรรมหน่วงหนักหากก็ก้มหน้าฝ่าฟันกับมันไป ในจักรวาลที่ทุดอย่างเป็นสีทึมหม่นโทนเดียว เหมือนหลุดมาจากยุคหนังโบราณที่กาลเวลาแชข่แข็งเอาไว้
Rocky 6 สร้างก่อน Rocky 4 (ของจริง) หมายความว่ามันเป็นหนังที่มีเป้าประสงค์จะล้อเลียนหนังฮอลลีวู้ดเรื่องนั้ โดยเปลี่ยนให้เป็นเรื่อง ของนักมวยขี้เหล้าชาวฟินแลนด์ แลร้อยแปดวิธีการซ้อมแบบหัวราน้ำ ก่อนจะต้องขึ้นชกกับนักชกขาใหญ่ ใครจะรู้ ว่าถึงที่สุด Rocky ต้นฉบับ มันจะกระดึ๊บมาถึงภาค6 จริงๆ แต่เชื่อเถอะความันส์ มันต่างกันเยอะ!
Psy - Show (Marina de Van/1999/FR) 22 min
หลายคนรู้จัก Marina de Van ในฐานะมือเขียนบทคู่บุญของFrancios Ozon ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ซึ่งในระยะหนึ่งทั้งคู่เคยร่วกันทำหนังเพี้ยนพิลึกจนเกือยวิปริต แต่สนุกสนานและคมคายไว้หลายเรื่อง ตัว Marina de Van เองเพิ่งกำกับหนังใหญ่ไปสองเรื่อง เรื่องแรกว่าด้วย ผู้หญิงที่กินเนื้อตัวเอง ส่วนเรื่องหลังว่าด้วยหญิงงามสองคนที่คนหนึ่ง เอ่อ ค่อยๆกลายเป็นอีกคน!
เฟมินิสต์จ๋า ส่อเค้าหญิงบ้ามาแต่ไกล เราจะพาคุณไปพบกับหนังสั้นยุคต้นของเธอที่ฉายแววความเฮี้ยนมาตั้งแต่ต้นแม้ จะยังไม่เฟมินิสต์ เท่ายุคกลังก็ตาม Psy Show ว่าด้วยเรื่องของชายที่กำลังเข้าสู่วิกฤติวัยกลางคน ที่กำลังปรึกษาจิตแพทย์ซึ่งเป็นเจ้าของเก้าอี้บินได้! และไอ้เก้าอี้พิลึกนี้ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้พิลึกพิลั่นเกิน จะรับ!
The Skywalk is gone (Tsai Ming Liang/2002/Taiwan ) 25 min
หนังสั้นที่เป็นเสมือนข้อต่อของหนังยาวสองเรื่อง( What Time Is It There? และ The Wayward Cloud) ของไฉ่มิ่งเหลียงผู้กำกับชาวไต้หวันที่สนุกสนานกับการเล่าหนังอันเต็มไปด้วยภาวะขันขื่น ของบรรดาตัวละครหน้าตายในฉากนิ่งเนิบที่ยิ่งยิ่งยิ่งฮา และแน่นอนยิ่งฮายิ่งเจ็บ หนังของไฉ้มักมีองค์ประกอบแปลกพิลึกพิลั่น ตัวละครครึ่งคนครึ่งใบ้ที่ผเชิญสถาณการณืกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (บ่อยครั้งมันออกจะเหวอมากกว่าสมจริง)
แต่ไม่ว่าจะเคยดูหนังทั้งสองเรื่องนั้นหรือไม่ ราก็ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างสนุกสนาน เพราะนี่คือหนังทีเล่าเรื่องของ อาอี๊ที่บัตรประชาชนหาย ผู้หญิงที่ตามหาสะพานลอย และชายขายนาฬิกาที่กำลังไปแคสท์บทหระเอกหนังป๊!
2.KIDLAT IS COMING TO TOWN
สัปดาห์ที่สามของ โปรแกรม PINOY CLASSICS สัปดาห์นี้พบกับผู้กำกับอาณืตตัวพ่อจาก ฟิลิปปินส์ KIDLAT TAHIMIK
บางคนอาจจะคุ้นชื่อหลังจากได้อ่านบทความเกี่ยวกับ PEERFUMED NIGHTMARE ใน 151 CINEMA ใครจะคิดว่าในที่สุดเราจะตามล่าหาหนังลับแลเรื่องนี้มาฉายได้ แุถมควบกับ TURUMBA หนังปี 1981 ที่เหวอพอกัน!
หมายเหตุ : เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ผู้จัดจึงขอเปลี่ยนโปรแกรมจากเดิมที่จะฉาย VIDEO DIARIES ของ KIDLAT เป็นหนังเรื่อง TURUMBA แทนครับ
12.30 น. Perfumed Nightmare (1977) กำกับโดย Kidlat Tahimik
(อ่านที่ลงในหนังสือ 151 Cinema) +
http://dkfilmhouse.blogspot.com/
หรือ filmsick@gmail.com
3. วาทกรรมคนบาป @ร้านหนัง(สือ)๒๕๒๑
แต่หากท่านไม่อยากอยู่กรุง เราเชิญท่านมุ่งลงใต้ มาฉาว คาว บาแ รับวันแห่งความรักด้วยโปรแกรมนี้ครับ
วาทกรรมคนบาป พื้นที่แห่งการสารภาพ ความรู้สึกผิด การชำระล้าง ผ่านงานวีดีโอ จากศิลปินอิสระ นักเขียน นักวิจารณ์ คนทำหนัง และทุกคนที่มีบาป
The sinners's discourse – a space for every sinner to confess, redeem their sin via a video art
ร่วมสารภาพโดย :
ไกรวุฒิ จุลพงศธร : Graiwoot Chulphongsathorn
จุฬญาณนนท์ ศิริผล : Chulayarnnon Siriphol
ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ : Chaisiri Jiwarangsan
นฆ ปักษนาวิน : Nok Paksnavin
นนทวัฒน์ นำเบญจพล : Nontawat Numbenchapol
พิชชานันท์ เลาหะพรสวรรค์ : Pichanund Laohapornsvan
วิชาติ สมแก้ว : Vichart Somkaew
วิรัส ยั่งยืน : Wirut Yangyuen
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา : Wiwat Lertwiwatwongsa
สันติภาพ อินกองงาม : Santiphap Inkong-ngam
ศาสตร์ ตันเจริญ : Zart Tanchareon
อรรถวุฒิ บุญยวง : Authawut Boonyuang
more details : http://thesinners.exteen.com/director-8217-s-statement
วาทกรรมคนบาป (The Sinners's Discourse) : 2009 : Thai : 80 min.
คาราโอเกะเพลงแผ่เมตตา (5 นาที)
โดย จุฬญาณนนท์ ศิริผล
Director’s statement : เป็น การแผ่เมตตาแด่ผู้ทุกข์ร้อน อันสืบเนื่องมาจากวิกฤติทางการเมืองของ ไทย เพื่อความสุขเย็นกลับคืนมาอีกครั้ง
.
Sorry ( 6 นาที )
โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร
เรื่องย่อ : ไปงานพี่ต่อ
Director's statement : เรา ติดใจเหลือเกินที่เราไม่ได้ไปร่วมงานงานหนึ่งในอดีต เราก็เลยพยายามจินตนาการและสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยงานอีกงานหนึ่งที่น่าจะ บรรยากาศคล้ายๆ กัน เพื่อเป็นการขอโทษและระลึกถึง
.
นางแอ่น : Swallow ( 7.40 นาที )
โดย ศาสตร์ ตันเจริญ
Director’s statement :
เวลา
ขับรถผ่านแถวๆสมุทรสงคราม ผ่านป่าชายเลน และตึกที่เขาทำไว้เลี้ยงนกนางแอ่น
ทีไร มันทำให้นึกไปถึงเสียงบันทึกของนกนางแอ่นที่เขาทำเอาไว้เปิดหลอกดักให้
นกนางแอ่นเหล่านั้นบินเข้ามาในตึกทุกที กระนั้นจึงได้อยากจะสร้างความรู้สึก
นั้นๆขึ้นมาใหม่ในความรู้สึกเดิมๆที่ยังคงกระอักกระอ่วนอยู่เรื่อยๆในจิตใต้
สำนึกของเราเองอีกครั้ง
.
โดย พิชชานันท์ เลาหะพรสวรรค์
Director's statement : รู้สึกบาปทุกครั้งที่มีความสุข ฯลฯ
.
วันฝัน : daydream ( 13 นาที )
โดย นนทวัฒน์ นำเบญจพล
เรื่องย่อ ช่วงเวลากลางวัน กับ ชายหนุ่มผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก
Director's statement : นำเสนอบาปของการ ยึดมั่นถือมั่น กับ ความสุขของอดีตที่หมดอายุ
.
หลุมอากาศ : Turbulence ( 6 นาที )
โดย วิชาติ สมแก้ว
Director's statement : ผม พยายามบันทึกช่วงเวลานั้น ในช่วงเวลานี้ อาจจะเรียกไม่ได้ว่าการ สารภาพ หรือ การชำระเลยซ่ะทีเดียว ในการสร้างงานชิ้นนี้ผมทำได้เพียงแค่การ รื้อจำอย่างรู้สึก กับช่วงเวลาที่สวยงาม แต่เมื่อคุณอ่าน ถ้อยแถลงจากผู้ สร้าง นี้จบลง ช่วงเวลานี้กลายกลับเป็นช่วงเวลานั้นไปแล้ว
.
M&N ( 9 นาที )
โดย นฆ ปักษนาวิน
เรื่องย่อ บาปแห่งการถูกจองจำที่ปัตตานี
Director’s statement : ผมมองพวกเขาต่างๆ ด้วยความรู้สึกคล้ายสำเร็จความใคร่
.
Pure ( 6 นาที )
โดย ชัยศิริ จิวะรังสรรค์
Artist's statement: หลายๆ
ครั้งเวลาได้ชื่นชมงานศิลปะ ผมมักชอบงานที่ให้ความรู้สึกเหมือนการนั่งมอง
ตู้ปลา การได้ปล่อยให้สายตาและสมองเราได้ล่องลอยกับภาพตรงหน้าอาจช่วยชำระ
ความหมายที่ตกค้างจากชีวิตที่ผ่านมา ความจงใจในการสร้างงานชิ้นนี้จึงไม่ใช่
การพยายามสำรอกความคิดใดๆใส่ผู้ชม แต่เป็นเพียงการชวนกันมาชำระบางสิ่งที่
หมักหมมร่วมกัน
ผม ไม่เคยทำบาปด้วยเพราะไม่เชื่อในการมีอยู่ของมัน ผมจึงไม่มีสิ่งใดที่จะกล่าว ด้วยตนเองผ่านงานชิ้นนี้ แต่หากการอยู่ร่วมกันของพวกเราจำเป็นต้องหาใครซัก คนที่ทำผิดบาปเพื่อให้บรรยากาศโดยรอบดำเนินต่อไปได้ สิ่งเดียวที่ผมพอจะหามา ให้ท่านเสพคงต้องมาจากปากของผู้อื่น
.
ดินแดนแห่งความรักชั่วนิรันดร์ : Belongingness and Love Needs ( 2.40 นาที )
โดย อรรถวุฒิ บุญยวง
เรื่องย่อ : รัก หรือจำเพาะใจบางประเภทเท่านั้นจึงจักเห็น
Director's statement : มันเป็นบาปที่ใครใคร่เคยเห็น เคยเป็น และเคยรู้สึก
.
เธอกล่าว,ที่เขากระซิบ : She talk , what the whispered ( 9.40 นาที )
โดย วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา
เรื่อง ย่อ : เด็กผู้หญิงอายุ 18 ถูกข่มขืนแล้วฆ่า อาจจะโดยฝีมือของคนทั้งหมู่ บ้าน นี่คือเสียงและภาพของเธอซึ่งจะล่องลอยหลอกหลอนเราไปอีก 18 ปี
Director's statement : บาปของผม คือการไม่รักสิ่งที่ควร จำเป็น ต้อง รัก ความรักโดยไม่สงสัยคือภัยร้าย
.
เพราะที่นั่นไม่มีใครรอฉันอยู่ ( 10 นาที )
โดย วิรัส ยั่งยืน
Director’s statement :บางช่วงเวลาเราได้แต่ฝันถึงอนาคต บางช่วงเวลาเราโหยหาอดีต ปัจจุบันจะฉิบหายกันหมดแล้ว
.
( 1 นาที )
โดย สันติภาพ อินกองงาม

