ประกาศย้ายบลอก

posted on 21 Dec 2011 16:56 by filmsick
เรียนทุกท่านครับ
 
ขออนุญาติแจ้งย้ายบลอกอย่างเป็นทางการไปยัง 
 
โดยจะมีการทยอยย้ายentry เก่าๆไปลงที่บลอกใหม่ สลับกับentry ใหม่ๆครับ
แล้วพบกันครับ



เด็กสาวนั่งรถไฟกลับบ้านนอกเพื่อตามตายายของเธอให้ออกจากเมือง เพราะพวกทหารกำลังเินทางมาถล่ม มันเป็นเมืองเล็กๆในอาร์เมเนีย ผุ้คนปลูกบ้านกันตรงเชิงเชาทอดขึ้นไปหาบานหลังใหย่ซอยเป็นห้องๆที่เป็นเหมือนแฝลตการเคหะแบบโบราณ มีคนเต้นรำบนทางรถไฟที่เวลาต่อมา ต้องมาเบียดเสียดคอยรถไฟไปจากเมือง มียายแก่ที่ทุบกระจกหน้าต่างทุกบานเพื่อที่พวกโจรจะได้ไม่คิดว่ามีคนอยู่ แกกอดหมานอนหังเสียงปืน น้ำตาไหลทั้งคืน มียายแก่ๆที่วันดีคืนดีลูกสาวก็ก็เป็นมะเร็งตาย แกเดินไปตามถนน บอกเด็กสาวให้เรียกลูกแกกัลบบ้านที มีศพที่ลอยมาตามแม่น้ำกรกาเชี่ยว มีผูู้คนดื่มเหล้าเมามายในงานเลี้ยง มีการสััมผัสเนื้อตัวใบหน้าของคนทุกข์ด้วยกัน มีคนขายขนมปังที่ขึ้นรถกระบะมาาย มีตาลุงรักเด็กที่นั่งดูทีวีในซากปรักหักพัง มีควันไฟสูงคลุ้งฟ้าจากการโดนระเบิด มีเด็กเล็กที่ยังไม่รู้เรื่อง มีคู่รักที่ไม่รู้จะไปไหน แล้วก็มีเพลง มีการเพลงพื้นบ้านแสนเศร้าของอาร์เมเนีย มีฝูงนกอพยพอย่างไร้จุดหมาย มีสถานีรถไฟที่รถไฟไม่เคยมาถึง


เราเห็นทหารไกลๆเบลอๆแค่สองครั้งเท่านั้นหละ แต่เราเห็นเมืองเล็กๆที่ค่อยๆพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา หนังตัดต่อด้วยภาพแบบกระแสสำนึกที่ไม่ปะติดปะต่อ ไม่เล่าเรื่องอะไรมากมาย เป็นสิ่งละอันพันละน้อยที่ถูกถ่ายมาอย่างปรัาณีต ปะชุนมเข้าหากันด้วยเสียงเพลงโบร่ำโ]ราณ หรือนตรีโศกเศร้าของคนอารืเมเนีย ภาพระยะประชิดสอดส่องข้าไปในใบหน้าของฝูงชนที่ทำให้นึกถึงสารคดีสวยงามของAvtzard Peleschian

หนังเป็นบันทึกความทรงจำเมื่อครั้งเยาว์วัยของผู้กำกับเอง ในฐานะคนอาร์เมเนียอพยพ หนังตัดสลับสิ่งที่ถ่ายใกม่เข้ากับภาพของเหตุการณ์จริงในขณะนั้น ตัดแทรกเข้ามาในลักษณะของกระแสสำนึกผลุดพรวดแล้วสูญหายไป หนังค่อยใช้ภาษาแบบกวีทีไม่สื่อความตรงๆแต่ประกอบสร้างจากเศษเสี้ยวของภาพ เสียง ดนตรีให้เป็นบรรยากาศก้ำกึ่งระหว่างความทรงจำแสนงามและความทุกขืบนประวัติศาสตร์แห่งความพลัดพรากที่เศร้าสร้อย

เมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกหนาบนภูเขาสูง เมื่อหมอกคลี่ออกก็มีแต่ควันไฟเข้ามาแทนที่ มีบ้านที่พังลงไป มีผู้คนที่ผิงไฟเศร้าๆรอคอยรถไฟตลอดคืนแล้วคืนเล่า ฉากจบของหนังเป็นเหมือนภาพฝัน Happily ever after ที่ไม่เคยมาถึง เธอพาตายายเข้าบ้าน มีรถมาขายขนมปัง มีผู้คนหัวร่อต่อกระซิก อันที่ที่จริงเธอยืนจ้องมองแม่น้ำจากบนระเบียง แม่น้ำที่รถไฟจะเลียบเพื่ออกจากเมือง แม่น้ำที่เคยมีศพคนตายมากมายลอยมา

หนังสวยเหลือเกินและเศร้าเหลือเกิน

จริงๆวิธีการตัดของหนังมันคลิเช และลดทอนพลังจนกลายเป็นหนังสารคดีฉายทีวีไปเลย แต่ประเด็นของหนังมันpush ไปได้สุดๆ ไม่ใช่เรื่องความสุดในแง่การสอบสวน แต่ในแง่ความเป็นมนุษย์ของsubject ซึ่งถ้าดูเทียบกับ S21 จะเห็นว่า ฤทธี ปาห์นแค้นอย่างไม่ปารณีปราศรัยเลยแต่สัมบัตินี่เขาพยายามจะ reconciliationกับมันซึ่งัมนโหดต่อคนทั้งสองฟากมากๆ


เรื่องมันคือสัมบัติเป็คนที่พอ่ถูกทหารเขมรแดงแทงตาย แม่ถูกบังคับให้แต่งงานกับทหารเขมรแดงแลกกับชีวิตคนทั้งครัว พอท้องก้ตกเลือดตาย พี่ชายเขาถูกจับผิดตัวและถูกฆ่า ตอนนี้เขาเป็นนักขาวของพนมเปญโพสท์ ใช้เวลาว่างในการตามหาคนที่เคยฆ่าครอบครัว หมายถึงตามหาบรรดาทหารเขมรแดง และตามสัมภาาณ์ นวนเจีย แกนนำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาไปร่วมแปดปี และนี่คือฟุตเตจของแปดปีนั้น เก็ยเรียงรายในหีบบุกระดาษหนังสือพิมพ์ รักษายิ่งชีพ


ความเจ็บปวดขั้นที่หนึ่งคือเขาต้องทำตัวเป็นคนทั่วไป สัมภาษณืบรรดาทหารเขมรแดง เข้าไปคุยกับพวกเขาวันแล้ววันเล่า พวกอดีตทหารที่ตอนนี้เป็นชาวนา ค่อยๆใไว้ใจ เล่าให้เขาฟัง เรื่องการห่า ไปจนถึงวิธีฆ่าคน (ฉากที่โหดในระดับเดียวกับS21 คือเขาขอให้แสดงการฆ่าด้วยมีดให้ดูแล้วลุงแกเล่าวิธีการปาดและแทงคอ)

ความเจ็บปวดขั้นที่สองคือเขาต้องตามสัภาษณ์นวนเจีย คนที่เป็นรองก็แค่พอลพต ที่ตายไปแล้ว เขาต้องทำตัวนิทสนมกับนวนเจีย หลายต่อหลายปี เทปวัมภาษณ์มากมาย

ความเจ็บปวดขั้นที่สามคือเขาผูกพันกับพวกทหารเขมร์แดง และนวนเจียจริงๆ ในฐานะมนุษย์ เราได้เ็นภาพของการฆ่าในฐานะผู้รับคำสั่ง ทหารไม่รู้ว่าฆ่าไปทำไม แต่เขาต้องฆ่าเพราะมันเป็นคำสั่ง ฉากที่เล่าเรื่องผู้หญิงกอดเข่าร้องขอชีวิต แล้วต้องฆ่ามันโหดมาก แต่ไม่โหดเท่ากับการเล่าเรื่องวิธีการที่พวกเขาทำร่างกายให้อุ่น โดยใช้ประโยชน์จากเหยื่อ


คความเจ็บปวดขั้นทีี่สี่คือ นวนเจียค่อยๆไว้ใจเขาและเล่าว่าทำไมถึงฆ่าคน ทำไมเขาไม่ขัดพอลพต เพราะเขาคิดว่าพอลพตทำสิ่งที่ถูกป้องกันปรเทสจากพวกญวณ การที่นวนเจียเปิดเผยต่อกล้องแบบตรงไตรงมามันมีกังวานเสียงของการพูดกับคนที่ไว้ใจ แต่สัมบัติปกปิดเรื่องที่ว่าเขาคือเหยื่อของนวนเจีย และเมื่อเขาบอกเราก็รุ้สึกเหมือนคนทั้งคู่ ว่าทั้งหมดแม่งเป็นแค่เรื่องเศร้าเหี้ยๆ มันจบไปหมดแล้ว สัมบัติขุดหลุมฝังตัวเองไปกับนวนเจียด้วยการขุดค้นลงไปในประวัติศาสตร์ของตัวเอง การล้างแค้นไร้ความหมาย ในฐานะมนุษย์ทุกคนน่าเศร้าพอๆกัน ฉากที่พีคมากๆคือฉากที่นวนเจียนนั่งดูการสังหารซัดดัม ฮุสเซน แล้วพุดว่า นี่หรือคือจุดจบของนักชาตินิยมในสังคมอยุติธรรม

แต่ความเจ็บปวดขั้นสุดคือเราเองที่นั่งดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ครุ่นคิดว่า อันที่จริงอล้ว คนอย่างฮิตเลอร์ คนอย่าทหารสไนเปอณืตอนพฤษภา หรือคนอย่างใครก็ตามที่อยุ่หลังหกตุลา อันที่จริงเป็นคนอย่างไร พอถอดเปลือกของปีศาจออกทุกคนก็เป็นมนุษยืเหมือนกันหมด เขาอาจจะเป็นปีศาจฆ่าคน แต่ถึงที่สุดเขาก็จมอยุ่ในความสำนึกบาปชนิดต่างๆ หรือแม้แต่ไม่สำนึกบาปเลย เราก็รู้สึกว่าเขามีเลือดมีเนื้อมีความเชื่อมีเหตุผล เขาตกอยู่ใต้การควบคุมของระบบอะไรสักอย่างที่ผลักเขาไป ทหารชั้นผู้น้อย ทหารชั้นผู้ใหญ่ คนสั่งฆ่า คนรับคำสั่ง ดูหนังเรื่องนี้ทำให้เราเชื่อในกฏหมายมากขึ้น เพราะว่ากฏหมายให้ความยุติํธรรมได้ดีที่สุดแล้ว ในฐานะมนุษย์ ถ้าเราเป้นสัมบัติแล้วลุกขึ้นแทงนวนเจีย เพราะมึงแทงพ่อกูมันคงทำได้ แทงตาแก่ไร้พิษสงคนนึง แต่มันไม่ใช่แบบนั้น นวนเจียไม่ใช่ปีศาจแต่เป็นมนุษย์ อาจจะเป็นมนุษย์เคยระยำแต่ก็เป็นมนุษย?์ กฏหมายจะจัดการนยวนเจียจากเหตุการณ์ที่เขาทำ แต่ไมใช่เขาในฐานะปีศาจ หรือในฐานะเหยื่อ ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆจะเป็นแบบนั้นไหม แต่มันคงเป็นการเอาความชั่วไปพ้นมือเราน่ะ ไปสู่การตัดสินอย่างสาสมที่อาจง่อยเปลี้ยเสียขาแต่ก็ดีที่สุดเท่าที่จะให้ได้ ตอนจบนวนเจียขึ้นศาลโลก เขาไม่ได้ถูกฆ่าจากคนที่เคตียดเแค้น พอดูหนังไปถึงจุดหนึ่งเราก็รู้สึกว่าไม่มีใครสมควรตายไม่ว่าจะเป็นเหยื่อที่ถูกฆ่า หรือไอ้คนสั่งฆ่า ทุกคนเป็นมนุษย์น่าสมเพชพอๆกัน ฉากสุดท้ายที่สัมบัติยืนมองไร่มที่เขาซื้อมามันเศร้ามาก เพราะมันทำได้แค่เดินต่อไปข้างหน้านั่นแหละ อย่างน้อยความยุติธรรมก็เกิดขึ้นแม้จะพ้นมือเขาไป พอดูถึงตรงนี้เราจะคิดถึงทหารเขมรเก่าที่บอกสัมบัติว่าผมดีใจที่ได้สารภาพ ผมอยากให้จดหมายเหตุคำสารภาพของผมถูกเก็บไว้ให้ลูกหลานดูว่าผมเคยทำอะไรลงไป


แต่อย่างน้อยนะอย่างน้อย ในการที่เราจะไม่ต้องวาดภาพใครเป็นปีศาจอีก เราก็ควรจะมีความยุติธรรมขึ้นมาก่อนน่ะนะ

หมายเหตู เราไม่รู้ว่าเราดูหนังเรื่องนี้ได้แบบนี้ เพราะขเมรแดงเป็นปวศ.ที่จบไปแล้วหรือเปล่า มีเหยือ มีจำเลย มีอะไรเรียบร้อย ไม่ส่งผลกับใครแล้วหรือเปล่านี่เป็นสิ่งค้างคาของตัวเราเอง